ขอบโซฟาที่บ้านเราเริ่มลุ่ยเป็นเส้นๆ ตั้งแต่วันที่ถุงเงินค้นพบว่ามุมซ้ายของโซฟาคือจุดลับเล็บที่ฟินที่สุด พอเสียโซฟาไปหนึ่งมุมเราก็เข้าใจทันทีว่าที่ลับเล็บแมวไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นค่าประกันโซฟาดีๆ นี่เอง ช่วงนี้โปรที่ลับเล็บแมวซื้อหนึ่งแถมหนึ่งโผล่มาในฟีดเราแทบทุกวัน สุดท้ายที่บ้านเลยมีครบทั้งสามแบบ ให้แก๊งแมวสี่ตัวลองเองหมดแล้ว เราเลยมาเล่าแบบตรงๆ ว่าแบบไหนแมวใช้ลับเล็บจริง แบบไหนกลายเป็นที่นอนไปโดยปริยาย
จานลูกฟูกแบบกลม ใบละไม่ถึงร้อย
แบบแรกคือจานกลมขอบลายน่ารักที่ทำจากกระดาษลูกฟูกอัด วางปุ๊บแมวเข้าปั๊บ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าในบ้านเรามันทำหน้าที่ที่นอนมากกว่าที่ลับเล็บ มะลิกับหมอกสลับกันนอนขดในจานตั้งแต่วันแรก ส่วนถุงเงินแวะมาขูดเบาๆ ตอนเช้าเท่านั้น ใครหวังเห็นแมวขูดกันมันมืออาจต้องทำใจหน่อย
ข้อดีของมันคือถูกและเบามาก ใบขนาด 52 ซม. ที่เรากดสั่งราคาอยู่ระหว่าง 89 ถึง 129 บาท แล้วแต่ลายที่เลือก ดูได้ที่ ถาดลับเล็บแมวแบบกลม 52 ซม. ยกไปวางตรงไหนแมวก็ตามไปนอนตรงนั้น แต่ข้อเสียคือเศษกระดาษลูกฟูกร่วงกระจายทุกวัน เราต้องกวาดรอบจานแทบทุกวัน และพอใช้ไปราวสองถึงสามเดือนขอบจานจะเริ่มยุ่ยจนต้องเปลี่ยนใบใหม่

เราคิดว่าจานแบบนี้น่าคุ้มที่สุดสำหรับบ้านที่แมวชอบนอนขดตัวในกล่อง เพราะใบเดียวได้ทั้งที่ลับเล็บและที่นอน แต่ถ้าแมวบ้านไหนชอบยืนเหยียดตัวขูดแนวตั้ง จานแบนๆ แบบนี้แทบไม่มีผลกับนิสัยเขาเลย
จุดที่ใช่
- ราคาถูก ใบละไม่ถึงร้อย ยกย้ายไปวางมุมไหนก็ได้
- แมวสายนอนขดยอมใช้ทันที แทบไม่ต้องฝึก
จุดที่ต้องทน
- เศษกระดาษร่วงต้องกวาดทุกวัน
- ยุ่ยเร็ว ใช้ได้ราวสองถึงสามเดือนต้องเปลี่ยนใบใหม่
- แมวสายยืดแนวตั้งไม่สนใจเลย
เสื่อและพรมปูพื้น เริ่มที่สามสิบกว่าบาท
แบบที่สองคือเสื่อสานจากเชือกป่านหรือเชือกฝ้าย ใช้ปูพื้น วางหน้าประตู หรือพลิกด้านกาวแปะกับขาโซฟาก็ได้ ตัวนี้แหละที่บ้านเราใช้แล้วเห็นผลชัดสุด หมอกที่ชอบถูแก้มกับพรมโซฟา ย้ายมาถูแก้มกับเสื่อป่านตั้งแต่วันแรกที่ปู แล้วขูดหน้าขูดหลังเพลินจนหลับคาเสื่อไปเอง
ราคาเป็นมิตรมาก พรมลับเล็บแบบมีกาวในตัวติดผนังหรือติดเฟอร์นิเจอร์ได้ ราคาตอนเรากดสั่ง 33 บาท ดูได้ที่ พรมลับเล็บแมวแบบมีกาวในตัว ส่วนแผ่นป่านศรนารายณ์ปูพื้นอยู่ที่ 60 ถึง 167 บาท ที่ พรมลับเล็บแมวป่านศรนารายณ์ และเสื่อเชือกฝ้ายธรรมชาตินิ่มกว่าหน่อย ราคาโปรอยู่ที่ 50 บาท ขนาดใหญ่ขึ้นไป 66 ถึง 296 บาท ที่ เสื่อลับเล็บแมวเชือกฝ้ายธรรมชาติ

เราชอบที่มันแทบไม่มีเศษร่วง ต่างจากกระดาษลูกฟูกชัดๆ และยังใช้แทนพรมแต่งบ้านได้เนียนๆ ใครกลัวบ้านดูรกก็เลือกสีกลืนกับพื้นได้เลย ข้อควรระวังมีอย่างเดียว ถ้าแมวกัดแล้วดึงขอบเสื่อจนหลุด ให้กลับด้านหรือเอาของหนักทับไว้ช่วงแรกจนเขาเลิกสนใจขอบ
เสาลับเล็บและบ้านแมว ตัวจบสายยืด
แบบสุดท้ายคือเสาเชือกป่านตั้งพื้นกับบ้านแมวที่ฝาด้านนอกทำเป็นแผ่นลับเล็บ ตัวนี้เกิดมาเพื่อแมวสายยืดสุดตัวแบบถุงเงิน ที่ชอบยืนสองขาแล้วขูดจากล่างขึ้นบนยาวๆ ซึ่งจานแบนหรือเสื่อปูพื้นตอบโจทย์ไม่ได้เลย พอปักเสาข้างม่านจุดเกิดเรื่องเท่านั้นแหละ ถุงเงินทิ้งโซฟาไปแทบทันที

เสาพร้อมลูกบอลกระดิ่งล่อแมวที่เราเล็งไว้ ราคา 228 บาท จากเดิม 548 บาท ที่ เสาลับเล็บแมวพร้อมลูกบอลกระดิ่ง บ้านไหนมีคอนโดแมวอยู่แล้วและเสาเก่ายุ่ย ซื้อเฉพาะเสาเชือกป่านขนาด 30 ถึง 50 ซม. มาเปลี่ยนได้ ราคา 59 ถึง 237 บาท ที่ เสาเชือกป่านสำหรับเปลี่ยน ส่วนบ้านแมวที่ฝาด้านข้างเป็นแผ่นลับเล็บ ราคา 138 ถึง 172 บาท ที่ บ้านแมวพร้อมที่ฝนเล็บ และแบบคอนโดหกด้านที่เล่นได้ทั้งกล่องอยู่ที่ 162 บาท จากเดิม 470 บาท ที่ บ้านแมวคอนโดหกด้าน
เราคิดว่าถ้าที่บ้านมีแมวสายยืดแม้แต่ตัวเดียว การลงทุนกับเสาหนึ่งต้นคุ้มกว่าซื้อจานแบนสามใบ เพราะแมวใช้จริงทุกวันและเสาอยู่ได้เป็นปี สิ่งที่ต้องเช็กก่อนกดคือความสูงเสาต้องสูงกว่าตอนแมวเหยียดสุดตัว และฐานต้องหนักพอที่แมวโถมใส่แล้วไม่ล้ม ไม่งั้นได้เสากองอยู่กับพื้นแทน
บ้านเราจบที่การผสมทั้งสามแบบ
สุดท้ายเราไม่ได้เลือกแบบใดแบบเดียว เราวางเสื่อป่านไว้กลางห้องรับแขกตรงจุดที่แมวชอบถูแก้ม วางจานลูกฟูกสองใบริมหน้าต่างสำหรับมะลิกับหมอกนอน และปักเสาหนึ่งต้นข้างม่านจุดที่ถุงเงินเคยฝากรอยไว้ รวมทั้งหมดไม่ถึงห้าร้อยบาท ถูกกว่าซ่อมโซฟาเยอะมาก
ถ้าเพื่อนๆ ยังลังเล เราแนะนำให้ดูนิสัยแมวตัวเองก่อน แมวสายนอนขดไปจานลูกฟูก แมวสายถูแก้มขูดแนวนอนไปเสื่อป่าน แมวสายยืดสุดตัวไปเสาเชือกป่าน แล้วบ้านเพื่อนๆ ใช้อยู่ตัวไหน แมวที่บ้านยอมใช้จริงหรือเปล่า มาเล่าให้ฟังหน่อย






