ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

น้ำหอมออยล์ (Perfume Oil) ทำไมติดทนกว่าสเปรย์: คัด 6 ขวดกดได้จริงใน Shopee ตั้งแต่ ฿299 ถึงออยล์สายดูไบ

น้ำหอมออยล์ (Perfume Oil) ทำไมติดทนกว่าสเปรย์: คัด 6 ขวดกดได้จริงใน Shopee ตั้งแต่ ฿299 ถึงออยล์สายดูไบ
ความสนใจ|น้ำหอม

เลื่อน Shopee ช่วงพักเที่ยงกะกดน้ำหอมฉีดไปทำงานหน้าฝน แล้วนิ้วเราค้างอยู่ตรงชั้นหนึ่งของร้านไทยที่เรียงขวดออยล์ฝาดำเล็ก ๆ ราคา ฿299 ป้ายหน้าร้านแปะว่าทนเหงื่อ ทนน้ำ ติดทนข้ามวัน ทั้งที่เรามาจากทีมสเปรย์ตลอดชีวิต เชื่อมาตลอดว่าน้ำหอมต้องฟุ้งต้องทิ้งกลิ่นตามหลังถึงจะเรียกว่าหอม แต่ทั้งปี 2026 คำว่า perfume oil กับอัตตาร์อาหรับครองฟีดน้ำหอมแบบไม่พัก กลิ่นดูปขวดละสองร้อยกว่าบาทหมดสต็อกทุกรอบที่เติม ของเข้ารอบหนึ่งหลักสิบขวดแล้วหายไปภายในวันเดียว เลยต้องนั่งไล่ให้ชัดว่าตกลงฐานออยล์มันทนกว่าสเปรย์เพราะอะไร และขวดไหนในทะเลออยล์ตอนนี้ที่คุ้มเงินมนุษย์เงินเดือนจริงค่ะ

ทำไมน้ำหอมออยล์ถึงติดทนกว่าสเปรย์ ทั้งที่กลิ่นไม่ฟุ้ง

ออยล์สีทองถูกหยดจากหลอดหยดลงขวดแก้วลายทองแบบอาหรับที่ตั้งบนโต๊ะขาว

คำตอบอยู่ในส่วนผสมค่ะ สเปรย์ทั่วไปมีแอลกอฮอล์เป็นตัวพากลิ่น แอลกอฮอล์ระเหยเร็วมาก พอมันระเหยมันก็หอบท็อปโน้ตฟุ้งกระจายไปทั้งห้อง นั่นคือเหตุผลที่ฉีดแรก ๆ หอมพุ่งจนคนหันมอง แต่พอเข้าชั่วโมงที่ 4–5 กลิ่นจะเริ่มบางจนต้องฉีดซ้ำ ส่วนน้ำหอมออยล์ไม่ผสมแอลกอฮอล์ กลิ่นถูกละลายไว้ในฐานน้ำมัน ซึ่งไม่ระเหยแต่เกาะอยู่บนผิว แล้วค่อย ๆ ปล่อยกลิ่นตามอุณหภูมิร่างกาย ดังนั้นกลิ่นจะอยู่ชิดตัวมากกว่า แต่ชั่วโมงที่เดินได้มันคนละเรื่องกับสเปรย์เลย

ตัวเลขในตลาดตอนนี้ก็พูดตรงกัน ออยล์ดูปแบรนด์ไทยอย่าง NAAM ระบุด้านขวดว่าทนเหงื่อ ทนน้ำ ติดทนนานข้ามวัน และฝั่งคนขายให้ตัวเลขความทนไว้ที่ 8–10 ชั่วโมง ฝั่งนิชแบรนด์ไทยอย่าง Neferlogne กลิ่น Make A Toast ไปไกลกว่า 12 ชั่วโมง ส่วนอัตตาร์อาหรับแบบเข้มข้น ร้านบน Shopee เขียนตรง ๆ ว่ากลิ่นติดทั้งวัน เพราะน้ำมันหอมไม่ได้หายไปไหน มันแค่นั่งอยู่บนผิวเราเฉย ๆ

สิ่งที่ต้องแลกคือ sillage หรือระยะกระจายกลิ่น ออยล์เป็น skin scent ของจริง คนจะดมได้ต้องยืนใกล้ ๆ ซึ่งในห้องแอร์ออฟฟิศเราถือว่าเป็นข้อดีมหาศาล เพื่อนโต๊ะข้าง ๆ ไม่ปวดหัว แต่ถ้าโจทย์คือเดินเข้าห้องประชุมแล้วทิ้งtrail ไว้หลังตัว ออยล์ขวดเดียวไม่ตอบโจทย์ค่ะ ต้องเลเยอร์หรือแต้มบนผ้าเพิ่ม

ข้อดีของฐานออยล์

  • ไม่ผสมแอลกอฮอล์ กลิ่นเกาะผิวและค่อย ๆ释ตัว ติดทนระดับ 8–12 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ทนเหงื่อทนน้ำ หน้าฝนหรือวันเหงื่อออกกลิ่นไม่หายวับ
  • กลิ่นไม่ฟุ้งรบกวนคนรอบข้าง เหมาะกับห้องแอร์และออฟฟิศ
  • ขวดเล็กพกง่าย และราคามิตรภาพมากเมื่อเทียบชั่วโมงที่ได้อยู่

แลกมากับ

  • การกระจายกลิ่นสู้สเปรย์ไม่ได้ คนจะดมได้ต้องเข้าใกล้
  • ต้องแต้มด้วยมือทีละจุด ฉีดพรวดเดียวทั่วตัวแบบ EDP ไม่ได้
  • กลิ่นอู๊ดเข้มข้นถ้าแต้มเยอะเกิน คนรอบข้างอาจเวียนหัว
  • กลิ่นดังมักหมดสต็อก ต้อง canh รอบเติมของ

NAAM Perfume Oil: ดูปหลักร้อยที่ทำให้คนดมทายชื่อเคาน์เตอร์แบรนด์ถูก

น้ำหอมออยล์ NAAM สามขวด กลิ่น Scandal และ Lost Cherry วางเรียงบนผ้าลายตาราง มีมือเอื้อมมาหยิบ

NAAM คือแบรนด์ไทยที่ทำออยล์ 100% ไม่ผสมแอลกอฮอล์ ขวด 30 ml ราคา ฿299 ซื้อ 2–3 ขวดเหลือขวดละ ฿290 และ 4–5 ขวดเหลือขวดละ ฿285 ในร้าน Shopee ของแบรนด์เองซึ่งได้คะแนนรีวิวเฉลี่ย 4.9 จากลูกค้าหลายพันราย จุดขายคือกลิ่นถอดแบบเคาน์เตอร์แบรนด์มาทั้งชั้นวาง ตั้งแต่ Chloe Cream ที่ดังที่สุด ไปจนถึง Chance Pink, Libre, Lost Cherry, Scandal และแนว MFK 540 วิธีใช้คือแต้มตามข้อมือ ข้อพับ หลังหู ซอกคอ หรือตะเข็บคอเสื้อด้านใน กลิ่นไม่ฟุ้งไม่ฉุน เหมาะกับคนที่อยากตัวหอมแบบไม่ให้ใครรู้ว่าฉีดอะไรมา

ปรากฏการณ์ของกลิ่น Chloe Cream คือเหตุผลที่เราต้องเขียนถึงออยล์ตัวนี้ มันคือดูปกลิ่นตระกูล Chloé ที่เหมือนจนคนรอบข้างดมแล้วทายชื่อถูก และหมดสต็อกแทบทุกรอบที่ร้านเติมของ รอบหนึ่งเข้าแค่หลักสิบขวด กลิ่นออกครีม ๆ กุหลาบสะอาดแบบคนเพิ่งอาบน้ำใส่เสื้อรีดใหม่ ๆ ในราคาไม่ถึงสามร้อยบาท เราถือว่านี่คือประตูเข้าวงการออยล์ที่คุ้มทุกบาททุกสตางค์ที่สุดของปี ถ้าเจอในสต็อกอย่าคิดนานค่ะ กดก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน

ลิงก์ร้านofficial บน Shopee: shopee.co.th/naamperfume

สายออยล์อาหรับ: นาตาชา 7 กลิ่น 7 คาแรกเตอร์ และอัตตาร์หลักร้อยที่ทนทั้งวัน

ขวดออยล์แก้วลายทองแบบอาหรับตั้งบนโต๊ะขาว มีหลอดหยดค้างอยู่เหนือปากขวด

ฝั่งดูไบก็แรงไม่แพ้กัน Natacha คือไลน์ออยล์ที่นำเข้ามาจากดูไบแล้วแตกเป็น 7 กลิ่น 7 บุคลิกชัดมาก Wan & Ollie กลิ่นแรกของร้านที่ขายไปแล้วกว่าห้าร้อยขวด ให้ฟีลสาวใสดูแลตัวเองดีแบบไร้พิษภัย Amira เป็นวานิลลาน่ารักแบบสาวตัวเล็กที่คนอยากทะนุถนอม Areen สาวหวานซ่อนซน Laila คือพลังงานแมวดำ เซ็กซี่ ลึกลับ และยั่ว Farensea วานิลลาเซ็กซี่แบบคาดเดาไม่ได้ที่ถูกยกให้เป็นกลิ่นเดตแรกที่ต้องมี Hiya สายบอสเลดี้เข้าถึงยากแต่เสน่ห์แรง และ Oud First Love กลิ่นอู๊ดที่ร้านให้ทางดูไบผสมชบากับกุหลาบมาให้ใหม่ หอมสง่าแบบสาวดูไบเดินห้างแล้วไม่ฉุนเลย ใครเลือกไม่ถูกทางร้านมีแอดมินช่วยเทียบกลิ่นให้ด้วยค่ะ

ถ้างบไม่ถึงไลน์ดูไบ อัตตาร์บน Shopee ไทยราคาน่ารักมาก Ard Al Zaafaran แบบโรลออน 10 ml อยู่ที่ราว ฿100 ต่อบขวด มีถึง 22 กลิ่นหอมรวม Oud 24 Hours, Oud Mood, Pure Musk และ Midnight Oud หรือจะเหมาลัง 12 ขวดราคา ฿700–750 ตกขวดละประมาณ ฿58–63.75 เท่านั้น ส่วน Al-Rehab กลิ่น Dehn Al Oud ขนาด 6 ml อยู่ที่ราว ฿100 ให้โทนอู๊ด Woody ผสมน้ำหวานแบบผู้ดีทะเลทราย

คำเตือนจากใจจริงสำหรับมือใหม่ อู๊ดแท้มีความหนาและลึก แต้มจุดเดียวที่ข้อมือก็พอสำหรับทั้งวัน ถ้าโบกหลายจุดเพื่อนร่วมออฟฟิศได้ลุกหนีแน่นอนค่ะ คนเพิ่งเริ่มสายอาหรับเราเชียร์เริ่มที่ Pure Musk หรือกลิ่นกุหลาบผสมอู๊ดก่อน จะนุ่มและใส่ทำงานได้มากกว่า

ดูคาแรกเตอร์ทั้ง 7 กลิ่นของนาตาชาแบบเต็ม ๆ ได้ที่ คลิปรีวิวออยล์นาตาชา และพิกัดอัตตาร์: Ard Al Zaafaran Roll-On 10 ml

แบรนด์ไทยฐานออยล์: Butterfly, MITH และ Neferlogne สามตัวนี้คุ้มเงินคนละแบบ

ขวดน้ำหอม Butterfly Thai Perfume กลิ่น Agarwood & Benzoin ขนาด 60 ml ตั้งบนแท่นโชว์สีขาว พร้อมป้ายทองระบุชื่อกลิ่น

ถ้าอยากได้แพ็กเกจและเรื่องราวแบบแบรนด์ไทย แต่ความทนระดับออยล์ สามชื่อนี้คือตัวตึงของสายนี้ค่ะ Butterfly Thai Perfume ใช้ฐานกลิ่นเป็นน้ำมันเลยได้คะแนนความติดทนเต็ม 5/5 ขนาด 10 ml เริ่มต้น ฿329 กลิ่นลายเซ็นอย่างไม้กฤษณากำยาน (Agarwood & Benzoin) หอมหวานละมุนอุ่น ๆ แบบไทยผู้ดี ขวด 60 ml ตั้งบนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วออร่าแพงมาก

MITH กลิ่น Nude เป็นออยล์โทน floral woody musk ที่ให้ความอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดเบา ๆ ความติดทนอยู่ที่ 4.5/5 ขนาด 10 ml เริ่มต้น ฿399 นี่คือกลิ่นที่ปลอดภัยที่สุดในออฟฟิศ หอมชิดผิวแบบคนผิวดีกลิ่นตัวดีตั้งแต่เกิด ส่วน Neferlogne กลิ่น Make A Toast เป็น floral musky fruity เปิดด้วยส้มและเชอร์รีบลอสซัม ตามด้วยพีชพลัม แอมเบอร์ และไม้จันทน์ ติดทนกว่า 12 ชั่วโมง ขนาด 10 ml เริ่มต้น ฿615 แพงสุดในสามขวดแต่ชั่วโมงที่ได้ก็สมราคาสุดเหมือนกัน

สรุปแบบเพื่อนเชียร์เพื่อน เอาทนสุดและคุ้มสุดยกให้ Butterfly เอาใส่ทำงานทุกวันไม่รบกวนใครยกให้ MITH Nude และเอาไปปาร์ตี้หรือดินเนอร์ที่ต้องการความพิเศษยกให้ Neferlogne ค่ะ ดูรายละเอียดราคาและโน้ตกลิ่นเต็ม ๆ ได้ที่ รวมรีวิวน้ำหอมแบรนด์ไทย

แต้มยังไงให้กลิ่นอยู่ถึงชั่วโมงที่ 8 และวิธีเก็บออยล์ไม่ให้เพี้ยน

มือถือขวดน้ำหอมtravel size สีขาวของ Butterfly หน้าชั้นวางน้ำหอมในร้าน

ออยล์ไม่ได้ใช้แบบสเปรย์ค่ะ เทคนิคคือแต้มบนจุดที่ร่างกายอุ่นแล้วปล่อยให้ความร้อนค่อย ๆ ปล่อยกลิ่น ทั้งวัน ข้อมือ ข้อพับแขน หลังหู ท้ายทอย และตะเข็บคอเสื้อด้านในคือจุดที่ทำงานดีที่สุด โดยเฉพาะบนผ้ากลิ่นจะอยู่เงียบ ๆ นานกว่าบนผิวเสียอีก แต้มหลังทาโลชั่นตอนผิวชุ่ม ๆ จะยิ่งเกาะทน เพราะออยล์ชอบผิวที่มีความชื้น และแต้มแล้วกดเบา ๆ พอ อย่าถูแรง ๆ จนร้อนเพราะจะทำให้กลิ่นเพี้ยนตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน

เรื่องการเก็บ ออยล์ก็กลัวความร้อนและแสงเหมือนน้ำหอมทุกชนิด เก็บในกล่องเดิม วางให้พ้นแดดและอย่าทิ้งไว้ในรถเด็ดขาด ส่วนการพกพา ขวด 10–30 ml ยัดซองได้สบายมาก วันไหนอยู่ห้องแอร์ทั้งวันแล้วมีนัดต่อตอนเย็น แต้มซ้ำหลังมื้อเที่ยงอีกจุดเดียวก็เอาอยู่ถึงเลิกงานค่ะ

สรุปขวดไหนควรแต้มก่อน และควรตุนไหม

ขวดแนวกลิ่นความติดทนราคา
NAAM Chloe Creamครีมกุหลาบตระกูล Chloé8–10 ชั่วโมง฿299 / 30 ml
Ard Al Zaafaran Roll-Onอู๊ดและมัสก์อาหรับ 22 กลิ่นติดทั้งวันตามร้านราว ฿100 / 10 ml
Al-Rehab Dehn Al Oudอู๊ด Woody น้ำหวานติดทั้งวันตามร้านราว ฿100 / 6 ml
Butterfly Agarwood & Benzoinไม้กฤษณากำยานหวานละมุน5/5เริ่ม ฿329 / 10 ml
MITH Nudefloral woody musk อบอุ่น4.5/5เริ่ม ฿399 / 10 ml
Neferlogne Make A Toastfruity floral musky12 ชั่วโมง+เริ่ม ฿615 / 10 ml

งบ ฿299 กด NAAM ก่อนเลย และถ้า Chloe Cream อยู่ในสต็อกให้นางเป็นขวดแรก งบหลักร้อยลงไปอีกเดินสายอัตตาร์ Ard Al Zaafaran หรือ Al-Rehab โดยเริ่มจาก Pure Musk ฝั่งแบรนด์ไทยเลือกตามโจทย์ Butterfly เพื่อความทน MITH เพื่อออฟฟิศ Neferlogne เพื่อคืนพิเศษ และถ้ามีเดตแรกในปฏิทิน นาตาชากลิ่น Farensea หรือ Oud First Love คือคำตอบค่ะ

เรื่องตุน เราว่าไม่จำเป็นสำหรับสายออยล์ เพราะแต่ละครั้งใช้แต้มนิดเดียว ขวด 30 ml ใช้ได้หลายเดือนมาก ยกเว้นกลิ่นที่หมดทุกรอบอย่าง Chloe Cream ที่ถ้าเจอควรกดสำรองหนึ่ง จำนวนที่พอดีกระเป๋าคือสองขวด ดูปหนึ่งขวดสำหรับวันทำงาน และอู๊ดหรือมัสก์อีกหนึ่งขวดสำหรับกลางคืน จบครบทุกโอกาสโดยไม่เปลืองชั้นวาง

เรายอมรับเลยว่าปีนี้เป็นปีที่ย้ายฝั่งมารักskin scent แบบไม่กลับไปฉีดฟุ้ง ๆ อีกแล้ว ความสุขของมันคือชั่วโมงที่ 8 กลิ่นยังอยู่บนผิวเงียบ ๆ เหมือนเป็นกลิ่นตัวเราเองตั้งแต่แรก ใครแต้มขวดไหนอยู่หรือมีออยล์ซ่อนเด็ด ๆ ในกรุ มาเล่ากันหน่อยค่ะว่าชั่วโมงที่ 8 ของคุณเหลืออะไรบนตัวบ้าง เผื่อรอบหน้าเราจะได้มีรายชื่อเพิ่มในลิสต์กดโปร 11.11 ค่ะ 5555

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!