เราจับตาคอลนี้ตั้งแต่วันแรกที่ POP MART ประกาศวางขายในไทย 18 กันยายน เพราะเพื่อนในกลุ่มนักสะสมส่งรูปเข้ากลุ่มกันไม่หยุดตลอดสองสัปดาห์แรก ตอนแรกเราบอกตัวเองว่าขอดูก่อนสักเดือน แต่พอเห็นรูปทั้งเก้าตัวเรียงกันก็ทนไม่ไหว กดสั่งมาเองจนได้ คราวนี้เราอยากเล่าฝั่งตัวเลขให้ฟังแบบชัด ๆ เพราะจุดตายของคอลนี้ไม่ใช่ควรซื้อไหม แต่คือซื้อทางไหนแล้วงบไม่บานปลายโดยไม่รู้ตัว
ในเซ็ตมีอะไร

หนึ่งซีรีส์มี 9 แบบบวกตัวลับชื่อ Grain of Time ซึ่งมาแบบสุ่มแทนตัวปกติในอัตรา 1 ต่อ 108 กล่อง ฟิกเกอร์สูงประมาณ 9 ถึง 10 ซม. วัสดุเป็น PVC และ ABS ธีมคือเก้าอารยธรรมผ่านสายตาของ SKULLPANDA ตั้งแต่หินอ่อนกรีซ อียิปต์โบราณ หลังคาจีน โรโกโก้ สวนลอยบาบิโลน โกธิค วัฒนธรรมแจ๊ส ไปจนถึงยุคปัจจุบัน จุดที่เราชอบมากคือกล่องทำเป็นลายหินสลักนูนทั้งใบ วางตั้งบนชั้นเฉย ๆ ก็สวยแล้ว
จากรูปที่เห็นและตัวที่เราได้มา จุดร่วมของคอลนี้คือทุกตัวมาพร้อมพร็อพสถาปัตยกรรมชิ้นใหญ่ติดตัว ไม่ใช่ฟิกเกอร์ยืนบนฐานกลม ๆ แบบคอลทั่วไป อย่างตัวอารยธรรมจีนมีหลังคากระเบื้องเคลือบดำครอบหัว ตัวโกธิคมีมงกุฎทรงประตูโบสถ์และเสาแหลมสี่ต้นล้อมตัว นั่นแปลว่าพื้นที่ชั้นต้องเผื่อความกว้างมากกว่าที่คิดไว้หน่อย
เดี่ยวหรือยกเซ็ต

ราคาจากร้านทางการ popmartofficial.th บน Shopee กล่องสุ่มเดี่ยวอยู่ที่ 380 บาท ดูสินค้าหน้าร้านทางการ ส่วนยกเซ็ตครบ 9 ตัวอยู่ที่ 3,419 บาท ดูหน้าสินค้ายกเซ็ต เราลองคูณดู จุ่มเดี่ยวครบเก้าใบคือ 3,420 บาท แทบเท่ากับราคายกเซ็ตเป๊ะ แต่ยกเซ็ตการันตีไม่ซ้ำกันแน่ ขณะที่กล่องเดี่ยวมีโอกาสได้ตัวซ้ำ ถ้าเป้าของเธอคือเก็บครบทั้งชั้น เราว่ายกเซ็ตสบายใจกว่าเยอะ
ส่วนตัวลับไม่ได้การันตีในยกเซ็ต เพราะมาแบบสุ่มแทนตัวปกติในอัตรา 1 ต่อ 108 กล่อง เราจะจุ่มเดี่ยวหรือยกเซ็ตก็มีสิทธิ์เจอเท่ากันตามดวง เราเลยไม่แนะนำให้ใครบวกงบเพื่อล่าตัวลับโดยเฉพาะ
ร้านรีเซลบน Shopee ลงกล่องเดี่ยวคอลนี้ไว้ช่วง 393 ถึง 895 บาท ดูช่วงราคาจากร้านอื่น ราคาปลายช่วงมักเป็นแบบเลือกตัวได้เอง ซึ่งเราว่าไม่คุ้มถ้าเธอไม่ได้ปักใจตัวใดตัวหนึ่งจริง ๆ วิธีเช็กร้านก่อนกดที่เราใช้ทุกครั้งคือดูชื่อร้านกับป้าย Mall เปิดดูรูปรีวิวจากคนซื้อจริง และเทียบราคากับร้านทางการก่อนเสมอ อย่างหน้ากล่องเดี่ยวของร้านทางการตอนนี้ได้เรต 5.0 จาก 41 รีวิว พร้อมการันตีของแท้และนโยบายคืนหรือเปลี่ยนภายใน 15 วัน เราเลยจบที่ร้านทางการแบบไม่ลังเล
ตัวไหนเด่น

ในสายตาเรามีสามตัวที่แบกทั้งเซ็ตไว้ ตัวแรกคือโทนโกธิคที่มงกุฎประตูโบสถ์ละเอียดมาก ขาเคลือบเงาสีแดงเข้มตัดกับลำตัวขาวด้านชัด ๆ ตัวที่สองคืออารยธรรมจีน หลังคากระเบื้องดำมันวาวตัดกับชายผ้าลายทอง และตัวที่สามคือโทนหินอ่อนขาวที่มีรอยแตกเลียนแบบหินทั่วตัว มองไกล ๆ นึกว่าประติมากรรมจริง ยกตัวอย่างสามตัวนี้จากรูปที่เห็นคืองานเก็บขอบสะอาด ตรงข้อต่อไม่มีสีเกินเลย
ตัวที่เหลือก็ไม่ได้แย่ลงเลย อียิปต์ได้เครื่องหัวและเครื่องประดับเต็ม บาบิโลนได้กรอบสวนที่เปิดปิดได้จริง ตัวแจ๊สได้อารมณ์วงดนตรีเต็มวง เราคิดว่าคอลนี้ไม่มีตัวเกลือเลย จุ่มได้ตัวไหนก็ตั้งโชว์ได้หมด ซึ่งหายากมากในซีรีส์ฟิกเกอร์ราคาเกินสามร้อย
ตอนนี้เราเรียงทั้งเก้าตัวบนชั้นไม้หน้าโต๊ะทำงาน โดยหันกล่องลายหินสลักไว้ข้างหลัง เพื่อนแวะมาบ้านทีไรเป็นต้องหยิบมาดูทีละตัว เราเลยเข้าใจแล้วว่าทำไมช่วงนี้ฟีดถึงเต็มไปด้วยคอลนี้
เราคิดว่า Skullpanda Where Time Dwells เป็นคอลที่คุ้มจะจ่ายราคายกเซ็ตถ้าเธอชอบอยู่แล้วสี่ถึงห้าตัวขึ้นไป เพราะตกตัวละแทบไม่ต่างจากจุ่มเดี่ยวแต่ตัดความเศร้าจากตัวซ้ำออกไปหมด แต่ถ้าชอบแค่สองสามตัว จุ่มเดี่ยวกล่องละ 380 บาทก็พอ แล้วเอาตัวที่ซ้ำหรือตัวที่ไม่อินไปวางสลับกับซีรีส์อื่นก็ยังสวยอยู่ เรารู้สึกว่ารอบนี้ POP MART ลงแรงกับพร็อพและสถาปัตยกรรมมากกว่าหน้าตาของน้อง คนที่ไม่ใช่แฟน SKULLPANDA โดยกำเนิดจึงเริ่มเก็บจากคอลนี้ได้แบบไม่เขิน และถ้างบเธอตึงจริง ๆ รอช่วงแคมเปญ Shopee แล้วค่อยกดกล่องเดี่ยวสักกล่องก็ยังไม่สาย






