ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

โปรแกรมฝึกอบรม AI กำลังปิดช่องว่างทักษะคนทำงานและคนเรียน

โปรแกรมฝึกอบรม AI กำลังปิดช่องว่างทักษะคนทำงานและคนเรียน
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

ทำไมการรู้เท่าทัน AI ต้องเริ่มจากการลงมือทำ ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

การรู้เท่าทัน AI หมายถึงความสามารถในการเข้าใจหลักการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ การใช้เครื่องมือ AI อย่างรับผิดชอบ และการประยุกต์มันเข้ากับบริบทการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ การสื่อสาร และการสร้างคุณค่าใหม่ โดยไม่มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีลอยๆ แต่เป็นทักษะดิจิทัลพื้นฐานที่ทุกคนควรมีในเศรษฐกิจกระแสใหม่ มุมมองต่อโปรแกรมฝึกอบรม AI วันนี้จึงเปลี่ยนจากคอร์สให้ความรู้ ไปสู่การสร้างคนทำงานและคนเรียนที่ “ลงมือใช้” AI กับโจทย์จริง ทั้งในธุรกิจ การศึกษา และงานวิชาชีพ การศึกษา AI ในสถานศึกษา เริ่มดันผู้เรียนให้คิดแบบนักสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเทคโนโลยี ขณะเดียวกันภาคธุรกิจก็ไม่ได้รอให้ระบบการศึกษาแก้ปัญหาคนขาดทักษะ AI แต่ลุกมาสร้างแพลตฟอร์มเรียนรู้ AI ของตัวเอง ทำให้ช่องว่างทักษะเริ่มถูกปิดจากหลายด้านพร้อมกัน

หลักสูตรพลิกเกมธุรกิจด้วย AI ย้ายผู้ประกอบการจากคนใช้เครื่องมือไปสู่ผู้วางกลยุทธ์

โครงการ “พลิกเกมธุรกิจ เร่งสปีดด้วย AI” ภายใต้แนวคิด Megatrend Arrow ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่สัมมนาอีกงานหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบโปรแกรมฝึกอบรม AI แบบ Upskill และ Reskill ให้ผู้ประกอบการก้าวทันเศรษฐกิจกระแสใหม่ จุดแข็งคือการผูกองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวโน้มการค้าโลก เข้ากับการฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค การวางแผนการตลาด ไปจนถึงการบริหารต้นทุนและการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพ SMEs MSMEs และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล สองวันในห้องอบรมที่หาดใหญ่จึงไม่ใช่การฟังบรรยายยาวๆ แต่เป็นการจับผู้ประกอบการมาลองใช้เครื่องมือ AI แก้โจทย์ธุรกิจ ตั้งแต่การสร้าง Business Mindset ใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ ไปจนถึงการต่อยอดเครือข่ายกับวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญ จุดยืนที่น่าสนใจคือเห็นชัดว่า ทักษะ AI สำหรับผู้ประกอบการไม่ใช่เรื่องเขียนโค้ด แต่คือการเข้าใจว่า AI จะช่วยตัดสินใจ ลดความสูญเสีย และสร้างคุณค่าใหม่ให้ธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

พื้นที่เรียนรู้ AI นอกห้องเรียน เปลี่ยนผู้สนใจเทคโนโลยีให้เป็นคนทำของจริง

เมื่อโปรแกรมฝึกอบรม AI ในองค์กรเริ่มมองว่าความรู้ไม่ควรถูกขังอยู่ในห้องเรียน ความร่วมมือระหว่าง CP-CoEX และศูนย์นวัตกรรมด้านดิจิทัลจึงออกแบบพื้นที่ “AI For ALL” ให้คนที่สนใจ AI มาเรียนรู้จากเคสธุรกิจจริง เซสชัน “AI After Hours: Behind Every Baht #01” เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียน คนรุ่นใหม่ และคนทำงานด้านเทคโนโลยีได้ถามว่า AI ถูกใช้สร้าง Business Impact ในโลกจริงอย่างไร ตั้งแต่บริการทางการเงินไปจนถึงกระบวนการทำงานภายในองค์กร หนึ่งในประโยคที่สะท้อนผลกระทบต่อทักษะคนทำงานชัดเจนคือ “การนำ AI มาปรับกระบวนการทำงานภายใน Ascend Money สามารถประหยัดเวลาการทำงานได้ถึง 150,000 ชั่วโมง” ซึ่งไม่เพียงเพิ่ม Productivity แต่ยังคืนเวลาคนในองค์กรให้ไปทำงานที่มีคุณค่าเพิ่ม บรรยากาศที่รวมนักพัฒนา AI ผู้เรียน CP-CoEX และคนรุ่นใหม่จากหลายมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้แพลตฟอร์มเรียนรู้ AI กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่คนอยากใช้ AI ได้เห็นคนทำจริง คิดจริง และแปลง AI เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในสไลด์

โปรแกรมฝึกอบรม AI กำลังปิดช่องว่างทักษะคนทำงานและคนเรียน

AI ในห้องเรียน K–12 ตัวช่วยคืนเวลาให้ครู และเปิดพื้นที่เรียนรู้เฉพาะตัวให้เด็ก

ภาพการศึกษา AI ในสถานศึกษาไม่ได้อยู่แค่ระดับมหาวิทยาลัยหรือคอร์สเสริม แต่เริ่มลงไปถึงห้องเรียน K–12 ในเครือโรงเรียนรัฐแบบ charter ที่เมืองเซาท์เบนด์ ซึ่งกำลังวางรากฐาน AI ครอบคลุมทั้งในชั้นเรียน หลังบ้าน และหลักสูตร เพื่อยกระดับผลลัพธ์ของนักศึกษา ลดภาระงานเอกสารของครู และเชื่อมต่อกับครอบครัวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้บริหารประกาศชัดว่า AI ไม่ใช่ตัวแทนครู แต่เป็นเครื่องมือคืนเวลาให้ครูได้อยู่กับนักศึกษามากขึ้น โดยตั้ง AI Task Force ดูแลแนวทางการใช้อย่างมีจริยธรรมและผลักดันการใช้งานจริงในทุกอาคารเรียน ในทางปฏิบัติ ครูใช้เครื่องมืออย่าง Google Gemini จัดการงานและเวลาประชุม ขณะที่ทีมงานสำรวจแพลตฟอร์มกว่า 40–50 รายการ ก่อนเลือก Flint K12 มาช่วยสร้างแผนการสอน ปรับกิจกรรมให้เหมาะกับผู้เรียนรายบุคคล และวิเคราะห์จุดที่ต้องการการเสริมแรง ทำให้ครูทวงคืนเวลาในห้องเรียนกลับมาได้ ขณะเดียวกัน การเปิด AI/Machine Learning Pathway ระดับมัธยมทำให้ผู้เรียนเริ่มเข้าใจการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และนำเทคโนโลยีไปสร้างประโยชน์ต่อโลกได้จริง ไม่ใช่แค่ใช้เพื่อทำการบ้านให้เสร็จเร็วขึ้น

โปรแกรมฝึกอบรม AI กำลังปิดช่องว่างทักษะคนทำงานและคนเรียน

จากการอัปสกิลสู่การออกแบบระบบเรียนรู้ AI ที่ทุกคนเข้าถึงได้

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ด้วยหลักสูตรพลิกเกมธุรกิจเร่งสปีดด้วย AI พื้นที่คอมมูนิตี้ AI For ALL ที่เชื่อว่าความรู้ที่ดีที่สุดเกิดจากการเห็นคนทำจริง หรือการบูรณาการ AI ในระบบโรงเรียน K–12 ภายใต้กรอบจริยธรรมและโค้ชช่วยหน้างาน ทั้งหมดสะท้อนทิศทางเดียวกัน นั่นคือการย้ายคนจากบทบาทผู้ใช้เทคโนโลยีแบบพื้นฐาน ไปสู่ผู้ปฏิบัติที่เข้าใจวิธีใช้ AI แก้ปัญหาและสร้างคุณค่าใหม่ในโลกจริง ช่องว่างทักษะจึงไม่ได้ปิดด้วยตำรา แต่ด้วยประสบการณ์ลงมือทำในบริบทหลากหลาย ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และตั้งแต่ห้องเรียนประถมไปจนถึงเวทีเสวนาหลังเลิกงาน สำหรับสังคมที่ยังลังเลกับ AI คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ควรใช้หรือไม่ควรใช้ AI” แต่คือ “จะออกแบบเส้นทางให้ทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และใช้ AI อย่างรับผิดชอบได้อย่างไร” เพราะเมื่อโปรแกรมฝึกอบรม AI และแพลตฟอร์มเรียนรู้ AI ถูกสร้างให้เชื่อมกับโลกจริง คนทำงานและคนเรียนก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะเป็นเจ้าของอนาคตดิจิทัล ไม่ใช่แค่ผู้โดยสารที่ถูกเทคโนโลยีพาไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!