ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ฟิล์มสีกลับมาแรง: สัญญาณชัดว่าตลาดแอนะล็อกไม่ได้มีแค่กระแสความคิดถึง

ฟิล์มสีกลับมาแรง: สัญญาณชัดว่าตลาดแอนะล็อกไม่ได้มีแค่กระแสความคิดถึง
ความสนใจ|ถ่ายภาพวินเทจ

การกลับมาของฟิล์มสี: ไม่ใช่แค่คิดถึงอดีตแต่คือการเลือกวิธีเล่าเรื่องใหม่

การกลับมาของฟิล์มสีในยุคดิจิทัลคือปรากฏการณ์ที่ช่างภาพรุ่นใหม่และรุ่นเก่าหันกลับไปใช้ฟิล์มแอนะล็อกทั้งเพื่อโทนภาพที่มีเอกลักษณ์ ประสบการณ์การถ่ายที่ช้าลงแต่มีสติ และความรู้สึกจับต้องได้ของเนกาทีฟ ทำให้ตลาดฟิล์มสี Kodak และแบรนด์อื่นเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงคลื่นแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการรีเซ็ตวิธีคิดเรื่องภาพถ่ายและคุณค่าของงานภาพในระยะยาวของผู้ใช้กล้องทั่วโลก

สัญญาณสำคัญมาจากรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Kodak ที่ระบุว่าเซ็กเมนต์ Advanced Materials and Chemicals ซึ่งมีธุรกิจฟิล์มอยู่ในนั้นถูกมองว่าเป็น “เซ็กเมนต์ที่เติบโตสูงที่สุด” และบริษัทตั้งใจจะ “เดินหน้าสูงสุดกับปริมาณฟิล์มด้วยการลงทุนด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และขยายกำลังการผลิต” การตัดสินใจเช่นนี้สะท้อนว่าผู้บริหารไม่ได้มองฟิล์มเป็นของตกยุค แต่เป็นเสาหลักใหม่ของธุรกิจในระยะยาว

ฟิล์มสีกลับมาแรง: สัญญาณชัดว่าตลาดแอนะล็อกไม่ได้มีแค่กระแสความคิดถึง

Kodak: ฟิล์มเป็นตัวชูโรงในผลประกอบการและเปลี่ยนภาพลักษณ์บริษัท

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา Kodak มักถูกพูดถึงในฐานะยักษ์ใหญ่ที่ตกยุค แต่การฟื้นตัวล่าสุดกลับเริ่มต้นจากฟิล์มสีและเคมีฟิล์มมากกว่าธุรกิจพิมพ์ เมื่อรายงานผลประกอบการไตรมาสสองเผยว่ารายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 263 ล้าน เป็น 311 ล้าน กำไรขั้นต้นกระโดดขึ้น 61% และจากการขาดทุน 26 ล้านพลิกมาเป็นกำไร 17 ล้าน ข้อมูลที่น่าสนใจคือบรรทัด “film and chemicals” เติบโตจาก 68 ล้าน เป็น 97 ล้าน และแทบจะเป็นที่มาของการเติบโตทั้งหมดในเซ็กเมนต์นี้ นั่นหมายความว่าฟิล์มไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเสริม แต่กำลังผลักดันงบดุลทั้งบริษัท

ที่สำคัญ นี่คือไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่ผลประกอบการดีขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี และเกิดขึ้นเพียงหนึ่งปีหลังบริษัทเคยเตือนถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจต่อไปในฐานะกิจการต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เกิดขึ้นท่ามกลาง “การกลับมาถ่ายทำบนฟิล์มอย่างจริงจัง” ของทั้งสายภาพยนตร์และภาพนิ่ง การมองว่าฟิล์มวินเทจกลับมาแรงเพราะความคิดถึงอย่างเดียวจึงดูไม่สอดคล้องกับตัวเลขจริง หากเป็นการยืนยันว่าตลาดฟิล์มสี Kodak และฟิล์มภาพยนตร์กำลังมีฐานลูกค้าใหม่ที่ตั้งใจใช้ ไม่ใช่แค่ลองสนุกชั่วคราว

Phoenix ฟิล์มสี: เสียงผู้ใช้ผลักดันให้ผู้ผลิตปรับสูตรและค่า ISO ใหม่

ขณะที่ Kodakแสดงให้เห็นว่าฟิล์มสียังคงเป็นธุรกิจจริงจัง ผู้ผลิตอีกรายอย่าง Harman ก็ใช้วิธีตรงไปตรงมาคือฟังเสียงช่างภาพแล้วปรับฟิล์มให้ตอบโจทย์การใช้งาน Phoenix ฟิล์มสีรุ่นแรกเปิดตัวในชื่อ Phoenix 200 ก่อนตามด้วย Phoenix II จากนั้นบริษัทเลือกกลับไปปรับสูตรฟิล์มตัวต้นแบบแล้วรีลีสใหม่ในชื่อ Phoenix 125 พร้อมความเร็ว ISO ใหม่ โดยยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นโดยตรงจากคำแนะนำและฟีดแบ็กของลูกค้าเกี่ยวกับวิธีที่ช่างภาพใช้ Phoenix รุ่นเดิม ภาพรวมคือ Phoenix ฟิล์มสีไม่ได้ถูกสร้างในห้องทดลองล้วนๆ แต่มาจากการร่วมออกแบบทางอ้อมระหว่างผู้ผลิตและคนถ่ายจริง

Phoenix 125 ยังคงลายเซ็นเดิมของ Phoenix 200 ทั้งคอนทราสต์สูงและเกรนที่เห็นชัดซึ่งช่วยสร้างผลลัพธ์ที่มีคาแรกเตอร์และดูเป็นแอนะล็อกอย่างไม่ผิดฟิล์มสีชนิดอื่น ผู้ผลิตระบุว่าฟิล์มนี้ให้สีสันที่เข้มและฉูดฉาด และแนะนำให้ช่างภาพตั้งใจวัดแสง โดยเฉพาะการมิเตอร์ที่โทนกลางเพื่อรักษารายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง พร้อมเตือนว่า “การโอเวอร์หรืออันเดอร์ไม่เป็นมิตรกับ Phoenix” สิ่งนี้สะท้อนว่าฟิล์มใหม่ไม่ได้พยายามทำให้การถ่ายง่ายเหมือนสมาร์ตโฟน แต่ยืนยันเสน่ห์ของการตั้งค่าด้วยมือและรับความเสี่ยงของภาพพลาด

Phoenix 125 มาพร้อมตลับฟิล์มแบบ DX-coded และค่า ISO 125 ที่เหมาะกับแสงดีสม่ำเสมอและวันที่แดดค่อนข้างแรง รวมถึงมีโอกาสเกิดฮาเลชันเมื่อถ่ายย้อนแสง ฟังดูอาจเป็นข้อจำกัด แต่สำหรับช่างภาพที่ต้องการโทนจัดจ้านและเอฟเฟกต์แสงหลุดๆ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของเสน่ห์ฟิล์มวินเทจกลับมาแรง การที่ฟิล์มถูกมองว่า “เป็นฟิล์มที่คนรักและคนเกลียด” แต่กลับได้รีลีสใหม่ในรูปแบบ Phoenix 125 ที่พร้อมจำหน่ายทั้งฟอร์แมต 35mm และ 120 เร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าตลาดฟิล์มสีระดับทดลองมีพลังพอให้ผู้ผลิตลงทุนต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ทดลองครั้งเดียวแล้วจบ

Kodak Ultramax 400: ฟิล์มสีราคาย่อมเยาที่ชนะใจผู้ใช้แม้แพ็กเกจจะไม่เด่น

ในโลกของฟิล์มสี Kodak ที่เต็มไปด้วยชื่อดังอย่าง Portra หรือ Ektar กลับมีฟิล์มหนึ่งมียอดผู้ใช้สูงแต่ภาพลักษณ์ต่ำกว่า นั่นคือ Kodak Ultramax 400 ฟิล์มสีระดับผู้บริโภคที่ถูกมองข้ามเพราะชื่อแบรนด์และแพ็กเกจจิงที่ธรรมดา ทั้งที่แท้จริงแล้วมันคือสมาชิกตระกูล Gold ในรหัส Kodak GC ซึ่ง “G” คือ Gold และ “C” คือความไวฟิล์ม 400 ด้วยการรีแบรนด์จาก Kodacolor Gold 400 มาสู่ Gold 400 แล้วมาเป็น Ultramax 400 ในเวลาต่อมา ฟิล์มตัวนี้จึงมีประวัติยาวนานและผ่านการแก้สูตรหลายครั้งจนพัฒนาบุคลิกของตัวเองอย่างชัดเจน

ในด้านการใช้งาน Kodak Ultramax 400 ถูกจัดว่าเป็นฟิล์มราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับฟิล์มสีระดับโปรของค่ายเดียวกัน ข้อมูลรีวิวระบุชัดว่า “Kodak Ultramax 400 มีราคาถูกกว่า มันไม่ถูกเท่า ColorPlus แต่ถูกกว่าฟิล์ม Portra หรือ Ektar อยู่มาก และนี่คือข่าวดีสำหรับช่างภาพฟิล์มทุกคนในยุคที่ราคาฟิล์มไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ” ทำให้ Ultramax 400 ราคา ถูกยกเป็นตัวเลือกสมดุลระหว่างคุณภาพและงบประมาณสำหรับคนที่อยากถ่ายฟิล์มสีเป็นประจำโดยไม่รู้สึกว่ากระเป๋าเงินถูกลงโทษทุกครั้งที่กดชัตเตอร์

จุดแข็งจริงๆ ของ Ultramax 400 อยู่ที่สี ฟิล์มนี้ให้โทนสีสว่างสะอาดและเด้งทุกย่าน ตั้งแต่ท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม แดงและส้มที่กระโดดออกมา ไปจนถึงสีเขียวแน่นและดูมีชีวิต พร้อมทั้งยังจัดการกับสีผิวได้ดีหากไม่โอเวอร์จนเป็นโทนเหลือง และรักษาสีเทากับโทนกลางให้ไม่หลุดไปทางใดทางหนึ่ง เมื่อพิจารณาว่าเป็นฟิล์ม “ผู้บริโภค” ที่แพ็กเกจไม่หวือหวา ความจริงที่ว่ามันสามารถให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงฟิล์มระดับโปรในราคาที่เป็นมิตรจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฟิล์มวินเทจกลับมาแรงในสายคนใช้กล้อง 35mm ทุกวัน

ฟิล์มสีกลับมาแรง: สัญญาณชัดว่าตลาดแอนะล็อกไม่ได้มีแค่กระแสความคิดถึง

จากกระแสวินเทจสู่โครงสร้างใหม่ของตลาดฟิล์มสี

เมื่อมองภาพรวมทั้งฝั่งผู้ผลิตรายใหญ่และรายที่ทดลองมากกว่า จะเห็นว่าการฟื้นของฟิล์มสีไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นสั้นๆ Kodak อยู่บนพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงกว่าที่เคยในรอบทศวรรษ และฟิล์มคือส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดของธุรกิจ แม้รายงานจะไม่ได้แยกตัวเลขละเอียดก็ตาม ในขณะเดียวกัน Phoenix ฟิล์มสีของ Harman ถูกนำกลับมาปรับสูตรและเปลี่ยนค่า ISO ตามคำแนะนำของช่างภาพที่ใช้จริง และ Kodak Ultramax 400 กลายเป็นตัวเลือกฟิล์มสีราคาย่อมเยาที่ให้สีสวยและมีประวัติยาวนานแม้จะโดนปัญหาการรีแบรนด์บดบัง ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าตลาดเริ่มสร้างฐานผู้ใช้ใหม่ที่ถ่ายอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงเพราะเทรนด์ชั่วคราว

สำหรับช่างภาพธรรมดา ผลลัพธ์คือมีทางเลือกเพิ่มขึ้นทั้งสายทดลองอย่าง Phoenix 125 ที่เน้นคอนทราสต์สูงและเกรนชัดพร้อมสีจัดจ้าน แต่ต้องใส่ใจการวัดแสงเพื่อไม่ให้โอเวอร์หรืออันเดอร์ และสายใช้งานประจำอย่าง Kodak Ultramax 400 ที่มีค่า ISO 400 เพียงพอสำหรับการถ่ายในหลายสถานการณ์และมีต้นทุนต่อม้วนที่เป็นมิตร เมื่อผู้ผลิตยืนยันจะลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตฟิล์มและออกสต็อกใหม่ เช่น ฟิล์มภาพยนตร์ VERITA 200D ที่พัฒนาจากการทำงานในซีซันล่าสุดของซีรีส์ชื่อดังและพร้อมให้สั่งเป็นสต็อกพิเศษ เราจึงควรยอมรับว่าฟิล์มสี Kodak และแบรนด์อื่นไม่ได้กลับมาเพื่อรำลึกอดีตอย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือปัจจุบันในการเล่าเรื่องด้วยภาพของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว

ฟิล์มสีกลับมาแรง: สัญญาณชัดว่าตลาดแอนะล็อกไม่ได้มีแค่กระแสความคิดถึง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!