ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน
ความสนใจ|อุปกรณ์เกมมิ่ง

สงครามหูฟังเกมมิ่งใหม่ในยุคไดรเวอร์แรงและแบตเตอรี่ยาวนาน

หูฟังเกมมิ่งใหม่ คืออุปกรณ์สวมใส่สำหรับการเล่นเกมที่ผสมผสานไดรเวอร์หูฟังประสิทธิภาพสูง การเชื่อมต่อที่เสถียร แบตเตอรี่ยาวนาน และฟีเจอร์เฉพาะทางสำหรับหูฟังเกมแข่งขัน เช่น ระบบเสียงรอบทิศทาง ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และการปรับแต่งเสียงผ่านซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้เล่นได้ทั้งความได้เปรียบในการแข่งขันและประสบการณ์ความบันเทิงที่เต็มอารมณ์

กระแสล่าสุดชัดเจนว่าแบรนด์ใหญ่ไม่ยอมปล่อยตลาดกลางถึงพรีเมียมหลุดมือ ROG เปิดตัว Pelta Core Gaming Headset พร้อมดันไดรเวอร์ไททาเนียม 50 มม ในขณะที่ JBL ส่ง Quantum 120 มีไดรเวอร์ขนาด 50 มม ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรุ่นบน ฝั่ง Razer ตอบสนองสายไร้สายและแฟนคาแรกเตอร์ด้วย Cinnamoroll Headset ที่เน้นดีไซน์และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 40 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ภาพรวมคือสงครามไดรเวอร์และแบตเตอรี่ ที่ใครอ่อนกว่าก็เสี่ยงหลุดจากเรดาร์เกมเมอร์ทันที

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน

ROG Pelta Core เน้นความเป็นโปรผ่านไดรเวอร์ไททาเนียมและพันธมิตรอีสปอร์ต

ROG Pelta Core Gaming Headset คือคำตอบของคนที่อยากได้หูฟังเกมแข่งขันแบบเสียบแล้วพร้อมลุย ตัวนี้ใช้การเชื่อมต่อแบบ USB และติดตั้งไดรเวอร์หูฟังขนาด 50 มม เคลือบไททาเนียมที่ออกแบบเฉพาะของ ROG รองรับย่านความถี่ 20Hz ถึง 20kHz ซึ่งคือสเปกที่บอกตรงๆ ว่าเน้นรายละเอียดเสียงรบกวนในเกมไม่แพ้เอฟเฟกต์ระเบิดและเบส ตัวโครงออกแบบให้มีน้ำหนักเพียง 300 กรัมพร้อมแถบคาดศีรษะปรับได้สามระดับเพื่อลดแรงกด จึงชัดว่าตั้งใจให้ใส่ยาวๆ แบบแมตช์ทัวร์นาเมนต์

สิ่งที่ทำให้ Pelta Core ดูจริงจังกับตลาดอีสปอร์ตคือการออกเกียร์คู่ขนานอย่างแผ่นรองเมาส์ Hone Control Ace L Vitality Edition ที่ร่วมพัฒนากับทีม Team Vitality ซึ่งเป็นทีมระดับแถวหน้าของเกม Counter Strike และ VALORANT การจับมือกับทีมที่มีผลงานระดับโลกแบบนี้ส่งสารชัดเจนว่า ROG ต้องการการยอมรับจากวงการโปรเพลเยอร์มากกว่าการเป็นแค่แบรนด์เกมเมอร์ทั่วไป และทำให้ชุดอุปกรณ์ของตัวเองมีน้ำหนักในสายตาผู้เล่นที่จริงจังกับการแข่งขัน

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน

JBL Quantum 120 สายมีสายที่ดึงเทคโนโลยีจากรุ่นท็อปลงมาสู่ตลาดกลาง

ถ้าฝั่ง ROG เน้นภาพโปรเพลเยอร์ ฝั่ง JBL Quantum 120 คือทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้เสียงแบบระดับสูงแต่ยอมรับการใช้สายได้ หูฟังรุ่นนี้รองรับเสียงความละเอียดสูงและประกาศชัดว่าถ่ายทอดดีไซน์และเทคโนโลยีเสียงจากรุ่นบนลงมา จุดขายหลักคือไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 50 มม ใช้ไดอะแฟรมคาร์บอนตัวเดียวกับรุ่น Quantum 950 Wireless ทำให้เสียงต่ำแน่นและย่านกลางแหลมยังชัดเจน เหมาะกับเกมที่ต้องฟังเสียงก้าวเท้าและทิศทางกระสุน

JBL ยังเสริมระบบ Quantum spatial sound ให้พีซีและแมคเพื่อช่วยเรื่องตำแหน่งเสียงรอบตัว ฝั่งการสื่อสารใช้ไมค์บูมแบบถอดได้ขนาด 6 มม ทิศทางเดี่ยว ลดเสียงรบกวนรอบข้างได้เหนือกว่ารุ่นก่อนที่ใช้ 4 มม จุดหนึ่งที่ควรชมคือการออกแบบเพื่อการใส่นาน ทั้งแผ่นรองหูที่เปลี่ยนได้และแถบคาดศีรษะซิลิโคน น้ำหนักประมาณ 265 กรัม ทำให้เป็นหูฟังมีสายที่ยังตอบโจทย์คนเล่นยาวหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องมานั่งชาร์จแบต

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน

Razer Cinnamoroll Headset เมื่อดีไซน์ลิขสิทธิ์เจอกับแบตเตอรี่ 40 ชั่วโมง

ด้านไร้สาย Razer เลือกเดินเกมต่างจากคู่แข่งด้วยการหันไปจับมือกับคาแรกเตอร์ยอดนิยมอย่าง Cinnamoroll แล้วสร้างหูฟังรุ่นพิเศษที่เป็นฐานมาจาก Kraken Kitty V2 BT Cinnamoroll Edition ใช้ไดรเวอร์ TriForce ขนาด 40 มม ให้โทนเสียงสมดุลทุกย่าน การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 และแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 40 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ข้อจำกัดคือไม่มีโหมดไร้สาย 2.4GHz จึงเหมาะกับผู้เล่นพีซีมากกว่าคนที่ต้องการค่าหน่วงต่ำสุดแบบคอนโซล

จุดที่น่าสนใจคือ Razer ไม่เลือกทางลัดแบบแปะโลโก้แล้วบวกค่าลิขสิทธิ์ แต่ลงทุนทำหูสุนัขพับได้บนเฮดแบนด์และคุมโทนสีขาวฟ้าพาสเทลให้ไปกับธีม Cinnamoroll ทั้งชุด ภายในยังใส่รายละเอียดคาแรกเตอร์อย่างมีรสนิยม ทำให้เป็นเกียร์ลิขสิทธิ์ที่ใช้งานจริงได้ทั้งเล่นเกมและคอสเพลย์ แถมยังต่อยอดเป็นไลน์อัปธีมเดียวกันทั้งเก้าอี้และอุปกรณ์อื่น กล่าวได้ว่า Razer เลือกใช้ดีไซน์และแบตเตอรี่ยาวนานเป็นอาวุธหลักเพื่อชิงใจผู้เล่นที่มองหาหูฟังเกมมิ่งใหม่สายไร้สายและรักความน่ารักไปพร้อมกัน

ศึกหูฟังเกมมิ่งใหม่ ชนกันด้วยไดรเวอร์พรีเมียมและแบตเตอรี่ยาวนาน

ไดรเวอร์ แบตเตอรี่ และแบรนด์อีสปอร์ต กลายเป็นตัวชี้ชะตาในตลาดหูฟังเกมแข่งขัน

เมื่อมองภาพรวมทั้งสามแบรนด์จะเห็นรูปแบบการแข่งขันชัดเจน แบรนด์ที่อยู่รอดในตลาดหูฟังเกมแข่งขันจำเป็นต้องมีอย่างน้อยสามปัจจัย หนึ่ง ไดรเวอร์หูฟังระดับสูง เช่น ไททาเนียม 50 มม ของ ROG หรือคาร์บอน 50 มม ของ JBL สอง แบตเตอรี่ยาวนานในฝั่งไร้สายอย่าง 40 ชั่วโมงของ Razer และสาม การรับรองเชิงสังคมจากทีมอีสปอร์ตหรือการใช้งานในสนามแข่งจริง

การที่ ROG ร่วมพัฒนาอุปกรณ์กับ Team Vitality ซึ่งมีผลงานโดดเด่นใน CS และ VALORANT ไม่ได้เป็นแค่แคมเปญการตลาด แต่เป็นเหมือนตรารับรองว่าค่าแรงเสียดทานผิวผ้า การควบคุมเมาส์ และการตอบสนองของอุปกรณ์ผ่านการทดสอบจากผู้เล่นระดับโลกแล้ว ฝั่งผู้บริโภคจึงเริ่มมองหาโลโก้ทีมอีสปอร์ตหรือคำว่าโปรในสเปกเป็นตัวช่วยตัดสินใจ สุดท้ายผู้เล่นต้องเลือกว่าตัวเองให้ค่าน้ำหนักกับเสียง การเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ หรือภาพลักษณ์อีสปอร์ตมากที่สุด เพราะในยุคที่สเปกชนกันทุกมุม การรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรชัดคือวิธีเดียวที่จะไม่หลงไปกับกระแสหูฟังเกมมิ่งใหม่ที่โหมเปิดตัวต่อเนื่อง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!