ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ตลาดรถไฟฟ้าเติบโตแรง 47% ครึ่งปี นำโด่งอาเซียน-6

ตลาดรถไฟฟ้าเติบโตแรง 47% ครึ่งปี นำโด่งอาเซียน-6
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

ภาพรวมตลาดรถไฟฟ้าอาเซียน และข้อเท็จจริงที่ต้องยอมรับ

ตลาดรถไฟฟ้า หมายถึงตลาดยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักหรือร่วมกับเครื่องยนต์สันดาป ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด หรือรูปแบบ xEV อื่น ๆ ครอบคลุมทั้งการผลิต การจำหน่าย และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์น้ำมันไปสู่ทางเลือกที่ใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปีคือยอดขายยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มอาเซียน-6 เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตลาดรถไฟฟ้าท้องถิ่นทำผลงานโดดเด่นขึ้นเป็นผู้นำด้วยยอดขาย xEV 206,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อเทียบกับตลาดคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามที่ 127,000 คัน และอินโดนีเซียที่ 114,000 คัน ภาพนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย แต่คือสัญญาณว่าตลาดรถไฟฟ้าอาเซียนกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนใหญ่ และผู้นำรายนี้กำหนดจังหวะให้ทั้งภูมิภาคต้องเร่งตามให้ทัน

ตัวเลขยอดขายรถ EV และเหตุผลว่าทำไมดีมานด์จึงพุ่งแรง

การเติบโตตลาด EV ในครึ่งปีนี้ไม่ใช่การโตแบบฉาบฉวย แต่เป็นการปรับโครงสร้างดีมานด์ของผู้ใช้รถอย่างชัดเจน ยอดขายรถ EV หรือ xEV รวมในกลุ่มอาเซียน-6 คิดเป็น 32% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด แปลว่ารถไฟฟ้าไม่ได้เป็นแค่สินค้าช่องเล็ก แต่เริ่มกลายเป็นกระแสหลักของตลาดรถยนต์ ที่ชัดกว่าคือสัดส่วนยอดขาย xEV ในตลาดผู้นำ เพิ่มจาก 32% ในครึ่งแรกของปี 2567 มาเป็น 53% ภายในครึ่งแรกของปี 2569 นี่คือการขยับจากหนึ่งในสามไปเป็นครึ่งเกินครึ่งของตลาดในเวลาเพียงสองปี เป็นคำตอบเชิงตัวเลขว่าทำไมตลาดรถไฟฟ้าจึงถูกพูดถึงว่าแข็งแรงที่สุดในอาเซียน และสะท้อนว่าผู้ใช้รถจำนวนมากเริ่มมองเครื่องยนต์สันดาปเป็นตัวเลือกเก่า ในขณะที่รถไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกที่ "ปกติ" มากกว่าจะเป็นของใหม่เฉพาะกลุ่ม

จาก BEV ถึงโครงสร้างพื้นฐาน ทำไมตลาดนี้จึงแซงหน้าเพื่อนบ้าน

หากมองลึกเข้าไปในโครงสร้างตลาดรถไฟฟ้าอาเซียน จุดต่างสำคัญคือการโตของรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV ที่โตประมาณ 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตระดับนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นเองโดยปราศจากแรงหนุนเชิงระบบ รายงาน PwC ระบุชัดว่ามีสามปัจจัยหลัก หนึ่ง จำนวนรุ่นรถที่หลากหลายมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเลือกได้ทั้งขนาดรถ สเปก และช่วงราคา สอง การขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ที่ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางและการใช้งานจริง และสาม ความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อทางเลือกนอกเหนือจากรถ ICE เดิม เมื่อปัจจัยเหล่านี้ทำงานพร้อมกัน ตลาดรถไฟฟ้าในภูมิภาคจึงไม่ใช่การผลักดันจากผู้ผลิตเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการเจอกันระหว่างนโยบายสนับสนุน การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความต้องการใช้รถที่สะอาดขึ้นของคนเมืองยุคใหม่

การแข่งขันในอาเซียน-6 และความหมายของการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง

ยอดขายรถยนต์รวมในกลุ่มอาเซียน-6 ครึ่งแรกปีนี้โต 11% โดยมีตลาดหลักอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย และผู้นำรถไฟฟ้าขับเคลื่อนภาพรวม ขณะเดียวกันยอดขายรถยนต์รวมของตลาดผู้นำโต 15% ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าโต แต่ทั้งตลาดรถยนต์กำลังขยายตัวควบคู่กันไป การขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งด้านยอดขายรถไฟฟ้าในภูมิภาคจึงมีความหมายสองชั้น ชั้นแรกคือการชนะในเชิงปริมาณยอดขาย ยอดรถไฟฟ้าออกสู่ถนนมากที่สุด ชั้นสองคือการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้ทั้งภูมิภาคว่าตลาดรถไฟฟ้าสามารถเป็นสัดส่วนหลักของการขายรถทั้งหมดได้ ที่น่าสนใจอีกด้านคือการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เพิ่มส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน-6 จากราว 11% เป็น 16% ภายในเวลาไม่นาน การเข้ามาด้วยความหลากหลายรุ่นรถ กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้ และการลงทุนฐานการผลิตภายในประเทศทำให้ผู้เล่นเดิมในตลาดต้องเร่งปรับตัว นี่คือแรงกดดันเชิงบวกที่ผลักให้การพัฒนาเทคโนโลยีและบริการหลังการขายในตลาดรถไฟฟ้าอาเซียนเดินเร็วขึ้นกว่าที่เคย

จากยอดขายสู่ห่วงโซ่มูลค่า การบ้านต่อไปของผู้นำตลาดรถไฟฟ้า

แม้การครองอันดับหนึ่งยอดขายรถไฟฟ้าจะเป็นความสำเร็จที่ชัด แต่หากมองระยะยาว ตัวเลขยอดขายไม่ใช่คำตอบสุดท้าย รายงาน PwC ย้ำว่าความได้เปรียบในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการเพิ่มสัดส่วนการผลิตและการสร้างมูลค่าในประเทศ ตั้งแต่แบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงงานวิศวกรรมขั้นสูงและระบบนวัตกรรมที่รองรับยานยนต์แห่งอนาคต คาดว่าการผลิตยานยนต์ขนาดเล็กในอาเซียน-6 จะเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะ 6 ล้านคันภายในปี 2573 หมายความว่า การแข่งขันจะไม่ได้วัดกันแค่จำนวนรถที่ขาย แต่จะวัดกันที่ว่าใครดึงกิจกรรมในห่วงโซ่มูลค่าให้เกิดในประเทศมากกว่ากัน หากผู้นำตลาดรถไฟฟ้าในวันนี้ไม่เร่งสร้างฐานแบตเตอรี่ ชิ้นส่วน และบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ก็เสี่ยงจะกลายเป็นแค่ตลาดปลายทางที่นำเข้ารถสำเร็จรูป ในมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ การรักษาตำแหน่งผู้นำรถไฟฟ้าอาเซียนจึงต้องเปลี่ยนจากโจทย์ "ขายได้มากแค่ไหน" ไปสู่ "สร้างคุณค่าในประเทศได้ลึกแค่ไหน"

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!