วิ่งเทรล 45 กิโลเมตรของณเดชน์ ไม่ใช่แค่ระยะทางแต่คือการฮีลใจ
การวิ่งเทรล 45 กิโลเมตรคือการวิ่งระยะไกลบนเส้นทางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเนินเขา ป่า และสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย เป็นรูปแบบหนึ่งของ ultra trail running ที่เน้นทั้งความอึดของร่างกายและความแข็งแรงทางใจ เพราะนักวิ่งต้องรับมือทั้งระยะทาง ความชัน และสภาพอากาศพร้อมกัน
กรณีของณเดชน์ คูกิมิยะ ทำให้คำว่าวิ่งเทรล 45 กิโลเมตรมีน้ำหนักมากกว่าตัวเลข เขาพิชิตระยะกว่า 45.6 กิโลเมตร ใช้เวลา 10 ชั่วโมง 57 นาที ในการจบสนามเทรลระยะไกลครั้งที่สองในรอบปีร่วมกับกลุ่มเพื่อน และย้ำว่านี่คือ 45 กิโลเมตรแรกในชีวิตที่เป็นเหมือนการเดินเล่นยาวนานที่ท้าทายแต่ไม่ทำให้ถอดใจ สิ่งที่น่าสนใจคือเขามองผืนป่า สีเขียว ลม และวิวทิวทัศน์ว่าเป็นพลังงานที่ช่วยรักษาจิตใจ ลดความกดดันจากโลกเมือง นี่คือมุมมองที่แตกต่างจากภาพการวิ่งถนนที่เน้นเวลาและสถิติอย่างเคร่งเครียด

การฝึกซ้อมวิ่งเทรลแบบคนไม่เน้นเทพ แต่เน้นจบอย่างเคารพร่างกาย
บทเรียนจากการฝึกซ้อมวิ่งเทรลของณเดชน์สะท้อนแนวคิดที่คนเริ่มสนใจ ultra trail running ควรเอาไปใช้มากกว่าการลอกตารางซ้อมโหด เขายอมรับตรงไปตรงมาว่าตัวเองไม่ใช่นักวิ่งมืออาชีพที่เจอเนินแล้วต้องวิ่งใส่เต็มกำลัง แต่เลือกเดินย้ำคิดย้ำทำ ก้มหน้าก้มตาไปทีละก้าวจนถึงยอดเขาแทน วิธีคิดนี้ทำลายภาพฝันเพอร์เฟ็กต์และพาเรากลับมามองความจริงว่าร่างกายคนธรรมดาทำได้มากกว่าคอมฟอร์ตโซน ถ้าให้เวลาและไม่ปล่อยให้ตัวเลขความชันหลอกเรา
หลังจบวิ่งเทรล 45 กิโลเมตร เขาเน้นชัดว่าช่วงฟื้นฟูสำคัญไม่แพ้การซ้อม ทั้งการเลี่ยงยกเวตและเลี่ยงวิ่งซ้ำทันที การทำไอซ์บาธ กายภาพ โยคะ กินอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีนให้ถึง และพักผ่อนให้พอ นี่คือแพตเทิร์นการฝึกซ้อมวิ่งเทรลที่สมดุลระหว่างความโหดกับการเคารพร่างกาย แตกต่างจากวัฒนธรรมฝืนซ้อมจนบาดเจ็บที่มักถูกโรแมนติไซส์ในโลกนักกีฬา
จากเดี่ยวสู่คู่ชีวิต การเปลี่ยนผ่านสู่ Hyrox hybrid racing
น่าสังเกตว่าหลังจากจบงานวิ่งเทรลระยะไกลภายในปีเดียวถึงสองครั้ง ณเดชน์ยอมรับเสียงเตือนจากภรรยาที่เป็นห่วงเรื่องการหักโหม และยอมเบรกวิ่งเทรลระยะไกลชั่วคราวเพื่อให้ร่างกายพัก พร้อมวางแผนเริ่มใหม่ปีหน้า ทิศทางใหม่ที่เขาเลือกคือ Hyrox hybrid racing รายการที่ต้องแข่งเป็นคู่และผสมทั้งการวิ่งและด่านออกกำลังกายอื่น การเปลี่ยนจากสนามเดี่ยวในป่าไปสู่สนามคู่ในฮอลล์คือสัญญาณว่าความท้าทายของเขาไม่ได้มีแค่เรื่องความอึด แต่รวมถึงการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมกับคนที่ใกล้ที่สุดในชีวิต
สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือท่าทีต่อความสัมพันธ์ เขาประกาศชัดว่าการลง Hyrox กับญาญ่าคือคนละครึ่ง ไม่มีใครแบกใคร พร้อมหยอดคำหวานในเชิงว่าภรรยาต้องช่วยกันคนละครึ่ง และถึงขั้นแซวตัวเองว่าญาญ่าเป็นฝ่ายแบกเขาด้วยซ้ำ แนวคิดแบบนี้ขยับภาพการแข่งขันจากการแย่งกันเด่น มาเป็นการแบ่งภาระอย่างเท่าเทียม เหมือนแถลงการณ์ไม่เป็นทางการเรื่อง “คู่ชีวิตสายสปอร์ต” ในยุคที่ความเท่าเทียมสำคัญพอๆ กับผลการแข่งขัน
ทีมผู้ชายทัศนศึกษา: เมื่อ ultra trail running กลายเป็นกิจกรรมเชื่อมเพื่อน
นอกเหนือจากการจับคู่ใน Hyrox สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีที่ณเดชน์ใช้การวิ่งเทรลเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนผู้ชาย เขาลากเพื่อนกลุ่มเดิมไปวิ่งเทรล 45 กิโลเมตรแม้จะเป็นครั้งแรกของหลายคน และวางแผนทริปใหม่ในเดือนตุลาคมระยะราว 20 กิโลเมตรแบบ “ไปขำๆ” มีทั้งเล่นน้ำ ล่องแพ แวะกิน และวิ่งเทรลในทริปเดียวกัน พร้อมความตั้งใจจะทำคอนเทนต์แนวผู้ชายไปทัศนศึกษา อีกด้านก็ชวนหมาก ปริญ ซึ่งผ่าน Hyrox มาแล้ว ให้เข้าสนามเทรลครั้งแรกในบรรยากาศสบายๆ มากกว่ากดดันทำเวลา
ท่าทีแบบบังคับเพื่อนด้วยประโยคขำๆ ว่า “มึงต้องไป” แต่ตามมาด้วยการออกแบบทริปให้สนุกและปลอดภัย สะท้อนมุมใหม่ของการฝึกซ้อมวิ่งเทรลที่ไม่ได้จำกัดอยู่กับคนเหล็กหรือสายแข่งขันจริงจัง ultra trail running ในกลุ่มเขาจึงกลายเป็นพื้นที่เล่นหัวเราะ แบ่งปันความกลัวเนินชัน และเก็บความทรงจำร่วมกัน มากกว่าการวัดว่าใครฟิตกว่าใคร
บทสรุป: วิ่งเทรลฮีลใจ Hyroxทดสอบทีม และนิยามใหม่ของการฟิตแบบดารา
เส้นทางจากการพิชิตวิ่งเทรล 45 กิโลเมตรไปจนถึงการเตรียมตัวลง Hyrox hybrid racing ทำให้เห็นว่าการฟิตของดารายุคนี้ไม่ใช่แค่กล้ามแน่นหรือหุ่นเป๊ะ แต่เป็นการจัดสมดุลระหว่างใจ ร่างกาย ความสัมพันธ์ และทีม เขาเริ่มจากการใช้ผืนป่าลดความกดดัน เยียวยาจิตใจ แล้วขยับไปใช้สนามคู่เพื่อสร้างความเสมอภาคในความสัมพันธ์ ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมคำเตือนเรื่องสุขภาพจากคนใกล้ตัว
มุมมองแบบนี้น่าจะส่งผลต่อแฟนคลับและคนที่มองหากีฬาใหม่ในชีวิต การฝึกซ้อมวิ่งเทรลจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการไล่จับเวลา แต่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่าเราอยากดูแลใจตัวเองอย่างไร และอยากแบ่งระยะทางบนทางวิ่งให้ใครวิ่งไปด้วยกันมากกว่า ถ้าป่าเขาคือเวทีฮีลใจ Hyrox อาจกลายเป็นเวทีทดสอบว่าความสัมพันธ์ของเรายืนระยะได้ดีแค่ไหน






