ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ไมโครพลาสติกในปอดกับมะเร็งปอด สัญญาณเตือนใหม่จากสิ่งแวดล้อม

ไมโครพลาสติกในปอดกับมะเร็งปอด สัญญาณเตือนใหม่จากสิ่งแวดล้อม
ความสนใจ|ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ไมโครพลาสติกในปอดคืออะไร และทำไมควรสนใจตั้งแต่ตอนนี้

ไมโครพลาสติกในปอด คืออนุภาคพลาสติกขนาดเล็กมากที่ลอยในอากาศแล้วถูกเราสูดเข้าไปจนไปสะสมอยู่ในเนื้อปอด โดยอาจมาจากการเสียดสีของเส้นใยสังเคราะห์ ฝุ่นจากการสึกหรอของพลาสติกในบ้าน งานอุตสาหกรรม หรือมลภาวะในเมือง อนุภาคเหล่านี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถเข้าไปถึงถุงลมปอด กระตุ้นการอักเสบ หรือทำหน้าที่เป็นพาหะนำสารพิษจากพลาสติกและสารเคมีอื่นเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ไมโครพลาสติกกลายเป็นประเด็นสำคัญของสุขภาพปอดและสิ่งแวดล้อมที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเริ่มจับตาอย่างจริงจัง

งานวิจัยใหม่แสดงภาพน่ากังวลว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดมีไมโครพลาสติกในปอดบ่อยและมากกว่าคนที่ไม่มีมะเร็งอย่างชัดเจน คนจำนวนมากเคยคิดว่าไมโครพลาสติกเป็นแค่ปัญหาสัตว์ทะเล แต่ผลการศึกษาในมนุษย์กำลังบอกเราว่า มันอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคของระบบหายใจ การมองปัญหานี้แค่ในมุมสิ่งแวดล้อมจึงไม่พออีกต่อไป เราต้องเริ่มคิดว่าทุกลมหายใจอาจพาอนุภาคพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย และถามตัวเองว่า เราจะยอมให้มะเร็งปอดและพลาสติกเดินคู่กันต่อไปหรือไม่

ไมโครพลาสติกในปอดกับมะเร็งปอด สัญญาณเตือนใหม่จากสิ่งแวดล้อม

หลักฐานใหม่ ไมโครพลาสติกสะสมมากขึ้นในปอดผู้ป่วยมะเร็ง

งานศึกษาจากทีมแพทย์โรคระบบหายใจที่เก็บข้อมูลผู้ป่วย 100 คนที่เข้ารับการตรวจส่องกล้องหลอดลมเพื่อหาสาเหตุอาการผิดปกติในปอด พบภาพที่ชัดเจน ผู้ป่วย 50 รายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอด ส่วนอีก 50 รายไม่ใช่ และทุกคนให้ตัวอย่างน้ำล้างปอด บางรายให้ตัวอย่างเนื้อปอดเพื่อวิเคราะห์ไมโครพลาสติกอย่างละเอียด ผลคือพบไมโครพลาสติกในตัวอย่างรวม 232 อนุภาค และราว 70% ของผู้ป่วยมีไมโครพลาสติกอย่างน้อยหนึ่งตัวอย่างไม่ว่าจะในน้ำล้างหรือเนื้อปอด

ประโยคที่ควรจดจำคือ ผู้ป่วยมะเร็งปอดมีโอกาสพบไมโครพลาสติกในปอดสูงกว่าคนที่ไม่เป็นมะเร็ง และมีปริมาณรวมสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ในกลุ่มมะเร็ง 66% มีไมโครพลาสติกในน้ำล้างปอด เทียบกับ 46% ในกลุ่มที่ไม่มีมะเร็ง นอกจากนี้ การเปรียบเทียบระหว่างน้ำล้างปอดซึ่งสะท้อนอนุภาคในถุงลม กับตัวอย่างเนื้อปอดซึ่งบ่งชี้การฝังตัวในเนื้อเยื่อ ยังพบว่าการกระจายไมโครพลาสติกไม่สม่ำเสมอในปอดแต่ละส่วน แปลว่า ปอดบางบริเวณอาจเก็บอนุภาคไว้มากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดจุดเสี่ยงของการอักเสบและความเสียหายสะสม

ไมโครพลาสติก สารพิษจากพลาสติก และการอักเสบที่เชื่อมโยงกับมะเร็งปอด

คำถามสำคัญคือ ไมโครพลาสติกในปอดทำอะไรกับเราได้บ้าง นักวิจัยชี้ว่ามันอาจเป็นชนวนของการอักเสบเรื้อรังหรือกระบวนการชีวภาพอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง เมื่ออนุภาคพลาสติกเล็กระดับไมโครเข้าไปถึงถุงลม ร่างกายอาจมองเป็นสิ่งแปลกปลอมและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบที่ยืดเยื้อทำให้เซลล์ปอดเสียหายและเพิ่มโอกาสเกิดการกลายพันธุ์ในดีเอ็นเอ นอกจากนี้ พลาสติกอย่างโพลิโพรพิลีนและโพลีเอทิลีนที่พบมากที่สุดในตัวอย่างปอด มักปนเปื้อนสารเติมแต่งเคมีจำนวนมากที่อาจเป็นอันตรายต่อเซลล์

สารพิษจากพลาสติกจำนวนมากจัดอยู่ในกลุ่มสารรบกวนฮอร์โมน ซึ่งในร่างกายมนุษย์อาจเปลี่ยนสมดุลฮอร์โมน การเจริญเติบโตของเซลล์ และการควบคุมภูมิคุ้มกัน งานวิจัยอีกชิ้นที่ศึกษาอาสาสมัคร 211 คนพบว่าทุกคนขับสารเมตาบอไลต์ของสารเคมีจากพลาสติกอย่างน้อย 6 ชนิดในแต่ละวัน สะท้อนว่าเรากำลังเผชิญการสัมผัสสารพิษจากพลาสติกเกือบตลอดเวลา เมื่อไมโครพลาสติกในปอดทำตัวเป็นพาหะพาสารเหล่านี้ไปเกาะติดเนื้อเยื่อปอด ความเสี่ยงต่อสุขภาพปอดและสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย

ไมโครพลาสติกในปอดกับมะเร็งปอด สัญญาณเตือนใหม่จากสิ่งแวดล้อม

ยังเป็นเหตุหรือผลของมะเร็งปอดหรือไม่ และเราควรทำอย่างไรตอนนี้

ถึงแม้หลักฐานจะชี้ว่าผู้ป่วยมะเร็งปอดมีไมโครพลาสติกในปอดมากกว่า แต่งานศึกษานี้ยังตอบไม่ได้แน่ชัดว่าไมโครพลาสติกเป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็ง หรือแค่สะสมได้ง่ายขึ้นในปอดที่ป่วยแล้ว นักวิจัยเองยอมรับว่า การศึกษาประเภทนี้ไม่สามารถบอกเหตุและผลโดยตรง และมีความเป็นไปได้ว่าปอดที่เสียหายหรือมีแผลเป็นจากโรคเดิมอาจเก็บอนุภาคมากกว่าปอดปกติ ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังทำการทดลองในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อดูว่าไมโครพลาสติกชนิดใดมีผลต่อเซลล์ปอดอย่างไร และกำลังวิเคราะห์ตัวอย่างจากผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังเพื่อดูบทบาทของไมโครพลาสติกต่อการเกิดพังผืดและการลุกลามของโรค

อย่างไรก็ตาม การรอคำตอบสมบูรณ์ไม่ควรเป็นข้ออ้างให้เราเพิกเฉยต่อความเสี่ยง เพราะมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าการลดมลพิษพลาสติกในสิ่งแวดล้อมอาจให้ผลดีต่อสุขภาพมนุษย์ด้วย ในมุมสุขภาพปอดและสิ่งแวดล้อม การออกแบบนโยบายที่จำกัดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียว การปรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการให้ความรู้เรื่องไมโครพลาสติกในปอดและมะเร็งปอดและพลาสติกกับประชาชน เป็นสิ่งที่ควรเริ่มทำทันที การป้องกันต้นทางของมลพิษอาจให้ผลคุ้มค่ายิ่งกว่าการรักษาโรคเมื่อสายเกินไป

จากห้องครัวถึงลมหายใจ ปรับวิถีชีวิตเพื่อลดการสะสมไมโครพลาสติก

ข่าวดีคือ แม้พลาสติกจะเลี่ยงได้ยาก แต่การปรับพฤติกรรมสามารถลดการสัมผัสสารเคมีจากพลาสติกได้ งานทดลองควบคุมแบบสุ่มในอาสาสมัคร 60 คนพบว่า เมื่อเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ในครัวที่ไม่ใช่พลาสติกและเลือกซื้ออาหารที่สัมผัสพลาสติกน้อยที่สุด หลังผ่านไป 7 วัน ระดับสารเคมีจากพลาสติก 3 ชนิดในปัสสาวะลดลงได้สูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม นักวิจัยระบุชัดว่า การปฏิบัติตามอาหารที่ไม่ให้พลาสติกสัมผัสอาหารเลยตั้งแต่ขั้นตอนผลิตจนถึงบรรจุภัณฑ์ สามารถลดสารเคมีจากพลาสติกในร่างกายภายในเวลาสั้น

ในชีวิตประจำวัน เราสามารถเริ่มลดการสะสมไมโครพลาสติกได้จากสามด้าน หนึ่ง เลือกอาหารสดหรือบรรจุภัณฑ์ทางเลือก ลดอาหารแช่แข็งและอาหารพร้อมทานในภาชนะพลาสติก สอง ลดการอุ่นหรือปรุงอาหารในภาชนะพลาสติกโดยเฉพาะในไมโครเวฟ สาม เลือกอุปกรณ์ครัวสแตนเลส แก้ว หรือไม้แทนพลาสติก การทดลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า “By delivering participants low-plastic food and providing them with plastic-free kitchenware, such as stainless-steel pots, pans, kettles, toasters and wooden chopping boards, we showed that changing what you eat and how you prepare food could reduce plastic chemicals in the body” เมื่อรวมการลดพลาสติกในอาหารกับการผลักดันนโยบายลดมลพิษในอากาศ เราจึงพอมีทางชะลอภาระไมโครพลาสติกในปอดลงได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!