ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อกลิ่นหอมเล่าเรื่องสองด้าน Hermès และ Issey Miyake นิยามใหม่ตัวตนผ่านความเป็นคู่

เมื่อกลิ่นหอมเล่าเรื่องสองด้าน Hermès และ Issey Miyake นิยามใหม่ตัวตนผ่านความเป็นคู่
ความสนใจ|การเปิดตัวเทรนด์

ความเป็นคู่ในน้ำหอมหรู การขยับจากภาพเดี่ยวสู่ตัวตนหลายมิติ

ความเป็นคู่ในน้ำหอมหรูคือแนวคิดการออกแบบกลิ่นที่ตั้งใจผสมผสานองค์ประกอบตรงข้าม เช่น ความนุ่มนวลกับพลัง ความสดใสกับความลุ่มลึก หรือความเป็นหญิงกับความเป็นชาย เข้าด้วยกันอย่างมีความสมดุลในน้ำหอม เพื่อสร้างตัวตนที่ไม่แบนราบแต่มีหลายมิติและเล่าเรื่องราวได้ละเอียด เผยภาพคนยุคใหม่ที่ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยนิยามเดียวอีกต่อไป แต่มีพื้นที่ให้ความอ่อนโยนและความแข็งแกร่งอยู่ร่วมกันในขวดเดียว ทิศทางนี้กำลังชัดมากขึ้นในวงการน้ำหอมหรูหรา Hermès และ Issey Miyake กลิ่นใหม่คือสองตัวอย่างสำคัญที่บอกเราว่าแบรนด์มรดกไม่ได้ยึดติดกับกลิ่นซิกเนเจอร์แบบเดิม แต่พร้อมเล่นกับความขัดแย้งและตีความตัวตนให้ซับซ้อนกว่าเดิม การเล่านิทานกลิ่นหอมจึงไม่ใช่แค่การบอกว่า “นี่คือน้ำหอมหวาน” หรือ “นี่คือน้ำหอมสุภาพบุรุษ” อีกต่อไป แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ที่ชวนตั้งคำถามว่าเราต้องการจะเป็นใครในแต่ละวัน

น้ำหอมหรูหรา Hermès Barénia Pleine Fleur ผู้หญิงอ่อนโยนแต่ไม่ยอมเสียอิสระ

น้ำหอมหรูหรา Hermès ไม่เคยมองกลิ่นหอมเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสานต่อเรื่องเล่าจากความทรงจำ มรดก และจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพของแบรนด์ฝรั่งเศส Barénia Pleine Fleur คือบทใหม่ของตระกูล Barénia ที่ตั้งใจขยับภาพหญิงสาวแอร์เมสจากความกล้าหาญอิสระ สู่มิติที่อ่อนโยนและเป็นผู้หญิงมากขึ้นโดยไม่ยอมเสียตัวตนอิสระนั้นไป แรงบันดาลใจอยู่ที่ดอกลิลลี่สีขาวซึ่งคริสติน นาเกล นักปรุงน้ำหอมเลือกใช้เพื่อเป็นตัวแทนหญิงยุคใหม่ที่สง่างามแต่แข็งแกร่ง ละเอียดอ่อนแต่เปี่ยมบุคลิก กลิ่นลิลลี่ให้สัมผัสบางเบาราวกลีบดอกไม้แตะผิว เสริมด้วยดอกส้มที่พาโทนสดชื่นมาปรับสมดุลความเข้ม สร้างความสมดุลในน้ำหอมระหว่างความเบากับความลึก ในโครงสร้างยังเก็บเอกลักษณ์ Chypre แบบ Hermès ผ่านไม้โอ๊คคั่วที่ให้อารมณ์อบอุ่นคล้ายรัม แพทชูลี่ Gayo ที่ชวนหลงใหล และ Miracle Berry โทนแอปริคอตแห้งที่ทำให้กลิ่นดูมีทั้งด้านสว่างและด้านเข้มข้นร่วมกัน

เมื่อกลิ่นหอมเล่าเรื่องสองด้าน Hermès และ Issey Miyake นิยามใหม่ตัวตนผ่านความเป็นคู่

การออกแบบขวด Hermès และตัวตนหญิงสาวรุ่นใหม่ในโลกน้ำหอม

สิ่งที่น่าสนใจคือ Hermès ไม่หยุดความเป็นคู่ไว้ที่กลิ่น แต่ต่อยอดไปถึงรูปทรงขวด Barénia Pleine Fleur ที่สะท้อนทั้งงานฝีมือระดับสูงและจิตวิญญาณเครื่องหนังของแบรนด์ ขวดแบบรีฟิลได้ เคลือบแลคเกอร์สีชมพูอมส้มอ่อน พร้อมโลหะนูนต่ำลวดลาย Clou Médor ที่เชื่อมโยงกับมรดกงานหนังในตำนาน รูปลักษณ์จึงมีทั้งความนุ่มนวลและความแข็งแรงแบบโครงสร้างเฟรมโลหะในเวลาเดียวกัน กลิ่นและดีไซน์จึงพูดภาษาเดียวกัน คือหญิงสาวที่อิสระแต่สง่างาม แข็งแกร่งแต่อ่อนหวาน Hermès เลือกจะบอกกับโลกว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างภาพหวานกับภาพเท่ เพราะสามารถเป็นทั้งสองแบบพร้อมกันในขวดเดียว การเปิดตัว Barénia Pleine Fleur Eau de Parfum ตามร้าน Hermès ทั่วโลกในเดือนสิงหาคม จึงเป็นมากกว่าแค่งานเปิดตัวน้ำหอมใหม่ แต่เป็นการประกาศจุดยืนเรื่องตัวตนหญิงยุคใหม่ว่าเธอมีสิทธิ์นิยามตัวเองผ่านหลายชั้นอารมณ์ในกลิ่นหอมหนึ่งเดียว

เมื่อกลิ่นหอมเล่าเรื่องสองด้าน Hermès และ Issey Miyake นิยามใหม่ตัวตนผ่านความเป็นคู่

Issey Miyake Le Sel d’Issey Parfum และลุคสุภาพบุรุษสมัยใหม่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างทะเลกับผืนดิน

ฝั่งน้ำหอมสุภาพบุรุษ Issey Miyake กลิ่นใหม่ Le Sel d’Issey Parfum เลือกเล่นกับแนวคิด Duality อย่างตรงไปตรงมา แบรนด์สานต่อเรื่องเล่าจาก Le Sel d’Issey สู่เวอร์ชัน Parfum ที่เข้มข้นขึ้นสำหรับผู้ชาย โดยตั้งคำถามว่าผู้ชายยุคนี้อาจไม่ได้มีแค่โทนแข็งกร้าน แต่สามารถมีทั้งความสดชื่นและความอบอุ่นในตัวเดียวกัน Quentin Bisch นักปรุงน้ำหอมเติมมิติ Spicy & Vibrant ลงในฐานกลิ่นเดิม เพื่อถ่ายทอดภาพ “เกลียวคลื่นสายน้ำที่ซัดสู่ผืนดินอันอบอุ่นเร่าร้อน” ในตระกูลกลิ่น Woody Marine Leathery ส่วนผสมเริ่มจากเกลือทะเลและสาหร่ายลามินาเรียที่ให้ความใสกระจ่างแบบคริสตัล ก่อนเปิดทางให้หญ้าฝรั่นที่ให้โทนหนังหรูราวแสงแดดแผดบนโขดหิน ปิดท้ายด้วยแพทชูลี่และแอมเบอร์ที่ให้ความอบอุ่นลุ่มลึกและติดทนนาน สร้างภาพลุคสุภาพบุรุษสมัยใหม่ที่สุขุม เท่ ขรึม เปี่ยมพลังน่าค้นหา ไม่ได้เป็นเพียง “น้ำหอมผู้ชาย” ในความหมายเก่า แต่เป็นตัวตนซับซ้อนระหว่างทะเลกับผืนดิน

เมื่อกลิ่นหอมเล่าเรื่องสองด้าน Hermès และ Issey Miyake นิยามใหม่ตัวตนผ่านความเป็นคู่

ดีไซน์ ความยั่งยืน และพลังอินฟลูเอนเซอร์ในนิทานกลิ่นยุคใหม่

Le Sel d’Issey Parfum แสดงให้เห็นว่าความเป็นคู่ยังขยายไปสู่การออกแบบขวดและแนวคิดความยั่งยืน ดีไซเนอร์ Tokujin Yoshioka นำขวดไอคอนิกเดิมมาตีความใหม่ให้เหมือนผลึกเกลือดำผ่านเฉดน้ำตาลลุ่มลึกตัดกับฝาดำเงา แสงที่ส่องผ่านเนื้อแก้วดูราวลมหายใจเคลื่อนไหว ตอกย้ำการบรรจบกันของธาตุทะเลและผืนดิน สูตร Vegan ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 92% พร้อม Oakmoss และส่วนผสมอัปไซเคิลจากใบแพทชูลี่ บวกกับแก้วรีไซเคิลอย่างน้อย 20% และกล่องที่ผสมสาหร่ายทะเลรีไซเคิล 10% ทำให้ความเข้มข้นด้านภาพลักษณ์สมดุลกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อีกมิติที่สะท้อนยุคใหม่คือการใช้พลังคนดัง ภีม วสุพล สมาชิกวง BUS ถูกเชิญมาร่วมเปิดตัวนิยามความหอมใหม่ของ Le Sel d’Issey Parfum ที่พื้นที่บิวตี้ฮอลล์ในห้างระดับไฮเอนด์ สร้างสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์ระดับโลกกับคนรุ่นใหม่ผ่านภาพสุภาพบุรุษร่วมสมัยที่เข้าใจความเป็นคู่ในตัวเอง น้ำหอมวางจำหน่ายแล้วทั้งขนาด 50 มิลลิลิตร ราคา 4,300 บาท และ 100 มิลลิลิตร ราคา 6,000 บาท ที่เคาน์เตอร์ Issey Miyake และช่องทางออนไลน์ Lazada LazMall

  • แนวคิด Duality ทำให้แบรนด์น้ำหอมหรูพูดกับคนรุ่นใหม่ที่มีตัวตนหลายด้าน
  • งานออกแบบขวดและความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่า ไม่ใช่เพียงเทคนิค
  • อินฟลูเอนเซอร์ช่วยแปลภาษาน้ำหอมให้กลายเป็นภาพลุคสุภาพบุรุษสมัยใหม่ในชีวิตจริง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!