การเปิดตัวที่ปูซานที่บอกชัดว่า หนังผีไทยพร้อมบุกเวทีโลก
คุณยายวรนาฏ หรือ Inherit คือภาพยนตร์สยองขวัญไทยฟอร์มใหญ่ที่เล่าเรื่องสายสัมพันธ์ยายหลานผ่านบรรยากาศหลอนและตัวละครที่มีชั้นเชิงทางอารมณ์ ใช้โครงสร้างหนังผีแบบเอเชียที่เน้นความเชื่อและครอบครัว ผสมกับงานสร้างระดับสากลเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมต่างภูมิภาคได้ง่าย ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของภาพยนตร์สยองขวัญไทยที่ไม่ได้มุ่งทำให้ตกใจอย่างเดียว แต่ต้องการให้ผู้ชมต่างชาติสัมผัสรากวัฒนธรรมและความกลัวแบบเอเชียในแพ็กเกจที่ร่วมสมัย การไปเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 31 หรือ Busan International Film Festival 2026 ถือเป็นคำประกาศชัดเจนว่าหนังผีไทยไม่ยอมจำกัดตัวเองอยู่แค่ตลาดภูมิภาคอีกต่อไป เพราะปูซานคือเวทีสำคัญของภาพยนตร์เอเชียที่สายตาอุตสาหกรรมทั่วโลกจับจ้อง การเลือกใช้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินสายเทศกาล จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าคุณยายวรนาฏถูกออกแบบมาเพื่อพูดกับคนดูนานาชาติอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่หนังผีที่หวังรายได้ในตลาดเดียว
GDH x TOFU FILMS และบทบาทของโต้ง บรรจงในยุคโคโปรดักชันเอเชีย
เบื้องหลังความทะเยอทะยานของคุณยายวรนาฏคือการร่วมผลิตระหว่าง GDH และ TOFU FILMS ซึ่งสะท้อนพลังของโคโปรดักชันในภูมิภาคเอเชียอย่างชัดเจน การจับมือกันของสองค่ายที่เข้าใจทั้งตลาดแมสและตลาดเทศกาล ทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญไทยเรื่องนี้มีทั้งความบันเทิงและความประณีตด้านงานภาพและการเล่าเรื่องที่พร้อมแข่งขันบนเวทีนานาชาติ แกนกลางของโปรเจกต์คือ โต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ที่คร่ำหวอดในหนังผีและหนังดรามา เขาเดินทางนำทีมนักแสดง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ในบทคุณยายวรนาฏ และใบปอ ธิติยา จิระพรศิลป์ ในบทอุ้ย ไปปรากฏตัวที่เทศกาลภาพยนตร์ปูซาน การที่ผู้กำกับลงพื้นที่เองและพานักแสดงขึ้นเวทีพรมแดง ไม่ใช่แค่การโปรโมต แต่คือการประกาศตัวว่าโครงการนี้ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย ซึ่งกำลังเคลื่อนไปสู่การร่วมทุนและร่วมสร้างข้ามประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ
เสียงปรบมือ 3,000 คน และเคมียายหลานที่ขายความหลอนได้ทั่วเอเชีย
การฉายคุณยายวรนาฏในรอบพิเศษที่เทศกาลภาพยนตร์ปูซานมีผู้ชมและสื่อมวลชนต่างชาติร่วมกว่า 3,000 คน และหลังจบการฉายภาพยนตร์ได้รับทั้งคำชื่นชมและเสียงปรบมือดังสนั่นจากผู้ชมในโรง นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงาม แต่คือหลักฐานว่าภาพยนตร์สยองขวัญไทยเริ่มพูดภาษาเดียวกับคนดูนานาชาติได้แล้ว โดยไม่ต้องลดทอนความเป็นท้องถิ่นลง จุดขายสำคัญคือเคมีระหว่างตัวละครยายหลาน ใหม่ ดาวิกาเล่าว่าการกลับมาปูซานครั้งนี้เธอรับบทเป็นปีศาจและรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ดูหนังพร้อมผู้ชมจำนวนมาก ส่วนใบปอ ธิติยาบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้มางาน Busan International Film Festival และเป็นการชมภาพยนตร์ครั้งแรกของตัวเองด้วย เธอมองว่าบทอุ้ยท้าทายเพราะต้องบาลานซ์เลเยอร์ของตัวละครให้ลงตัว และอยากให้ทุกคนเอนจอยเคมีของคุณยายคุณหลานในเรื่อง ความหลอนจึงไม่ได้มาจากผีอย่างเดียว แต่มาจากความสัมพันธ์ที่ทั้งอบอุ่นและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน
จากปูซานสู่ลอนดอนและซิตเจส เส้นทางใหม่ของภาพยนตร์สยองขวัญไทย
สิ่งที่ทำให้คุณยายวรนาฏน่าจับตาไม่ใช่แค่การไปปูซาน แต่คือเส้นทางเทศกาลที่วางไว้อย่างชัดเจน ภาพยนตร์เรื่องนี้เดินสายส่งต่อความหลอนจาก Toronto International Film Festival ครั้งที่ 51 ที่แคนาดา มายัง Busan International Film Festival ที่เกาหลีใต้ ก่อนจะเตรียมไปสร้างความผวาต่อใน BFI London Film Festival ที่อังกฤษ และ Sitges International Fantastic Film Festival of Catalonia ที่สเปน เส้นทางนี้สะท้อนว่าหนังผีเอเชียกำลังถูกมองเป็นของสำคัญในตลาดภาพยนตร์โลก โดยเฉพาะเมื่อผสมความเชื่อพื้นบ้านกับงานสร้างร่วมสมัยได้ลงตัว บทบาทของเทศกาลภาพยนตร์ปูซานจึงยิ่งชัดว่าเป็นแพลตฟอร์มหลักของภาพยนตร์เอเชียในการเชื่อมต่อกับผู้จัดจำหน่ายและสื่อจากทั่วโลก การที่ภาพยนตร์สยองขวัญไทยสามารถออกจากปูซานไปต่อยอดบนเวทียุโรป แปลว่าความหลอนแบบเอเชียกำลังกลายเป็นภาษากลางใหม่ของคนรักหนัง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สร้างรุ่นต่อไปคิดใหญ่ขึ้น กล้าพัฒนาโปรเจกต์ที่ตั้งใจเดินทางไกลตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอให้หนังดังในประเทศก่อนแล้วค่อยส่งออก
สรุป: คุณยายวรนาฏ กับยุคที่หนังผีเอเชียไม่ใช่แค่ของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป
เมื่อมองภาพรวม การเปิดตัวของคุณยายวรนาฏบนเวทีเทศกาลภาพยนตร์ปูซานคือหมุดหมายสำคัญของภาพยนตร์สยองขวัญไทย ที่แสดงให้เห็นว่าความหลอนแบบเอเชียสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างมั่นใจ การร่วมผลิตของ GDH และ TOFU FILMS บวกกับวิสัยทัศน์ของโต้ง บรรจง ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เชิงพาณิชย์ แต่เป็นตัวแทนของแนวโน้มใหม่ในภาพยนตร์เอเชียที่กล้าพูดภาษานานาชาติผ่านรากวัฒนธรรมของตัวเอง การได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมกว่า 3,000 คนในรอบฉายที่ปูซาน และการเดินสายต่อไปยังลอนดอนและซิตเจส บอกเราว่าหนังผีจากภูมิภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป หากกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 19 พฤศจิกายนในประเทศผู้สร้างคือการปิดลูปจากเวทีโลกกลับสู่บ้านเกิด เพื่อให้คนดูในภูมิภาคได้เห็นว่าความหลอนที่ตัวเองคุ้นเคย กำลังกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญบนเวทีภาพยนตร์โลก และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ภาพยนตร์สยองขวัญไทยถูกมองเป็นผู้เล่นหลักในตลาดนานาชาติ ไม่ใช่เพียงผู้ตามเทรนด์






