จอ OLED คือการอัปเกรดที่เห็นผลทุกวัน
iPad mini OLED คือแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ของ Apple ที่รวมจอ OLED ขนาด 8.5 นิ้ว ชิป A20 Pro ตัวเครื่องบาง 5.4 มม. และมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 ไว้ในอุปกรณ์สำหรับงานและความบันเทิง จุดเด่นไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มพื้นที่จอ แต่เป็นการเปลี่ยนจาก LCD มาใช้ OLED ซึ่งควบคุมแสงได้ในระดับพิกเซล ทำให้แสดงสีดำได้สนิท รองรับขอบเขตสี P3 และมีอัตราส่วนคอนทราสต์ 2,000,000:1 จึงเหมาะกับการดูวิดีโอ แต่งภาพ และอ่านเนื้อหาที่ต้องการสีชัดเจน ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 1,200 นิต และลดได้ต่ำสุด 1 นิต ส่วนกระจก Nano-texture เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานกลางแจ้ง เพราะช่วยลดแสงสะท้อน อย่างไรก็ดี จอรุ่นนี้ไม่รองรับ ProMotion 120Hz จึงไม่ใช่การอัปเกรดที่ตอบโจทย์ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเลื่อนภาพลื่นเป็นพิเศษ

ชิปแรงขึ้น ตัวเครื่องบางลง พร้อมความอุ่นใจเวลาใช้งานนอกสถานที่
Apple เปิดตัว iPad mini รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 โดยชูชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตรเป็นหัวใจของการอัปเกรด สำหรับคนใช้แอปสร้างสรรค์ ทำงานหลายอย่างพร้อมกัน หรือประมวลผลบนอุปกรณ์ ตัวเลขที่บริษัทระบุถือว่าน่าสนใจ: งาน AI เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า กราฟิกเร็วขึ้นสูงสุด 2.7 เท่า และประสิทธิภาพ CPU แบบหลายเธรดสูงขึ้นสูงสุด 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ผลจริงย่อมขึ้นกับแอปและลักษณะงาน แต่สเปกนี้ช่วยให้แท็บเล็ตขนาดเล็กมีพื้นที่รองรับงานจริงจังมากกว่าเดิม ตัวเครื่องหนาเพียง 5.4 มม. และรองรับ Apple Pencil Pro กับ Apple Pencil แบบ USB-C จึงเหมาะกับการจด วาด หรือทำเครื่องหมายเอกสารระหว่างเดินทาง มาตรฐานกันน้ำ IP67 ผ่านการทดสอบในน้ำลึกไม่เกิน 1 เมตร นานสูงสุด 30 นาที ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนทำงานภาคสนาม แต่ไม่ควรมองว่าเป็นใบอนุญาตให้นำไปแช่น้ำ เพราะความสามารถในการทนน้ำอาจลดลงเมื่อใช้งาน และการรับประกันไม่ครอบคลุมความเสียหายจากของเหลว กล้องหน้า Center Stage ความละเอียด 12MP ซึ่งย้ายมาอยู่ขอบแนวนอนยังช่วยให้วิดีโอคอลสะดวกขึ้น

ราคาเริ่ม 24,900 บาท: จ่ายเพิ่มเพื่อความกะทัดรัดและความสามารถรอบด้าน
แท็บเล็ตเล็กเครื่องนี้ไม่ได้วางตัวเป็นรุ่นประหยัด ราคา 24,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi ความจุ 128GB ทำให้เป็นตัวเลือกระดับพรีเมียมในกลุ่มแท็บเล็ตขนาดพกพา ส่วนรุ่น Wi-Fi และ Cellular เริ่มที่ 30,900 บาท ราคานี้จะสมเหตุสมผลที่สุดสำหรับคนที่ต้องการจอ OLED ประสิทธิภาพสูง และอุปกรณ์ที่พกไปทำงานได้บ่อย มากกว่าคนที่ใช้แท็บเล็ตเพื่อดูวิดีโอหรือท่องเว็บเป็นหลัก การเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ผ่านชิป N1 จึงพร้อมสำหรับเครือข่ายรุ่นใหม่และการรับส่งไฟล์ รวมถึงช่วยให้ Wi-Fi 5GHz, AirDrop และ AirPlay ทำงานได้เสถียรขึ้น รุ่น Cellular รองรับ eSIM และมีโมเด็ม C2 ซึ่งรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ได้เร็วขึ้นสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วผ่านช่องทางออนไลน์ของ Apple และแอป Apple Store ส่วนกำหนดเริ่มจัดส่งและวางจำหน่ายยังไม่ระบุวันที่แน่นอน ภาพรวมจึงเป็นการอัปเกรดที่น่าซื้อสำหรับคนต้องการแท็บเล็ตจอเล็กแต่ทำงานจริงจังได้ โดยราคาสูงและการไม่มีจอ 120Hz คือข้อแลกเปลี่ยนที่ควรชั่งใจก่อนตัดสินใจ
| รุ่น | 128GB | 256GB | 512GB |
|---|---|---|---|
| Wi-Fi | 24,900 บาท | 28,900 บาท | 35,900 บาท |
| Wi-Fi + Cellular | 30,900 บาท | 34,900 บาท | 41,900 บาท |







