ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28
ความสนใจ|คลาสสิก

บางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28 คืออะไร และทำไมต้องไป

มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 คือเทศกาลศิลปะการแสดงที่รวบรวมโอเปรา บัลเลต์ การเต้นร่วมสมัย และคอนเสิร์ตจากหลายประเทศไว้ในงานเดียว เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทุกเจเนอเรชั่นสัมผัสดนตรีคลาสสิกและโชว์ระดับโลกอย่างใกล้ชิด สร้างช่วงเวลาคุณภาพให้ทั้งครอบครัวและเติมแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ผ่านโปรดักชันมาตรฐานสากล โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ หัวใจของงานปีนี้ชัดเจนมาก ว่าศิลปะไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในโรงละครหรูหรือผู้ชมเฉพาะกลุ่ม แต่ควรเป็นเทศกาลศิลปะการแสดงที่เดินออกมาหาคนทั่วไป เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเวิลด์สเตจด้วย 12 โชว์ระดับมาสเตอร์พีซจาก 9 ประเทศ ทั้งโอเปรา บัลเลต์ และโชว์ร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 5 กันยายน – 17 ตุลาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นี่ไม่ใช่แค่การจัดงานใหญ่ประจำปี แต่เป็นการยืนยันว่าศิลปะชั้นสูงสามารถอยู่ใกล้แค่ปากซอยและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28

คิวทอง 12 โชว์เวิลด์คลาส: จากโอเปราสู่แจ๊สและแฟชั่น

สิ่งที่ทำให้บางกอกเฟสติวัลครั้งนี้น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ คือการคัดเลือก 12 โชว์ระดับโลกอย่างพิถีพิถันให้สมดุลทั้งการร้อง การเต้น และการเล่าเรื่อง ผู้จัดงานยืนยันชัดเจนว่าทุกโชว์ต้องดูสนุก เข้าใจง่าย และเหมาะกับทั้งครอบครัว ไม่ให้หนักไปทางใดทางหนึ่งจนคนดูรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย สายโอเปราได้สัมผัสงานระดับตำนานอย่าง La Traviata และ Madama Butterfly ที่เน้นพลังเสียงนักร้องและวงออร์เคสตราเต็มวง ส่วนสายดนตรีคลาสสิกสายเบา Opera Goes to Hollywood จากนักร้องดังแห่ง New York City Opera เล่าเรื่องด้วยการผสมเพลงโอเปรากับเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ทุกคนคุ้นเคย ฝั่งแฟชั่นและแจ๊สก็มี The Great Gatsby ที่พาย้อนยุคแจ๊สและ American Dream และ Coco Chanel บัลเลต์ร่วมสมัยที่ตีความตัวตนแฟชั่นไอคอนอย่างเฉียบคม รูปแบบคิวโชว์แบบนี้สะท้อนว่าเทศกาลไม่ได้ตั้งใจเอาใจสายคลาสสิกอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้วัฒนธรรมป๊อปเข้ามานั่งหัวโต๊ะร่วมกัน

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28

เมื่อบัลเลต์คลาสสิกจับมือกับโลกแฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อป

สายบัลเลต์ในปีนี้พูดได้เต็มปากว่าถูกเอาใจทั้งคนรักคลาสสิกและคนชอบความร่วมสมัย Cinderella และ Romeo & Juliet จาก Bolshoi Theatre of Belarus มอบบัลเลต์สุดโรแมนติกที่การันตีเทคนิคการเต้นและโปรดักชันวิจิตรตระการตา ล่าสุด Cinderella ขึ้นแท่น Sold Out ไปแล้ว เป็นสัญญาณชัดว่าผู้ชมในไทยพร้อมจ่ายเวลาและพลังใจให้กับงานศิลปะคุณภาพสูง อีกด้านหนึ่ง บัลเลต์ร่วมสมัยอย่าง Coco Chanel จาก National Theatre Brno ใช้ภาษาการเคลื่อนไหวเล่าเรื่องชีวิตและจิตวิญญาณของแฟชั่นไอคอน ผ่านการออกแบบท่าทางที่สง่างามแต่คมกริบ นี่คือการดึงโลกแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมป๊อปมาผสานกับบัลเลต์แบบไม่เกรงใจกรอบเดิมของศิลปะการแสดง ผลลัพธ์คือโชว์ที่คนรุ่นใหม่สามารถเชื่อมโยงได้ทันที แต่ก็ยังให้ความเคารพต่อโครงสร้างและเทคนิคของบัลเลต์คลาสสิกอย่างไม่ลดทอน

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28

โชว์ร่วมสมัยที่เขย่าวัฒนธรรมป๊อปและจินตนาการของทุกวัย

ถ้าด้านคลาสสิกคือเสาหลัก ด้านร่วมสมัยก็เป็นม้านั่งยาวที่ชวนทุกคนมานั่งล้อมวง Murmuration Level 2 จาก Sadeck Berrabah คือโชว์การออกแบบการเคลื่อนไหวที่โด่งดังระดับโลกจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ การจัดวางร่างกายเป็นแพทเทิร์นพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้คนดูสัมผัสได้ว่าศิลปะการเต้นสามารถเป็นทั้งงานออกแบบและงานทดลองเชิงภาพในเวลาเดียวกัน RITE จากคณะ Deborah Colker หยิบ The Rite of Spring มาอ่านใหม่ด้วยภาษาการเคลื่อนไหวที่ทรงพลังและดุดัน เปลี่ยนงานคลาสสิกให้กลายเป็นการตั้งคำถามต่อสังคมและธรรมชาติของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา ส่วน Alice in Wonderland ก้าวข้ามการเป็นนิทานเด็กไปสู่โปรดักชันแฟนตาซีที่จัดเต็มทั้งกายกรรม เซอร์คัส และการเต้นร่วมสมัย ทำให้ทุกวัยดูสนุกได้เท่ากัน การวางโชว์เหล่านี้เคียงข้างโอเปราและบัลเลต์คือคำประกาศว่า มหกรรมศิลปะการแสดงไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่ทดลองความคิดใหม่ของยุคสมัย

12 โชว์ระดับโลกย่อโลกการแสดงในบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28

เทศกาลที่ย่อโลกมาไว้ใกล้ปากซอย และบทสรุปสำหรับคนดูไทย

ในมุมมองคนดู สิ่งที่มีค่าที่สุดของบางกอกเฟสติวัลครั้งที่ 28 ไม่ใช่แค่จำนวนประเทศหรือชื่อคณะระดับโลก แต่คือแนวคิดที่ผลักให้ศิลปะระดับเวิลด์คลาสมาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวัน ราซินาร์ อูเบรอย บาจาจ ผู้จัดงานเล่าว่า ตลอด 28 ปี เทศกาลได้ต้อนรับคณะแสดงจาก 6 ทวีป รวม 48 ประเทศ เรียกได้ว่าเป็นการย่อโลกการแสดงระดับท็อปมาไว้ใกล้แค่ปากซอย เพื่อให้คนไทยไม่ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อดูโชว์ระดับโลก ประโยคนี้ควรถูกจำไว้เป็นคติของวงการศิลปะบ้านเรา เมื่อมองภาพรวมปีนี้ เราเห็นเทศกาลที่ผสานโลกของศิลปะ แฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมป๊อปเข้าไว้ด้วยกันอย่างตั้งใจ จากโอเปรา บัลเลต์ จนถึงโชว์ไวรัลร่วมสมัย ทั้งหมดถูกจัดวางให้คนทั้งครอบครัวใช้เวลาคุณภาพร่วมกันโดยไม่รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่เข้าใจศิลปะ” สำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ มากกว่าความบันเทิงชั่วคราว เทศกาลนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของปีที่จะได้เห็นว่าศิลปะการแสดงสามารถสะท้อนโลกที่เราอยู่ได้คมชัดกว่าข่าวและโซเชียลมีเดียบางโพสต์เสียอีก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!