172 คะแนน DXOMARK: คะแนนนี้บอกอะไรเกี่ยวกับ iPhone 18 Pro
คะแนน DXOMARK กล้องสมาร์ทโฟนของ iPhone 18 Pro คือผลทดสอบมาตรฐานที่วัดคุณภาพภาพนิ่ง วิดีโอ ซูม ระบบโฟกัส และการรับมือแสงยาก เพื่อจัดอันดับกล้องมือถือแบบเปรียบเทียบระหว่างสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นต่างๆ ให้ผู้ใช้เห็นภาพว่าแต่ละรุ่นถ่ายภาพและวิดีโอได้ดีแค่ไหนในสถานการณ์ใช้งานจริง ทั้งกลางวัน กลางคืน และการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง iPhone 18 Pro ได้คะแนนรวม 172 คะแนน จากการทดสอบกล้องโทรศัพท์ของ DXOMARK ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 2 ของตารางคะแนนรวมระดับโลกเหนือสมาร์ตโฟนเรือธงส่วนใหญ่ จุดที่น่าสนใจคือคะแนนเพิ่มขึ้นถึง 4 คะแนนเมื่อเทียบกับ iPhone 17 Pro ที่ได้ 168 คะแนน การขยับคะแนนแบบนี้สะท้อนว่า แอปเปิลไม่ได้ปรับกล้องแบบผิวเผิน แต่แก้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เข้าที่มากขึ้น ในภาพรวม คะแนนระดับ 172 ไม่ใช่แค่ตัวเลขสูง แต่คือสัญญาณว่าผู้ใช้ที่จริงจังกับ iPhone 18 Pro กล้อง จะได้เครื่องมือที่ตอบโจทย์ทั้งการถ่ายเล่น แคปคอนเทนต์ลงโซเชียล ไปจนถึงการใช้ทำงานวิดีโอสั้นอย่างมือโปร

อันดับกล้องมือถือ: iPhone 18 Pro ท้าชน Huawei Pura 80 Ultra
ในตารางอันดับกล้องมือถือของ DXOMARK ตอนนี้ iPhone 18 Pro อยู่ในตำแหน่งรองแชมป์แบบชัดเจน ด้วยคะแนน 172 คะแนน เป็นรองเพียง Huawei Pura 80 Ultra ที่ยึดอันดับ 1 ด้วย 175 คะแนนตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นมา เมื่อดูแค่คะแนนรวม Huawei ยังถือไพ่เหนือกว่าเล็กน้อย แต่ช่องว่าง 3 คะแนนบอกเราว่า iPhone 18 Pro เข้าใกล้สุดทางของสมาร์ตโฟนสายกล้องมากแล้ว ถ้าเทียบย้อนกับรุ่นเดิม iPhone 17 Pro ที่เคยทำได้ 168 คะแนนแล้วหล่นไปอันดับ 5 รุ่นใหม่ขยับขึ้นทั้งคะแนนและอันดับอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือการอัปเกรดยกชุดที่ผู้ใช้รับรู้ได้ทันทีในชีวิตจริง โดยเฉพาะคนที่ถ่ายภาพบุคคล แสงน้อย และวิดีอบ่อย เพราะจุดแข็งของคะแนนส่วนใหญ่พุ่งมาลงสามหมวดนี้ สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลจากการทดสอบกล้องโทรศัพท์ก่อนตัดสินใจซื้อ คะแนน DXOMARK กล้องสมาร์ทโฟนช่วยให้มองภาพง่ายขึ้น ว่า iPhone 18 Pro ไม่ใช่แค่ตัวเลือกสาย iOS แต่เป็นคู่แข่งตรงของสมาร์ตโฟนเรือธงทุกค่ายในด้านกล้อง

เจาะลึก iPhone 18 Pro กล้อง: ภาพนิ่ง ซูม โฟกัส ทำได้แค่ไหน
เบื้องหลังคะแนน DXOMARK กล้องสมาร์ทโฟนของ iPhone 18 Pro คือชุดกล้องหลังสามตัวความละเอียด 48 ล้านพิกเซลเท่ากัน ประกอบด้วยกล้องหลักรูรับแสงปรับได้ f/1.48 – f/4.0 ระยะ 24 มม พร้อมกันสั่นแบบ Sensor-Shift รุ่นใหม่ กล้อง Ultra-wide f/2.2 ระยะ 13 มม มุมมองกว้าง 120 องศา และกล้อง Telephoto ดีไซน์ Tetraprism f/2.8 ระยะ 100 มม ซูมออปติคัลได้ถึง 8 เท่า พร้อมกันสั่นแบบสามมิติ ผลทดสอบแบ่งเป็นหมวดชัดเจน ภาพนิ่งทำได้ 171 คะแนน โดยกล้องหลักกวาดไป 181 คะแนน โบเก้ 175 คะแนน Ultra Wide 152 คะแนน และ Tele 143 คะแนน จุดเด่นคือการวัดแสงที่แม่นยำ รองรับด้วยช่วงไดนามิกกว้าง ทำให้ภาพดูมีคอนทราสต์เป็นธรรมชาติแม้เจอสภาพแสงท้าทาย เทคโนโลยีรูรับแสงปรับได้ช่วยเพิ่มระยะชัดลึกอัตโนมัติเมื่อถ่ายภาพบุคคลแบบกลุ่ม ทำให้ทุกใบหน้าคมและโฟกัสไม่หลุด ในที่แสงน้อย iPhone 18 Pro ได้คะแนนสูงสุดในตารางที่ 150 คะแนน แสดงว่าเก็บรายละเอียดได้ดี วัดแสงแม่นยำ และคุม Noise ได้อย่างสมดุล อย่างไรก็ตาม หมวดการถ่ายภาพบุคคลยังตามหลัง Huawei Pura 80 Ultra อยู่ โดย iPhone ทำได้ 157 คะแนน เทียบกับ 169 คะแนนของคู่แข่ง และการซูมระยะไกลยังด้อยกว่าเรือธงบางรุ่น เช่น Vivo X300 Ultra ที่นำแบบชัดด้วยคะแนน 161 ในหมวดซูม สำหรับผู้ใช้ทั่วไป จุดแข็งเหล่านี้หมายถึงภาพที่เชื่อถือได้กว่ารุ่นก่อนทั้งในสถานการณ์ย้อนแสงและแสงน้อย ส่วนข้อด้อยด้าน Telephoto ถ้าไม่ได้เน้นถ่ายซูมไกลมากเป็นหลัก ยังถือว่ารับได้ในภาพรวม

วิดีโอคือสนามของ iPhone 18 Pro: ครองอันดับ 1 แบบไม่ต้องลุ้น
จุดที่ iPhone 18 Pro กล้องแซงคู่แข่งทุกค่ายแบบชัดเจนคือวิดีโอ ด้วยคะแนนวิดีโอรวม 176 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในฐานข้อมูลของ DXOMARK ณ ตอนนี้ รายละเอียดในหมวดย่อยระบุว่า กล้องหลักทำคะแนนวิดีโอได้สูงถึง 189 คะแนน ส่วน Ultra Wide ได้ 152 คะแนน และ Tele 127 คะแนน สำหรับคนที่เน้นถ่ายคลิปลงแพลตฟอร์มวิดีโอ สายนี้คือจุดขายตัวจริง ในการทดสอบ DXOMARK ระบุว่า iPhone 18 Pro มีระบบกันสั่นที่ให้ภาพนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติแม้ขณะวิ่ง รักษาสมดุลระหว่างรายละเอียดกับ Noise ได้ดี และเปลี่ยนระยะซูมระหว่างบันทึกได้ราบรื่น ทำให้ประสบการณ์ระหว่างเปลี่ยนเลนส์ต่อเนื่องและดูไม่สะดุด การบันทึกที่เฟรมเรต 60 fps ช่วยให้การเคลื่อนไหวดูเนียนตาและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม วิดีโอยังไม่ไร้ที่ติ ความเสถียรของสมดุลแสงสีขาวอาจเปลี่ยนให้เห็นได้ชัดเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกัน และมีอาการสีเพี้ยนเล็กน้อยรวมถึงความแตกต่างของระดับความสว่างระหว่างภาพถ่ายกับตัวอย่างวิดีโอที่หน้าจอ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บางคนสับสน แต่ถ้ามองเรื่องคุณภาพไฟล์และความง่ายในการใช้งาน iPhone 18 Pro ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับคนทำคอนเทนต์ด้วยมือถือ
ข้อดีข้อเสียของ iPhone 18 Pro กล้อง และข้อคิดสำหรับคนกำลังจะซื้อ
จุดเด่น
- การวัดแสงแม่นยำ ช่วงไดนามิกกว้าง ภาพให้คอนทราสต์เป็นธรรมชาติแม้ในสภาพแสงท้าทาย
- รูรับแสงกล้องหลักปรับได้ ช่วยขยายระยะชัดลึกในการถ่ายภาพบุคคลแบบกลุ่ม และผู้ใช้ปรับค่าเองได้
- คุณภาพภาพแสงน้อยโดดเด่น เก็บรายละเอียดสูง พร้อมคุม Noise ได้ดีเยี่ยม
- ประสิทธิภาพวิดีโอยอดเยี่ยม คะแนนสูงสุดในฐานข้อมูล ระบบกันสั่นดีและการเปลี่ยนซูมระหว่างบันทึกทำได้เนียน
จุดด้อย
- การเปิดรับแสงใบหน้าอาจต่ำในสภาวะย้อนแสง และมีโอกาสเกิดแสงสว่างจ้าเกินไปจนรายละเอียดหายในบางฉาก
- สมดุลแสงสีขาวไม่เสถียรนัก มีสีเพี้ยนเล็กน้อยในบางสถานการณ์วิดีโอและภาพนิ่ง
- ประสิทธิภาพการซูมระยะไกลยังเป็นรองสมาร์ตโฟนเรือธงบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่เน้น Telephoto หนักๆ
- อาจพบแสงแฟลร์ ภาพเบลอ และความแตกต่างของความสว่างระหว่างหน้าแสดงตัวอย่างภาพถ่ายกับวิดีโอ ซึ่งทำให้ผู้ใช้เสียสมาธิได้
เมื่อนำจุดเด่นและจุดด้อยมาวางประกบกัน ภาพของ iPhone 18 Pro กล้องจึงชัดเจนขึ้นว่า นี่คือเรือธงที่ตั้งใจบาลานซ์การใช้งานจริงมากกว่าตัวเลขบนสเปกชีต ระบบรูรับแสงปรับได้ของกล้องหลักช่วยให้ถ่ายคนหลายคนในเฟรมได้โฟกัสคมขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งโหมดพอร์ตเทรตหนักจนหลอกตา ขณะที่การทดสอบกล้องโทรศัพท์ในแสงน้อยและวิดีโอยืนยันว่า iPhone รุ่นนี้พร้อมรองรับทั้งการถ่ายเล่นและงานที่จริงจัง สำหรับคนที่เลือกมือถือจากอันดับกล้องมือถือเป็นหลัก ถ้าให้จัดภาพแบบง่าย iPhone 18 Pro คือตัวเลือกที่เน้นความครบด้านทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ส่วนคนที่หมกมุ่นกับซูมไกลสุดโหด อาจต้องมองรุ่นคู่แข่งที่เน้น Telephoto เป็นพิเศษแทน ในมุมผู้เขียน การใช้คะแนน DXOMARK กล้องสมาร์ทโฟนเป็นข้อมูลหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงการซื้อเครื่องผิดจากสไตล์การใช้งานของตัวเอง เพราะตัวเลข 172 คะแนนนี้ไม่ได้โกหก แต่มันเล่าชัดว่าจุดแข็งของ iPhone 18 Pro อยู่ตรงไหน และจุดไหนที่คุณต้องยอมรับก่อนตัดสินใจ


![Apple iPhone 17 Pro by Studio 7 [ออเดอร์จะยกเลิกอัตโนมัติหากไม่ชำระเงินภายใน 30 นาที]](https://img2.zestbuy.co.th/product/2026/09/21/6a46f273-ff52-46e2-809d-bf5bb9e9a1b5.jpg)







