Longevity Food คืออะไร และทำไมจึงกลายเป็นสนามรบใหม่ของธุรกิจ
ตลาด Longevity Food คือกลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์โภชนาการที่ออกแบบมาเพื่อยืดช่วงเวลาที่ร่างกายมีสุขภาพดี ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และสนับสนุนการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นโภชนาการที่เหมาะสมต่อระบบเผาผลาญ หัวใจ สมอง ลำไส้ การอักเสบ ภูมิคุ้มกัน และการนอนหลับ รวมถึงผลิตภัณฑ์เชิงหน้าที่เฉพาะที่ช่วยเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในชีวิตประจำวัน
หัวใจของเรื่องนี้คือคนเราอายุยืนขึ้น แต่สุขภาพดีไม่ได้ยืดตาม ส่งผลให้ช่วงชีวิตที่ต้องอยู่กับข้อจำกัดด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10 ปีในภาพรวม เมื่อค่าใช้จ่ายด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรังพุ่งสูง แนวคิดสุขภาพเชิงป้องกันจึงถูกดันขึ้นมาเป็นวาระสำคัญ ทั้งในระดับนโยบายและระดับธุรกิจ ผู้ประกอบการที่เคยขายอาหารทั่วไปจึงเริ่มขยับไปสู่การขายโภชนาการสูงวัยและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Health & Wellness อย่างจริงจัง ตลาด Longevity Food กลายเป็นสนามรบใหม่ที่ไม่ได้แข่งแค่รสชาติหรือราคา แต่แข่งกันที่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
ตัวเลขไม่โกหก ตลาด Longevity Food โตสองเท่าจากคลื่นผู้สูงวัยและโรค NCDs
จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด Longevity Food คือฐานความต้องการที่แข็งแรงจากโครงสร้างประชากรและภาระโรคเรื้อรัง ศูนย์วิจัยหนึ่งประเมินว่า ตลาด Longevity Food กลุ่มมูลค่าเพิ่มสูงจะขยายจากประมาณ 1.57 หมื่นล้านบาทเป็น 3.20 หมื่นล้านบาทในระยะเวลาหนึ่งทศวรรษ เติบโตเฉลี่ยปีละ 6.7 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังคาดว่าจะพุ่งจากราว 22 ล้านคนเป็นเกือบ 30 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณตรงไปยังผู้ประกอบการอาหารและสุขภาพว่าโอกาสอยู่ตรงไหน
คำสำคัญที่ผลักตลาดนี้คือ สุขภาพเชิงป้องกัน ผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และวัยทำงานหันมาใส่ใจการเลือกอาหารและออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ป่วยตั้งแต่แรก อาหารเพื่อสุขภาพจึงไม่ใช่ของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวเลือกในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก ตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพถูกประเมินว่ามีมูลค่าสูงหลายหมื่นล้านบาทและยังเติบโตต่อเนื่อง เมื่อรวมกับแนวโน้มผู้สูงวัยที่ต้องการโภชนาการสูงวัยแบบเฉพาะเจาะจง ตลาด Longevity Food จึงมีแรงขับเคลื่อนทั้งจากฝั่งดีมานด์ของผู้บริโภคและฝั่งนโยบายด้านเศรษฐกิจสุขภาพ

กลยุทธ์ Health & Wellness ของ TMAN และการขยับสู่ Science-backed Longevity Solutions
ในฝั่งผู้เล่นสาย Health & Wellness บริษัทที่เคยเน้นเวชภัณฑ์ยาอย่างหนึ่งที่โดดเด่นได้ประกาศชัดว่าจะขยายจากธุรกิจ Health & Wellness สู่ตลาด Longevity พร้อมวาง Longevity เป็น New S-Curve สำคัญของบริษัท แผนคือพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Science-backed Longevity Solutions ราว 15 รายการใน 5 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเผาผลาญ สุขภาพลำไส้ สมอง การนอน ไปจนถึงสุขภาพผิว โดยโฟกัสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีมากกว่ามองแค่อายุยืน
สิ่งที่น่าสนใจคือเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน บริษัทตั้งเป้าดันรายได้แตะ 4,000 ล้านบาทภายใน 3–5 ปี ผ่านทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และดีลควบรวมกิจการเพื่อเติมพอร์ต จุดแข็งอยู่ที่ฐานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตยาและห้องปฏิบัติการคุณภาพสูง รวมกับหน่วยงานด้านนวัตกรรมเปิดและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมต่อยอดเทคโนโลยี งานวิจัย และสมุนไพรให้กลายเป็น Longevity Food ที่มีหลักฐานรองรับ เมื่อแนวโน้มตลาด Healthcare โดยรวมถูกประเมินว่ามีมูลค่าเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การวางตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของ ecosystem ที่มุ่งสู่การเป็น Global Wellness Hub จึงเป็นการเดิมพันที่กล้าแต่มีเหตุผล

CPF กับการต่อยอดโภชนาการสูงวัยจาก “อาหารสด” ด้วยงานวิจัยมนุษย์
ฝั่งธุรกิจอาหาร ภาพที่น่าสนใจคือการที่ผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้มองอาหารสุขภาพแค่การออกสินค้าใหม่ แต่เลือกต่อยอดสินค้าที่มีอยู่ด้วยแนวคิดโภชนาการสูงวัยและงานวิจัยมนุษย์ โดยหนึ่งในตัวอย่างคือแบรนด์ UFARM ซึ่งพัฒนาหมูชีวา ไก่เบญจา และไข่ไก่เบญจาให้มีโอเมก้า 3 สูงผ่านการจัดการอาหารสัตว์ เช่นเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันปลา สาหร่ายทะเล และข้าวกล้อง เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มภาพลักษณ์พรีเมียม แต่คือการเข้าไปมีส่วนในตลาด Longevity Food ผ่านโภชนาการที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจและการอักเสบในระยะยาว
สิ่งที่ทำให้แนวทางของบริษัทนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือการลงลึกด้วย Human Clinical Study ร่วมกับสถาบันวิชาการ ศึกษาว่าเนื้อหมูที่มีโอเมก้า 3 ส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์และตัวชี้วัดการอักเสบอย่างไร ผลเบื้องต้นพบว่ากลุ่มที่รับประทานหมูโอเมก้า 3 มีไตรกลีเซอไรด์ลดลงเฉลี่ยราว 13 เปอร์เซ็นต์ และค่า TNF Alpha ลดลงถึง 61 เปอร์เซ็นต์ โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ นี่คือภาพของตลาด Longevity Food ที่ไม่ได้เล่นแค่คำโฆษณา แต่เริ่มขยับไปสู่การเชื่อมโยงโภชนาการกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ ซึ่งตรงกับมุมมองที่ว่ากลุ่มอาหารฟังก์ชันที่มี health claim และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะเป็นโอกาสใหญ่ของผู้ประกอบการ

จากเศรษฐกิจสุขภาพสู่ Longevity Economy โอกาสและโจทย์ใหม่ของผู้เล่นไทย
เบื้องหลังการบูมของตลาด Longevity Food คือการยกระดับ Longevity Economy ให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รับโจทย์สังคมสูงวัยและภาระโรค NCDs ที่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล แนวคิดสุขภาพเชิงป้องกันจึงไม่ใช่แค่เทรนด์ผู้บริโภค แต่เป็นวาระเชิงนโยบาย ซึ่งเปิดทางให้ผู้ประกอบการอาหาร สมุนไพร และ Health & Wellness ไทยต่อยอดวัตถุดิบและองค์ความรู้สู่สินค้า Longevity Food มูลค่าเพิ่มสูง ตั้งแต่ผักผลไม้ ถั่ว ธัญพืช อาหารออร์แกนิก ไปจนถึง functional food ที่มีการกล่าวอ้างทางสุขภาพชัดเจน
โจทย์สำคัญคือใครจะปรับตัวเร็วพอ ตั้งแต่ Gen Z และ Millennials ที่สนใจลำไส้ สุขภาพจิต และการนอน ไปจนถึง Gen X และ Baby Boomers ที่โฟกัส Healthy Aging ข้อต่อ สมอง และการป้องกันโรคเรื้อรัง ทุกกลุ่มกำลังมองหาโภชนาการสูงวัยที่เชื่อถือได้ ผู้ประกอบการที่ชนะจะต้องผสานสามมิติให้ครบ คือ วิทยาศาสตร์และข้อมูลวิจัยที่จริงจัง การออกแบบสินค้าให้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน และการร่วมมือกับภาครัฐ ภาคการศึกษา และพันธมิตรธุรกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล เมื่อคนอายุยืนแต่สุขภาพดีไม่ยืดยาวเท่าเดิม การแย่งชิงตลาด Longevity Food จึงไม่ใช่แค่โอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นสมรภูมิที่ตัดสินคุณภาพชีวิตของคนทั้งสังคมในระยะยาว








