ลักชัวรี่ยุคใหม่คือการพักในเรื่องเล่าของเมืองไม่ใช่แค่โรงแรม
ยุทธศาสตร์แฟลกชิปของฮิลตันในภูมิภาคกำลังนิยามใหม่ให้คำว่า ท่องเที่ยวลักชัวรี่ คือการพักในพื้นที่ที่ถ่ายทอดเรื่องเล่าของเมืองผ่านดีไซน์ สถาปัตยกรรม และประสบการณ์กิจกรรมท้องถิ่นแทนโรงแรมที่ตกแต่งซ้ำๆ เน้นให้ผู้เข้าพักเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนรอบข้างอย่างมีความหมาย โดยยังรักษามาตรฐานบริการระดับโลก เป็นการผสมระหว่างความสะดวกสบายระดับบนกับความรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของย่านหรือเมืองนั้นอย่างแท้จริง จุดแข็งของแนวทางนี้คือการตอบโจทย์นักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูงแต่ไม่สนใจโมเดลโรงแรมหรูแบบโคลนกันไปทุกเมือง พวกเขาไม่ได้มองหาห้องพักที่ดูแพงเพียงอย่างเดียว แต่มองหาบริบทที่ทำให้การเข้าพักกลายเป็นเรื่องที่ควรเก็บสะสมในความทรงจำ เป็น Collectible Experience ทั้งสำหรับกลุ่มคู่รัก ครอบครัว และนักเดินทางเดี่ยวที่อยากเข้าใจเมืองผ่านสถานที่ที่ตนพักอยู่
Canopy by Hilton บนสุขุมวิท 12 เมื่อย่านกลายเป็นตัวเอกของโรงแรม
การเปิดตัว Canopy by Hilton Bangkok Sukhumvit บนสุขุมวิท 12 ในฐานะแบรนด์ Canopy แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนไม่ใช่แค่การเพิ่มชื่อโรงแรมในแผนที่ แต่เป็นการประกาศว่าลักชัวรี่ใจกลางเมืองสามารถผูกกับตัวตนของย่านได้อย่างเข้มข้น โครงการถูกวางตำแหน่งในระดับ Upper Upscale หรือระดับเริ่มต้นของโรงแรม 5 ดาว เน้นประสบการณ์แบบ Collectible Experience โดยหยิบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพื้นที่ที่เคยมีชื่อเสียงด้านโรงภาพยนตร์และละครเวทีมาผสานเข้ากับงานออกแบบของตัวอาคารและอินทีเรียร์ ดีไซน์อาคารในโทนสีส้มและรูปทรงสามเหลี่ยมปริซึมที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพและเครื่องบันทึกวิดีโอโบราณ สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่าโรงแรมกำลังเล่าเรื่องย่านผ่านภาพและความทรงจำ ไม่ใช่เพียงจัดองค์ประกอบสวยงาม วัสดุอะลูมิเนียมฉลุและระบบไฟประดับกลางคืนทำให้ตึกกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมือง ในขณะที่ภายในเต็มไปด้วยร้านอาหารและพื้นที่แฮงก์เอาต์หลากรูปแบบ ตั้งแต่ห้องอาหารสเปน L-House รูฟท็อปบาร์ ไปจนถึงคาเฟ่ชุมชนที่ร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ผู้เข้าพักจึงสัมผัสย่านสุขุมวิท 12 ผ่านประสบการณ์กินดื่มและพบปะโดยไม่ต้องออกไปไกลจากโรงแรม

คหวดี เชียงราย โรงแรมหรู เชียงราย ที่ทำให้ลำน้ำและล้านนาเป็นหัวใจของลักชัวรี่
ในตลาดโรงแรมหรู เชียงราย การมาของคหวดี เชียงราย ภายใต้แบรนด์ Curio Collection by Hilton คือคำตอบว่าลักชัวรี่เชิงวัฒนธรรมจะหน้าตาเป็นอย่างไร โครงการนี้แปลงเรื่องราวบ้านคหบดีพ่อค้าล้านนาริมน้ำในอดีตให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ผสานงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นถิ่นไว้ในทุกรายละเอียด ภายใต้มาตรฐานการบริการของฮิลตันและแบรนด์ที่ให้คุณค่ากับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักเฉพาะตัว จุดเด่นคือการออกแบบโดยสตูดิโอสถาปัตยกรรมชื่อดังที่สอดแทรกภูมิปัญญาและงานฝีมือแบบล้านนา ตั้งแต่โครงสร้างเรือนไม้ การจัดผังให้เปิดรับธรรมชาติและสายน้ำ ไปจนถึงการใช้วัสดุท้องถิ่น ให้ผู้เข้าพักทั้ง 167 ห้องตื่นมาพร้อมแสงแรกที่สาดกระทบผิวน้ำแม่น้ำกก เหมือนกลับมาเยือนบ้านคหบดีเก่าแก่อีกครั้ง อีกทั้งทำเลที่ห่างจากตัวเมืองเพียง 10 นาทีเชื่อมต่อไปยังวัดร่องเสือเต้น ไร่ชาดอยแม่สลอง ภูชี้ฟ้า และสามเหลี่ยมทองคำอย่างสะดวก ทำให้ทริปเดียวสามารถสัมผัสทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เมืองรองได้ครบ

จากกิจกรรมท้องถิ่นสู่ Branded Residence ฮิลตันอ่านเกมนักเดินทางกระเป๋าหนักขาด
สิ่งที่ทำให้สองแฟลกชิปนี้น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือการตอบตรงกับเทรนด์ของนักเดินทางที่เปลี่ยนไป งานวิจัยของ Oxford Economics ระบุว่า นักเดินทางกว่า 72% เลือกใช้จ่ายไปกับกิจกรรมท้องถิ่นมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเดิม โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความหมายและประสบการณ์เฉพาะตัว รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จับต้องได้ ข้อมูลนี้สะท้อนชัดว่ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกำลังมองหาความแท้จริง ไม่ใช่เพียงระดับความหรูหรา ทิศทางดังกล่าวอธิบายว่าทำไม Curio Collection by Hilton จึงเลือกเชียงรายเมืองรองที่เคยถูกมองข้ามให้เป็นจุดหมายใหม่ เพราะเมืองรองเหล่านี้สามารถมอบเรื่องเล่าที่จับต้องได้ทั้งผ่านอาหาร กิจกรรมชุมชน และภูมิทัศน์ธรรมชาติ ซึ่งสำคัญต่อการท่องเที่ยวลักชัวรี่ยุคนี้ ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนที่ร่วมเปิด Canopy by Hilton ก็ไม่หยุดอยู่แค่โรงแรม แผนต่อไปคือการพัฒนา Branded Residence ผสานความเชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยและ Hospitality เข้าด้วยกัน เน้นทำเล Prime of the Prime และเตรียมประกาศโครงการใหม่ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า รวมถึงการศึกษาลงทุนในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตและสมุยเพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง

ผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมเอเชียและนักเดินทางที่มองหามากกว่าคำว่าหรู
เมื่อมองภาพรวม ธุรกิจโรงแรมเอเชียกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่แบรนด์ระดับโลกไม่สามารถพึ่งโมเดลโรงแรมมาตรฐานเดียวทุกเมืองได้อีกต่อไป ฮิลตันเลือกเดินเกมผ่าน Canopy และ Curio Collection ซึ่งโฟกัสไปที่ประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับเรื่องราวของพื้นที่อย่างแท้จริงมากกว่ากรอบเชนโรงแรมดั้งเดิม ผลคือการเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ท้องถิ่น ช่างฝีมือ และศิลปินเข้ามามีบทบาทในการสร้างมูลค่า พร้อมกระจายรายได้กลับสู่เศรษฐกิจชุมชนรอบโครงการ สำหรับนักเดินทางที่เน้นท่องเที่ยวลักชัวรี่ สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่เตียงนุ่มและบริการระดับบน แต่คือการเลือกพักในสถานที่ที่เล่าเรื่องเมืองผ่านอาหาร กิจกรรม และงานออกแบบ เช่น คอร์สทำอาหารล้านนาแบบ Market-to-Table eForea Spa กับศาสตร์การนวดตอกเส้น กิจกรรมโยคะและ Sound Healing ริมแม่น้ำ และห้องอาหารที่ตีความวัฒนธรรมพื้นถิ่นใหม่ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ ส่วนฝั่งนักลงทุน การเห็นตัวอย่างแฟลกชิปที่ผสานแบรนด์ระดับโลกกับอัตลักษณ์พื้นที่อย่างชัดเจนจะผลักให้ตลาดโรงแรมหรูในภูมิภาคเดินหน้าสู่โมเดลที่กล้าต่าง ไม่ยึดติดกับสูตรเดิมของการสร้างความหรูหราเพียงเปลือกนอก


