Lonesome Dove Netflix คืออะไร และทำไมการกลับมาครั้งนี้ถึงน่าจับตา
Lonesome Dove Netflix คือโครงการซีรีส์ Western ใหม่ที่นำเอานวนิยายคลาสสิกแนวตะวันตก Lonesome Dove ซึ่งคว้ารางวัลพูลิตเซอร์สาขานวนิยาย มาตีความใหม่สำหรับผู้ชมยุคสตรีมมิง โดยเล่าเรื่องการเดินทางไดรฟ์ฝูงวัวครั้งสุดท้ายของอดีต Texas Rangers สองคน ผ่านทั้งความเป็นมหากาพย์การผจญภัยและดราม่าความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแดนหน้าด่าน การดัดแปลงนวนิยายครั้งนี้จึงเป็นการทดสอบว่าซีรีส์ Western ใหม่จะตีความตำนานคาวบอยแบบร่วมสมัยได้ลึกและซื่อสัตย์ต่อหัวใจของต้นฉบับแค่ไหน หัวใจสำคัญคือ Netflix สั่งสร้างซีรีส์เล่าใหม่จากนวนิยาย Western Lonesome Dove ของ Larry McMurtry ที่เคยคว้ารางวัล Pulitzer Prize และเป็นเบสต์เซลเลอร์ นี่ไม่ใช่การหยิบเรื่องดังมาทำซ้ำแบบปลอดความเสี่ยง แต่เป็นเดิมพันครั้งใหญ่กับหนึ่งในเรื่องเล่าที่ถูกยกให้เป็น “หนึ่งในเรื่องอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ตามคำของผู้บริหารฝ่ายซีรีส์บทของ Netflix ที่ย้ำว่าต้นฉบับสมควรได้รับการถ่ายทอดด้วยความลึกซึ้งทั้งด้านตัวละคร อารมณ์ และภาพของสถานที่ สำหรับคนดูยุคใหม่ การดัดแปลงนวนิยายครั้งนี้จึงน่าดูไม่ใช่เพราะชื่อเสียงเก่า แต่เพราะมันอาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองเรื่องคาวบอยบนจอไปเลย
จากมหากาพย์บนหน้ากระดาษสู่จอซีรีส์ Western ใหม่
แรงถีบสำคัญที่ทำให้ Lonesome Dove กลับมามีชีวิตบนหน้าจออีกครั้งคือความจริงที่ว่านวนิยายเล่มนี้ไม่เคยหายไปจากสายตาผู้อ่านเลย นับจากตีพิมพ์ในปี 1985 หนังสือเล่มนี้เคยติดอันดับเบสต์เซลเลอร์ของ The New York Times ยาวต่อเนื่องมากกว่า 5 เดือน และถูกกล่าวว่ากว่า 40 ปีผ่านไปยังติดอยู่ในรายชื่อหนังสือขายดีของ Amazon ความนิยมที่ไม่เสื่อมลงทำให้คำถาม “ทำไมต้องรีเมกตอนนี้” แทบไม่จำเป็น เพราะวัตถุดิบยังมีชีวิตในวัฒนธรรมป๊อปอย่างชัดเจน โครงเรื่องของนวนิยายติดตาม Augustus Gus McCrae และ Woodrow F Call อดีต Texas Rangers ที่ผันตัวเป็นคาวบอย ใช้ชีวิตเงียบตามริโอแกรนด์ ก่อนตัดสินใจออกเดินทางไดรฟ์ฝูงวัวไกลถึงมอนทานา กลายเป็นมหากาพย์ระยะทางราว 3,000 ไมล์ที่เต็มไปด้วยอันตรายบนแดนหน้าด่าน แต่จุดที่ทำให้เรื่องราวนี้เหนือกว่า Western ทั่วไปคือการใช้การเดินทางเป็นกระจกสะท้อนมิตรภาพ ความแก่ตัว ความรัก การเสียใจ และการรื้อความเชื่อโรแมนติกเกี่ยวกับ “ตำนานคาวบอย” ซึ่งผู้เขียนเคยบอกเองว่างานของเขาเป็นการวิจารณ์และลดทอนภาพลักษณ์เชิงตำนานของโลกตะวันตก มากกว่าจะยกย่องมันแบบตรงไปตรงมา การดัดแปลงนวนิยายลง Lonesome Dove Netflix จึงต้องรักษาน้ำเสียงวิจารณ์นี้ไม่ให้ถูกกลบด้วยฉากยิงปืนเท่ๆ เพียงอย่างเดียว

เงาของมินิซีรีส์ปี 1989 และมาตรฐานที่ Lonesome Dove Netflix ต้องไต่
การประกาศซีรีส์ Lonesome Dove Netflix ทำให้แฟนหนังสือดีใจ แต่ก็ยังกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะการดัดแปลงนวนิยายเรื่องนี้เคยถูกทำในรูปมินิซีรีส์ทางโทรทัศน์เมื่อปี 1989 และงานชิ้นนั้นถูกจัดอยู่ในระดับตำนาน CBS เคยสร้างมินิซีรีส์สี่ตอนโดยให้ Robert Duvall รับบท Gus และ Tommy Lee Jones เป็น Call จนกลายเป็นปรากฏการณ์ดึงเรตติ้งสูงมหาศาลและคว้ารางวัลใหญ่ทั้ง Emmy 7 รางวัล ลูกโลกทองคำ 2 รางวัล และ Peabody อีก 1 รางวัล ด้วยมาตรฐานระดับนี้ ซีรีส์ Western ใหม่ฉบับ Netflix จึงไม่สามารถเดินทางแบบขี่ม้าล่อเล่นไปเรื่อยๆ ได้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าซีรีส์ใหม่ไม่จำเป็นต้องมาทดแทนมินิซีรีส์ปี 1989 หรือแย่งพื้นที่ของนวนิยาย แต่ควรทำหน้าที่เป็นสะพานให้คนรุ่นใหม่กลับไปอ่านหนังสือและค้นพบว่ามีโลกของ Gus และ Call อีกถึงสามเล่มที่ตามมาในชุดซากา คือ Streets of Laredo Dead Man’s Walk และ Comanche Moon การดัดแปลงนวนิยายบน Lonesome Dove Netflix จึงมีโอกาสปลุกทั้งหนังสือและมินิซีรีส์ให้ออกมาจากชั้นเก็บ ไปอยู่ในบทสนทนาใหม่ของยุคสตรีมมิง หากทำได้อย่างเคารพต้นฉบับและกล้าสร้างน้ำเสียงของตัวเอง
Zoe Kazan Jeb Stuart ทีมสร้างที่พร้อมผสมมหากาพย์กับความใกล้ชิด
จุดแข็งที่ทำให้หลายคนเริ่มเบาใจคือชื่อของผู้คุมทิศทางซีรีส์ Zoe Kazan และ Jeb Stuart คู่โชว์รันเนอร์ที่แบกประสบการณ์จากการดัดแปลงนวนิยายคลาสสิก East of Eden ให้กลายเป็นซีรีส์เจ็ดตอนบนแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยโปรเจกต์ East of Eden ซึ่งนำแสดงโดย Florence Pugh Christopher Abbott และ Mike Faist มีกำหนดออกสตรีมวันที่ 1 ตุลาคม และถือเป็นสนามฝึกชั้นเยี่ยมในการทำให้เรื่องเล่าเชิงมหากาพย์ดูใกล้ตัวและเป็นส่วนตัวสำหรับคนดู ทั้ง Kazan และ Stuart แสดงจุดยืนชัดว่าพวกเขาเข้าหา Lonesome Dove ด้วยความรักและความเคารพต่อต้นฉบับ พร้อมร่วมงานกับบริษัทที่ถือสิทธิ์อย่าง Teton Ridge Entertainment และทีมผู้บริหารอื่นๆ ที่รวมถึงพันธมิตรสร้างสรรค์เก่าแก่ของ McMurtry อย่าง Diana Ossana และตัวแทนจากกองมรดก McMurtry เอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าซีรีส์ Lonesome Dove Netflix ไม่ได้ถูกสร้างแบบแยกขาดจากรากของผู้เขียน แต่มีคนที่คอยป้องกันไม่ให้เนื้อหาเบี่ยงออกจากหัวใจของเรื่อง นั่นคือภาพโลกตะวันตกที่เป็นมนุษย์ มีทั้งความโหดร้ายและความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
สำหรับคนดูยุคสตรีมมิง Lonesome Dove Netflix จะให้ประสบการณ์แบบไหน
จากข้อมูลที่เปิดเผย ซีรีส์ Lonesome Dove ถูกนิยามว่าเป็นซีรีส์ดราม่าระยะยาว ไม่ใช่มินิซีรีส์แบบจำกัดตอน และยังไม่ประกาศวันออกอากาศหรือรายชื่อนักแสดง ในภาพรวม นี่บอกเราว่าผู้สร้างตั้งใจพาคนดูไปร่วมทางกับ Gus และ Call อย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเล่าแบบรวบรัดให้จบในเวลาไม่นาน การขยายพื้นที่เล่าเรื่องทำให้ประเด็นอย่างมิตรภาพ ความปรารถนาที่ไม่สมหวัง และการค้นหาความหมายของชีวิตที่สะท้อนอยู่ในต้นฉบับมีโอกาสถูกขยายอย่างละเอียด ซึ่งเหมาะกับกลยุทธ์การดูแบบบิ๊งจ์ของคนยุคสตรีมมิง ในทางปฏิบัติ การดัดแปลงนวนิยายครั้งนี้มีศักยภาพจะทำให้คนดูหลายล้านคนหันกลับไปหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้ง หรือได้รู้จัก Gus และ Woodrow Call เป็นครั้งแรก และสำหรับคนที่อินกับตัวละคร ทั้งชุดนวนิยายสี่เล่มยังเปิดพื้นที่ให้ตามอ่านต่อไปเรื่อยๆ การที่บริษัทผู้ถือสิทธิ์ประกาศว่าต้องการนำภาพของโลกตะวันตกแบบมนุษย์และซับซ้อนของ McMurtry ไปสู่คนรุ่นใหม่ ชี้ชัดว่าซีรีส์ Western ใหม่นี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงตอบรับกระแสคอนเทนต์ย้อนยุค แต่เป็นความพยายามใช้เรื่องเล่าคลาสสิกมาท้าทายสายตาและความเชื่อของคนดูในปัจจุบัน ว่ามิตรภาพ ความแก่ และความฝันที่ไม่เคยสำเร็จยังคงสะเทือนใจได้เสมอ แม้โลกจะเปลี่ยนไปแล้วหลายยุค






