ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รีวิวสมรรถนะ Geely Starray EM-R REEV ทดสอบทุกโหมดการขับ

รีวิวสมรรถนะ Geely Starray EM-R REEV ทดสอบทุกโหมดการขับ
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

ภาพรวมและคำตัดสิน: REEV รถไฟฟ้าที่จับต้องได้

Geely Starray EM-R คือรถยนต์แบบ REEV รถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อโดยตรงและใช้เครื่องยนต์เป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อป้อนให้มอเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ขับได้สัมผัสอัตราเร่งและความเงียบแบบรถไฟฟ้า แต่ยังเติมน้ำมันได้เหมือนรถเครื่องยนต์สันดาป เหมาะกับผู้ใช้ที่เน้นขับในเมือง สลับเดินทางไกลเป็นครั้งคราวและยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปใช้รถ EV เต็มรูปแบบ

ในมุมของผู้เขียน Geely Starray EM-R เป็น REEV รถไฟฟ้าที่สมเหตุสมผลที่สุดคันหนึ่งในตลาดตอนนี้ จุดขายคือสัมผัสการขับแบบ EV พร้อมทางเลือกเติมน้ำมันและโหมดการขับที่ยืดหยุ่น ช่วงราคา 799,900 บาทสำหรับรุ่น Starray EM-R MAX ทำให้เทคโนโลยีแบบ REEV อยู่ในระยะเอื้อมของคนที่เคยมองแต่ SUV เครื่องยนต์ล้วน อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ไร้ข้อแลกเลย อัตราสิ้นเปลืองในโหมดเน้นชาร์จแบตด้วยเครื่องยนต์ไม่ประหยัดเท่าโหมด EV และยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางไฟฟ้าล้วนเมื่อใช้ความเร็วสูง แต่ถ้ามองว่าเป็นสะพานเชื่อมจากรถน้ำมันไปสู่โลก EV นี่คันหนึ่งที่ควรลองขับอย่างยิ่ง

หัวข้อตัวเลขสำคัญหมายเหตุ
กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า160 กิโลวัตต์ 218 แรงม้าขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ PMSM
แรงบิดสูงสุด262 นิวตันเมตรส่งกำลังต่อเนื่องไม่มีจังหวะเปลี่ยนเกียร์
ความจุแบตเตอรี่18.4 kWhแบตเตอรี่ LFP รองรับ DC 30 kW
ราคาเปิดตัวรุ่น MAX799,900 บาทSUV REEV งบไม่ถึง 8 แสน
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.เฉลี่ย 8.06 วินาทีค่าเฉลี่ยจากหลายรอบทดสอบ
อัตราสิ้นเปลืองสูงสุดที่ทดสอบได้40.25 กม./ลิตรเมื่อแบตเต็ม 100% วิ่ง 110 กม./ชม.
รีวิวสมรรถนะ Geely Starray EM-R REEV ทดสอบทุกโหมดการขับ

เทคโนโลยี REEV และโหมดการขับ: EV Hybrid Power

หัวใจของ Geely Starray EM-R คือระบบขับเคลื่อนแบบ REEV หรือ Range Extended Electric Vehicle ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับล้อ ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรทำหน้าที่หลักในการผลิตไฟส่งกลับไปเลี้ยงระบบและชาร์จแบตเตอรี่ ชุดระบบส่งกำลังทั้งมอเตอร์ เครื่องยนต์ และระบบแบตเตอรี่ถูกออกแบบแบบ 11 in 1 ทำให้การส่งกำลังและการสร้างไฟฟ้าต่อเนื่อง และยังสามารถซ่อมเป็นชิ้นส่วน ไม่ต้องเปลี่ยนยกชุดทั้งหมด

โหมด EV คือโหมดที่ใกล้เคียงรถไฟฟ้าล้วนที่สุด การขับให้ความรู้สึกเงียบและนุ่มนวล เหมาะกับในเมืองหรือระยะสั้น ผู้ทดสอบพบว่าสามารถแล่นได้ราว 94 กิโลเมตรในสภาพจราจรจริงก่อนที่ระยะไฟฟ้าจะเหลือ 0 แต่แบตเตอรี่จริงยังมีราว 25% เหลืออยู่ โหมด Hybrid หรือโหมดอัตโนมัติปล่อยให้รถจัดสรรการใช้ไฟและน้ำมันเอง ใช้ง่ายที่สุด เพราะระบบจะดูทั้งระดับแบต ความเร็ว ลักษณะถนนและน้ำหนักเท้าคันเร่งเพื่อสลับการทำงานของมอเตอร์กับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนผ่านถือว่าลื่น เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นเมื่อกดคันเร่งลึกแต่ไม่มีอาการสะดุดจากการเปลี่ยนเกียร์แบบรถเบนซินทั่วไป

Power Mode คือโหมดเน้นพละกำลังและการเร่งแซง ระบบจะสร้างไฟจากเครื่องยนต์และส่งไปยังมอเตอร์โดยตรงในสถานการณ์ที่ต้องการสมรรถนะ ทำให้การเรียกกำลังทันใจขึ้นเล็กน้อย เมื่อขับในโหมดนี้ต่อเนื่อง ระดับแบตจะค่อยๆ เพิ่ม แสดงว่าเครื่องยนต์กำลังชาร์จแบตไปด้วย แลกมากับอัตราสิ้นเปลืองที่แย่ลง ผู้ทดสอบพบว่าในโหมด Power ตัวเลขลดลงเหลือประมาณ 15.5 กม./ลิตรเมื่อใช้ต่อเนื่อง อย่างหนึ่งที่โดดเด่นคือระบบ V2V และ V2L จ่ายไฟออกภายนอกได้สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ เทียบเท่าการชาร์จแบบ AC พร้อมโหมด Camping และโหมดพักผ่อนที่ออกแบบให้ใช้รถเป็นที่พักพร้อมไฟฟ้าในตัว

รีวิวสมรรถนะ Geely Starray EM-R REEV ทดสอบทุกโหมดการขับ

สมรรถนะการเร่งและการใช้เชื้อเพลิง: ทดสอบจริงทุกโหมด

มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าของ Geely Starray EM-R ให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ หรือ 218 แรงม้า แรงบิด 262 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 18.4 kWh รองรับการชาร์จ AC 6.6 kW และ DC สูงสุด 30 kW การทดสอบอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในโหมด Comfort เกียร์ D ทำได้โดยเฉลี่ย 8.06 วินาที และอัตราเร่ง 80–120 กม./ชม. อยู่ที่เฉลี่ย 5.81 วินาที ซึ่งแทบไม่ต่างจากโหมด Sport แสดงให้เห็นว่าแรงม้าทั้ง 218 แรงม้าถูกดึงออกมาใกล้เต็มตั้งแต่โหมดพื้นฐาน

ในแง่อัตราสิ้นเปลือง เมื่อเริ่มต้นด้วยแบตเตอรี่เต็ม 100% ขับที่ความเร็วคงที่ 110 กม./ชม. เปิดแอร์ นั่ง 2 คน ระยะทาง 93.8 กม. เติมน้ำมันเพียง 2.33 ลิตร ทำให้ได้ตัวเลขเฉลี่ย 40.25 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีมากสำหรับ SUV ขนาดนี้ เมื่อแบตเหลือเพียง 25% และรถยังคงวิ่งความเร็วเฉลี่ยใกล้เคียงเดิมระยะทาง 93.9 กม. รถต้องใช้น้ำมัน 6.40 ลิตร ทำให้อัตราสิ้นเปลืองลดลงเหลือ 14.67 กม./ลิตร คำพูดที่น่าจดจำคือ “อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้เฉลี่ย 40.25 กม./ลิตร เมื่อแบตเตอรี่เต็ม 100% และความเร็วเฉลี่ย 110 กม./ชม.” ซึ่งสะท้อนว่าความประหยัดขึ้นอยู่กับการชาร์จไฟก่อนใช้เป็นสำคัญ

สำหรับระยะวิ่ง REEV ด้วยไฟฟ้าล้วนในโหมด EV ที่ความเร็วเฉลี่ย 110 กม./ชม. เปิดแอร์ นั่ง 2 คน รถทำได้ 66.8 กม. ก่อนที่แบตจะลดลงเหลือ 25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่อนุญาตให้วิ่งไฟฟ้าล้วน นั่นหมายความว่าในการใช้ความเร็วทางไกล ระยะไฟฟ้าล้วนจะสั้นกว่าตัวเลข NEDC ที่ประกาศไว้ แต่ก็ยังเพียงพอให้คนขับที่วิ่งทางด่วนประจำประหยัดน้ำมันได้มากหากชาร์จทุกวัน ในโหมด Hybrid ทั่วไปผู้ทดสอบพบว่าอัตราสิ้นเปลืองอยู่ราว 17 กม./ลิตร โดยระดับแบตไม่เพิ่มขึ้นแต่คงที่ ถือเป็นตัวเลขกลางๆ ไม่เด่นสุดแต่ก็ไม่แย่เมื่อเทียบกับ SUV เบนซินขนาดใกล้เคียงกัน

ประสบการณ์ใช้งานจริงและข้อดีข้อเสีย

การขับในโหมด EV ให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ทั้งความเงียบ การออกตัวที่ลื่น และการเร่งที่ต่อเนื่อง ผู้โดยสารจะได้ยินเพียงเสียงยางและเสียงลมตามความเร็ว ทำให้การใช้งานในเมืองและในหมู่บ้านผ่อนคลายมาก ช่วงล่างถูกจูนมาแนวนุ่ม เน้นซับแรงสะเทือนมากกว่าความสปอร์ต จึงเหมาะกับการเป็น SUV ครอบครัวที่เดินทางทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว ระบบโหมดพักผ่อนและ Camping เสริมให้รถคันนี้เป็นได้ทั้งพาหนะและพื้นที่พักชั่วคราวเมื่อเดินทางไกลหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยยังมีไฟใช้ผ่านระบบ V2L ที่จ่ายไฟออกภายนอกได้

ข้อดี

  • การตอบสนองแบบรถไฟฟ้าเต็มๆ แต่ยังเติมน้ำมันได้ เหมาะกับคนที่อยากลอง REEV รถไฟฟ้าแต่ยังไม่มั่นใจโครงสร้างชาร์จ
  • อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. เฉลี่ย 8.06 วินาที และ 80–120 กม./ชม. 5.81 วินาที ทำให้การแซงและขึ้นทางชันมั่นใจ
  • อัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 40.25 กม./ลิตร เมื่อชาร์จไฟเต็มก่อนวิ่งทางไกล แสดงศักยภาพความประหยัดของระบบ REEV ได้ชัดเจน
  • ช่วงล่างเน้นนุ่ม นั่งสบาย เหมาะกับผู้โดยสารในครอบครัวและการใช้ในเมืองเป็นหลัก
  • ราคาช่วงเปิดตัว 799,900 บาท ทำให้ได้ทั้งเทคโนโลยี REEV และอุปกรณ์ใช้งานจริงครบในงบไม่ถึง 8 แสน

ข้อเสีย

  • อัตราสิ้นเปลืองในโหมด Power อยู่ราว 15.5 กม./ลิตร และจะลดลงหากใช้โหมดนี้บ่อย ทำให้คนเท้าหนักต้องทำใจกับค่าน้ำมัน
  • เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนที่ความเร็ว 110 กม./ชม. ระยะทางทำได้เพียง 66.8 กม. ก่อนแบตเหลือ 25% จึงไม่เหมาะกับใครที่หวังวิ่งไกลด้วยไฟฟ้าล้วน
  • โหมด Camping ต้องใช้ระดับแบตอย่างน้อย 25% ทำให้ต้องวางแผนการชาร์จหรือใช้โหมด Power ล่วงหน้า ไม่เหมาะกับคนไม่ชอบวางแผน

โดยรวม Geely Starray EM-R MAX เหมาะกับคนที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลก REEV รถไฟฟ้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ความสำคัญกับความประหยัดและความเงียบในชีวิตประจำวัน แต่ยังอยากมีความสะดวกจากการเติมน้ำมันและไม่ต้องกังวลสถานีชาร์จเมื่อเดินทางไกล ด้วยราคาไม่ถึง 8 แสนบาท รถคันนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ควรนำไปทดลองขับและเปรียบเทียบกับคู่แข่งก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะคนที่กำลังมองหา SUV ขนาดใช้งานได้จริง มีพละกำลังเพียงพอและช่วงล่างนั่งสบาย

Buy if / Skip if

  • Buy the Geely Starray EM-R if คุณต้องการสัมผัสการขับแบบรถไฟฟ้า แต่ยังอยากมีเครื่องยนต์ช่วยผลิตไฟเพื่อความอุ่นใจเวลาเดินทางไกล
  • Skip the Geely Starray EM-R if คุณต้องการวิ่งไฟฟ้าล้วนทางไกลต่อเนื่องเกิน 100 กิโลเมตรด้วยความเร็วสูง เพราะระยะวิ่ง EV ที่ 110 กม./ชม. ทำได้เพียง 66.8 กม.
  • Buy the Geely Starray EM-R if คุณมองหา SUV ครอบครัวช่วงล่างนุ่ม นั่งสบาย ใช้ในเมืองเป็นหลักแต่ต้องไปต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว
  • Skip the Geely Starray EM-R if คุณชอบขับแบบเท้าหนักใช้โหมด Power บ่อย เพราะอัตราสิ้นเปลืองจะลดลงเหลือราว 15 กม./ลิตรและค่าน้ำมันจะเพิ่มขึ้น
  • Buy the Geely Starray EM-R if คุณต้องการ REEV รถไฟฟ้าในงบไม่ถึง 8 แสนบาท และให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายรวมทั้งค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาระยะยาว
  • Skip the Geely Starray EM-R if คุณต้องการความสปอร์ตจัดๆ ทั้งช่วงล่างและการตอบสนองคันเร่ง เพราะการจูนของรุ่นนี้เน้นนุ่มนวลมากกว่าความคม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!