ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ใช้ Echo เป็น smart home hub ตั้งค่าเองได้ไม่ต้องซื้อกล่องเพิ่ม

ใช้ Echo เป็น smart home hub ตั้งค่าเองได้ไม่ต้องซื้อกล่องเพิ่ม
ความสนใจ|สมาร์ทโฮม

smart home hub คืออะไร และ Echo ช่วยให้เริ่มง่ายขึ้น

smart home hub คืออุปกรณ์หรือฟังก์ชันกลางที่เชื่อมต่อหลอดไฟ สวิตช์ กลอนประตู และเซ็นเซอร์ต่างๆ เข้ากับเครือข่าย เพื่อให้เราสามารถควบคุมจากแอปมือถือหรือสั่งงานด้วยเสียงได้ในที่เดียว รวมการสื่อสารของอุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐานไร้สายอย่าง Zigbee เข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตในบ้าน ช่วยให้บ้านอัจฉริยะทำงานอัตโนมัติ จัดการพลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยได้โดยไม่ซับซ้อน หลายคนคิดว่าต้องซื้อ smart home hub เพิ่มก่อนถึงจะเริ่มทำ smart home ได้ ทั้งที่จริงแล้ว Echo หลายรุ่นมีความสามารถ smart home hub setup ติดมาอยู่แล้ว ตัว Echo ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหรือ coordinator ส่งคำสั่งจากแอป Alexa หรือเสียงของเราไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ เช่นหลอดไฟหรือล็อกประตูที่ใช้ Zigbee ซึ่งใช้พลังงานต่ำและเราเตอร์ WiFi รับสัญญาณไม่ได้นั่นเอง ถ้าเข้าใจตรงนี้ เราจะเริ่มบ้านอัจฉริยะได้ในงบจำกัด และไม่ต้องเพิ่มกล่องหรือลงแอปใหม่ให้ยุ่งยาก

ใช้ Echo เป็น smart home hub ตั้งค่าเองได้ไม่ต้องซื้อกล่องเพิ่ม

Echo รุ่นไหนเป็น hub ได้ และข้อควรรู้ก่อนเริ่ม

สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ Echo ทุกตัวไม่ได้เป็น smart home hub เหมือนกัน Amazon ใส่ตัวรับส่ง Zigbee หรือที่เรียกว่า Zigbee coordinator ไว้เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น เช่น Echo รุ่นที่ 4 Echo Dot Max Echo Hub Echo Plus รุ่นที่สอง รวมถึง Echo Show 8 10 11 15 และ 21 บางรุ่น และ Echo Studio รุ่นใหม่ ส่วน Echo Dot รุ่นมาตรฐานทั่วไปไม่มีชิป Zigbee ภายใน ถึงจะควบคุมอุปกรณ์ที่รองรับ Matter ผ่าน WiFi และตอบคำสั่งเสียงได้ทั้งวัน แต่ถ้าอุปกรณ์ของคุณใช้ Zigbee อย่างสวิตช์หรือล็อกประตูบนกล่องเขียนว่าต้องใช้ hub Echo Dot ธรรมดาจะเชื่อมตรงไม่ได้ ก่อนซื้อ smart home hub เพิ่ม ควรตรวจสอบ Echo ที่มีอยู่ก่อน "สองนาทีในการเช็ค Echo ช่วยให้คุณไม่ต้องซื้อกล่องที่ไม่จำเป็น" ผู้ใช้สามารถดูชื่อรุ่นและเจเนอเรชันบนหน้าสินค้าในบัญชี หรือประวัติการสั่งซื้อ แล้วเทียบกับหน้ารายการ Echo ที่รองรับ Zigbee ของผู้ผลิต การเช็คให้ถูกต้องคือด่านแรกที่ช่วยหลีกเลี่ยงการเสียเงินกับ hub แยกที่ไม่ได้จำเป็น

ขั้นตอนตั้งค่า smart home hub setup บน Echo แบบทีละก้าว

ถ้าตรวจแล้ว Echo ของคุณเป็นรุ่นที่มี Zigbee hub อยู่ในตัว แปลว่าคุณสามารถเชื่อมหลอดไฟ สวิตช์ และล็อกประตู Zigbee กับ Alexa โดยไม่ต้องซื้อ hub เพิ่ม การตั้งค่าจริงไม่ได้ยาก แต่มีจุดเล็กๆ ที่ต้องระวัง เช่นการรีเซ็ตหลอดไฟที่เคยจับคู่กับ bridge มาก่อน และการวาง Echo ให้ใกล้กับอุปกรณ์ในช่วงเริ่มจับคู่ เพื่อให้สัญญาณนิ่งและเร็ว ลองทำตามขั้นตอนแบบเพื่อนสอนเพื่อนด้านล่างนี้ คุณจะได้ระบบ remote control lighting ที่เปิดปิดไฟทั้งบ้านด้วยเสียงและแอปในไม่กี่นาที

  1. เช็คให้แน่ใจว่า Echo ของคุณเป็นรุ่นที่มี Zigbee hub โดยดูชื่อรุ่นและเจเนอเรชันจากหน้าสินค้าหรือประวัติการสั่งซื้อ แล้วเทียบกับหน้ารายการ Echo ที่รองรับ Zigbee ของผู้ผลิต ขั้นนี้ช่วยให้ไม่ไปพึ่ง hub แยกโดยไม่จำเป็น
  2. เตรียมอุปกรณ์ Zigbee เช่นหลอดไฟหรือสวิตช์ให้พร้อมติดตั้ง ถ้าเคยจับคู่กับ bridge หรือ hub อื่นมาก่อน ให้ทำการ factory reset เพื่อเคลียร์ข้อมูลเดิมก่อนเชื่อมกับ Echo
  3. ติดตั้งหลอดไฟหรือสวิตช์ให้เรียบร้อย เปิดไฟหรือจ่ายไฟให้อุปกรณ์อยู่ในสถานะพร้อมจับคู่ แล้ววาง Echo ให้ใกล้กับอุปกรณ์ในระยะที่มองเห็นกัน เพื่อให้การค้นหาอุปกรณ์ครั้งแรกเสถียร
  4. เปิดแอป Alexa แล้วเลือกคำสั่งค้นหาอุปกรณ์ใหม่ หรือพูดกับ Echo ให้ช่วยค้นหา เมื่อค้นเสร็จ อุปกรณ์จะปรากฏในรายการเดียวกับกล้องและเทอร์โมสแตตที่มีอยู่แล้ว
  5. จัดกลุ่มอุปกรณ์ เช่นสร้างกลุ่มสำหรับห้องใต้ดินหรือห้องนั่งเล่น แล้วเพิ่มหลอดไฟหรือสวิตช์เข้าไป จากนั้นตั้ง routines ให้เปิดไฟตอนเช้าและปิดตอนสั่ง goodnight เพื่อให้การควบคุมทั้งบ้านทำงานอัตโนมัติในคำสั่งเดียว

เมื่อทำครบทั้งห้าขั้นตอน ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟและสวิตช์ใหม่จะปรากฏในแอปในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที อยู่ในหน้าเดียวกับอุปกรณ์เดิมอย่างกล้องและเทอร์โมสแตต เมื่อเพิ่มเข้ากลุ่มและ routine แล้ว ระบบจะเปิดไฟทั้งบ้านพร้อมกันตอนเช้า และปิดไฟเมื่อคุณสั่งคำสั่ง goodnight ชีวิตประจำวันจึงสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องซื้อ hub ใหม่ และทุกอย่างยังอยู่ในแอปเดียวที่คุ้นเคย

ข้อดี ข้อจำกัด และกับดักที่คนเริ่ม smart home มักพลาด

การใช้ Echo device hub ที่มี Zigbee ในตัวมีข้อดีชัดเจน คือคุณไม่ต้องเพิ่มกล่องบนเครือข่าย ไม่ต้องลงแอปใหม่ และไม่ต้องสร้างบัญชีเพิ่ม การยกเลิกการสั่งซื้อ hub แยกช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดเงิน และยังทำให้ห้องใหม่อย่างห้องใต้ดินอยู่ในแอปเดียวกับส่วนอื่นของบ้าน เมื่อมีสวิตช์ Zigbee เพิ่ม ก็เชื่อมเข้าเครือข่ายที่ Echo ดูแลได้เลย ช่วยให้การทำ Google Home automation หรือระบบอัตโนมัติอื่นที่เชื่อมต่อกับ Alexa ทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การจับคู่หลอดไฟ Zigbee ตรงกับ Alexa โดยไม่ผ่าน bridge มีข้อแลกเปลี่ยน คุณจะเสียฟีเจอร์เฉพาะบางอย่าง เช่นฉากไฟสำเร็จรูป โซนบันเทิงที่ซิงก์สีไฟกับทีวี หรือการอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่าน bridge ถ้าเน้นเล่นไฟสีสันจัด เครื่องเล่นในห้องนั่งเล่นอาจยังควรอยู่บน bridge แต่สำหรับหลอดไฟห้องใต้ดินที่ต้องการแค่เปิด ปิด หรี่แสง ความเรียบง่ายจากการใช้ Echo เป็น hub ถือว่าคุ้ม

ข้อดีของการใช้ Echo เป็น hub

  • ไม่ต้องซื้อ smart home hub เพิ่ม ประหยัดค่าอุปกรณ์และลดจำนวนกล่องบนเครือข่าย
  • ใช้แอปเดียวจัดการทุกอย่าง รวมไฟ กล้อง เทอร์โมสแตต และสวิตช์ ทำให้ใช้งานง่ายและลดความสับสน
  • ตั้ง routine เพื่อจัดการพลังงาน เช่นเปิดไฟตอนเช้า ปิดไฟตอนกลางคืน โดยไม่ต้องมี hub แยก
  • อุปกรณ์ Zigbee ที่ต่อไฟบ้านจะช่วยทวนสัญญาณ ทำให้ครอบคลุมพื้นที่อย่างห้องใต้ดินที่มีคอนกรีตและท่อโลหะได้ดีขึ้น

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

  • Echo ไม่รองรับ Z-Wave ทำให้ระบบอย่างสัญญาณกันขโมยหรือเซ็นเซอร์บางแบบยังต้องใช้ hub ที่รองรับ Z-Wave เช่นระบบสัญญาณเตือนบางยี่ห้อ
  • การจับคู่ตรงกับ Alexa ทำให้เสียฟีเจอร์เฉพาะของ bridge เช่นฉากไฟและโหมดบันเทิงสำหรับหลอดไฟบางแบรนด์
  • ถ้าไม่รีเซ็ตหลอดไฟที่เคยจับคู่กับ bridge ก่อน อาจทำให้จับคู่กับ Echo ไม่สำเร็จหรือแสดงผิดพลาด
  • Echo Dot รุ่นมาตรฐานไม่มี Zigbee ชิป ถ้าไม่เช็คให้ดีอาจวางแผน smart home hub setup ผิดและต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มภายหลัง

สรุป ทำ smart home แบบประหยัด พึ่งสิ่งที่มีอยู่ให้เต็มความสามารถ

เมื่อมองภาพรวมแล้ว การใช้ Echo ที่มีความสามารถ hub ในตัวถือเป็นทางลัดสู่บ้านอัจฉริยะที่ทั้งประหยัดและจัดการง่าย คุณได้ remote control lighting ควบคุมสวิตช์และล็อกประตูจากระยะไกล จัดกลุ่มห้อง และสร้าง routines เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน โดยไม่ต้องเดินไปเปิดสวิตช์ทีละตัว หรือจ่ายเพิ่มให้กับกล่อง hub ที่อาจไม่จำเป็น ข้อควรจำสำหรับเพื่อนที่กำลังเริ่มคือ ตรวจรุ่น Echo ให้แน่ชัด รีเซ็ตอุปกรณ์ที่เคยจับคู่มาก่อน และยอมรับว่าบางฟีเจอร์ขั้นสูงของระบบไฟหรืออุปกรณ์ Z-Wave อาจยังต้องพึ่งแพลตฟอร์มเฉพาะ แต่สำหรับหลายบ้าน การให้ Echo เป็นหัวใจของ smart home ก็เพียงพอและคุ้มค่าแล้ว เมื่อเราใช้สิ่งที่มีอยู่ได้เต็มที่ เราจะพบว่าบ้านอัจฉริยะไม่ได้ห่างไกลหรือแพงอย่างที่เคยคิด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!