ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง
ความสนใจ|การพูดคุยเกี่ยวกับสูตรอาหาร

รสรากเหง้าไม่ใช่แค่เทศกาลกิน แต่คือคำเชิญให้เดินทางไปหาต้นตอรสชาติ

รสรากเหง้า เส้นทางแห่งรสและเรื่องเล่า คือเทศกาลอาหารท้องถิ่นที่ออกแบบให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุดิบหายาก เมนูประจำจังหวัด และภูมิปัญญาอาหารเป็นยา ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมที่ตั้งใจให้การชิมในงานกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางท่องเที่ยววัฒนธรรมสู่ชุมชนต้นทางของแต่ละจานอาหาร แก่นของงานนี้จึงไม่ใช่การตั้งบูธขายของชั่วคราว แต่คือการประกาศว่ารสชาติที่ดีต้องมีราก และรากของอาหารท้องถิ่นคือผู้คน สภาพแวดล้อม และความทรงจำในพื้นที่ เมื่อไทยรัฐกรุ๊ปจับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเทศกาลอาหารและวัฒนธรรม รสรากเหง้า เส้นทางแห่งรสและเรื่องเล่า ภายใต้แนวคิด Taste Journey Starter พวกเขากำลังบอกเราว่า การจะเข้าใจอาหาร ต้องยอมเดินย้อนกลับไปหาต้นทาง ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปแล้วเดินผ่านไป ที่สำคัญ งานนี้วางตัวเองอย่างชัดว่าเป็นประตูสู่การเดินทาง ไม่ใช่ปลายทางของประสบการณ์ ผู้จัดระบุว่าตั้งใจให้งานเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ร่วมงานออกเดินทางตามรอยร้านอาหารและแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและสร้างการเชื่อมต่อระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภคโดยตรง นี่คือมุมที่ทำให้เทศกาลอาหารท้องถิ่นครั้งนี้สำคัญกว่าการรวมร้านดังมาอยู่ในห้าง

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง

จากข้าวซอยถึงน้ำสามรส ทุกจานคือประตูสู่ท่องเที่ยววัฒนธรรม

พลังของเทศกาลอาหารท้องถิ่นครั้งนี้คือการย่อระยะทางทั้งประเทศให้เดินไม่กี่ก้าว แล้วใช้รสชาติพาเราย้อนกลับไปยังจังหวัดต้นทาง ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่ามจากเชียงใหม่ ข้าวยำจากปัตตานี เกี๊ยวปลาจากท่าฉลอม สมุทรสาคร อาหารอีสานจากนครราชสีมา และน้ำสามรสจากเพชรบุรีที่ขึ้นทะเบียนสินค้า GI มารวมตัวกันที่ EM Market ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น. โดยปรกติเราต้องใช้เวลาเดินทางหลายวันเพื่อกินครบทุกจาน แต่ในงานนี้การเดินไม่กี่ก้าวทำหน้าที่เป็นตัวอย่างว่า แต่ละเมนูประจำจังหวัดคือจุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรมที่รอการไปเยือน ซึ่งจะมีคุณค่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ต่อเมื่อเราเดินทางไปสัมผัสภูมิประเทศ ผู้คน และเรื่องเล่าหน้างานจริง การมีโซนรวมร้านดังจาก 5 ภูมิภาค ทั้งร้านในตำนานและร้านที่ได้ขึ้นป้าย Michelin Guide Bib Gourmand จึงไม่ใช่การอวดชื่อ แต่เป็นการสะท้อนว่าความหลากหลายทางภูมิภาคของอาหารท้องถิ่นกำลังกลายเป็นแผนที่ใหม่ของการเดินทางสำหรับคนที่อยากให้การกินของตัวเองมีความหมายมากกว่าคำว่าอร่อย

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง

นิทรรศการวัตถุดิบหายากและแนวคิดอาหารเป็นยา เปลี่ยนการกินให้เป็นการดูแลตัวเอง

จุดที่ทำให้ รสรากเหง้า แตกต่างจากเทศกาลอาหารทั่วไปคือการจัดนิทรรศการวัตถุดิบท้องถิ่นทรงคุณค่าและวัตถุดิบหายากในโซน Taste Journey Starter Exhibition Zone พร้อมนำเสนอแนวคิดอาหารเป็นยา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการกินเพื่อสุขภาพของไทย วัตถุดิบเหล่านี้ไม่ใช่ของแปลกสำหรับคนในชุมชน แต่กลับเสี่ยงเลือนหายจากจานของคนเมือง เพราะถูกแทนที่ด้วยเมนูและวัตถุดิบที่ปรุงง่ายและถูกทำให้เป็นมาตรฐานกลาง เมื่อจัดแสดงวัตถุดิบหายากคู่กับคำอธิบายด้านสรรพคุณและภูมิปัญญา การกินในงานจึงกลายเป็นกิจกรรมเรียนรู้ เราไม่ได้แค่รู้ว่าเมนูนั้นอร่อย แต่เริ่มถามว่าทำไมชุมชนถึงกินแบบนี้ในฤดูกาลนั้น ทำไมสมุนไพรชนิดหนึ่งจึงถูกใส่ลงไป และมันสะท้อนภูมิสภาพ ความเชื่อ และการรักษาโรคอย่างไร แนวคิดอาหารเป็นยาจึงเชื่อมให้คนกินเห็นว่า การกลับไปหาอาหารท้องถิ่นคือการกลับไปหาวิธีดูแลตัวเองแบบเนียนๆ ผ่านจานข้าว ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปแล้วลืมชื่อเมนู ในมุมของการท่องเที่ยววัฒนธรรม นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้การตามรอยเมนูประจำจังหวัดกลายเป็นการเปิดตำราสุขภาพฉบับชุมชน เมื่อเราออกเดินทางไปยังแหล่งวัตถุดิบต้นทาง เราจะได้เห็นว่าการปลูก การเก็บ และการปรุง ล้วนผูกกับธรรมชาติและจังหวะชีวิต ไม่ใช่แค่สูตรที่เขียนบนกระดาษ

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง

บูธท่องเที่ยวและตรา Thailand Best Local Food เชื่อมจานข้าวกับเวทีโลก

สิ่งที่น่าคิดในงาน รสรากเหง้า คือการที่บูธ Local Tourism Booth จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยเมนูประจำจังหวัดและแหล่งวัตถุดิบสำคัญทั่วประเทศ เพื่อให้คนที่มากินในงานออกเดินทางไปกินถึงที่ นี่คือการใช้เทศกาลอาหารท้องถิ่นเป็นสนามทดลอง ก่อนส่งต่อคนกินสู่การเดินทางจริงที่สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม มิติการเชื่อมโยงกับเวทีโลกเริ่มชัดเมื่อกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเปิดกิจกรรม Thai Local Food to World Food พร้อมตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food ภายใต้แนวคิด The Lost Taste: The Living Heritage โครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การค้นหาเมนูพื้นถิ่นที่หายไป แต่ยกระดับองค์ความรู้จากกว่า 231 เมนูใน 77 จังหวัดให้กลับมามีชีวิตผ่านร้านอาหาร การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามคำกล่าวของกระทรวงวัฒนธรรม โครงการ Thai Local Food to World Food เป็นตัวอย่างการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทยและผลักดันอัตลักษณ์อาหารสู่การยอมรับระดับนานาชาติ เมื่อเป็นเช่นนี้ เทศกาลอาหารอย่าง รสรากเหง้า จึงกลายเป็นเวทีหน้าบ้านที่เตรียมคนกินให้พร้อมรับต่อกับมาตรฐานใหม่อย่าง Thailand Best Local Food มากกว่าจะเป็นงานกินแล้วจบ

รสรากเหง้า เส้นทางอาหารท้องถิ่นที่ปลุกวัตถุดิบหายากให้กลายเป็นประสบการณ์เดินทาง

จากงานครั้งเดียวสู่เส้นทางยั่งยืน ถ้าเราไม่ออกเดินทางรสชาติจะกลับไปหายอีกครั้ง

คำถามสำคัญหลังเดินออกจากงาน รสรากเหง้า คือ เราจะปล่อยให้เทศกาลอาหารท้องถิ่นกลายเป็นภาพในโทรศัพท์ หรือจะใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางไปพบคนที่ทำให้รสชาติเหล่านั้นมีชีวิต เมื่อโครงการ Thailand Best Local Food เปิดรับผู้ประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วมการคัดเลือกกว่า 170 ร้าน ก่อนคัดเหลือ 5 ร้านต้นแบบด้วยเกณฑ์คุณค่ามรดก การตีความเมนู และความเป็นเลิศของร้าน แปลว่าระบบกำลังพยายามสร้างโครงสร้างรองรับให้รสชาติท้องถิ่นไม่กลับไปอยู่ในภาวะกำลังหายไปอีกครั้ง ในทางหนึ่ง เทศกาลอย่าง รสรากเหง้า ทำหน้าที่ปลุกความอยากรู้ ส่วนตรา Thailand Best Local Food และกิจกรรมอย่าง The Lost Taste Restaurant Month ในเดือนกันยายนก็เป็นสะพานให้เราก้าวไปกินถึงที่ สัมผัสชุมชน พูดคุยกับผู้ปรุง และเห็นว่าทุกจานคือมรดกที่มีชีวิต การจะให้เส้นทางอาหารท้องถิ่นเดินหน้าอย่างยั่งยืนจึงต้องอาศัยทั้งนโยบาย การตลาด และการตัดสินใจของคนกินที่พร้อมออกเดินทาง สุดท้าย รสรากเหง้า เส้นทางแห่งรสและเรื่องเล่า เตือนเราว่า วัตถุดิบหายากและเมนูประจำจังหวัดจะไม่มีวันกลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรมที่แท้จริง ถ้าเรายังคิดว่าการกินคือกิจกรรมแยกขาดจากการเดินทาง ในวันที่เทศกาลอาหารไม่ใช่แค่แหล่งชิม แต่เป็นแผนที่ให้เราออกไปพบรากเหง้า เราเองต่างหากที่ต้องตอบว่า จะเดินตามเส้นทางนั้นหรือไม่

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!