ประกันเจอกับจานสลัด นิยามใหม่ของการดูแลสุขภาพ
ความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างบริษัทประกันกับธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ คือรูปแบบพันธมิตรเชิงแบรนด์ที่นำความคุ้มครองด้านการเงินมาผูกกับการเลือกกินดี ออกกำลังกาย และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สิทธิประโยชน์ กิจกรรม และคอนเทนต์เป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ภาพใหญ่ที่กำลังก่อตัวคือ การขยับจากประกันแบบรอเคลมเมื่อป่วย ไปสู่โมเดลที่ให้รางวัลเมื่อเราดูแลตัวเอง การทำประกันสุขภาพเสริม ไม่ได้จบแค่กรมธรรม์หนา ๆ แต่เริ่มเชื่อมกับทางเลือกการใช้ชีวิตที่จับต้องได้ ตั้งแต่เมนูสลัดไปจนถึงโปรแกรมวางแผนการเงินเพื่อชีวิตยืนยาว แนวโน้มสังคมอายุยืนทำให้บริษัทประกันต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคตมากขึ้น และการจับมือกับธุรกิจสุขภาพคือคำตอบที่เริ่มเห็นรูปธรรมแล้ว
จากกรมธรรม์สู่จานอาหาร ความร่วมมือที่เริ่มมองเห็นรูปธรรม
ตัวอย่างชัดเจนของความร่วมมือด้านสุขภาพคือแคมเปญระหว่างเมืองไทยประกันชีวิตกับ Jones’ Salad ที่ใช้คอนเทนต์และกิจกรรมเพื่อสุขภาพร่วมกัน พร้อมเปิดตัวเมนูสุขภาพใหม่ตลอดแคมเปญเพื่อชวนคนมากินดีและสนใจประกันควบคู่กันไป นี่คือภาพของแบรนด์ประกันที่ไม่ได้ยืนอยู่เฉพาะหน้าเคาน์เตอร์ขายกรมธรรม์ แต่เข้าไปอยู่ในช่วงเวลามื้ออาหารประจำวัน
ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทประกันรายใหญ่ก็เริ่มจับมือสถาบันการเงินจัดงานเสวนาเรื่องการวางแผนการเงินและชีวิต เพื่อให้ลูกค้ามองเป้าหมายความมั่งคั่งพร้อมคุณภาพสุขภาพไปพร้อมกัน โมเดลนี้สะท้อนว่า ประกันสุขภาพเสริมกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจชีวิตดี ที่มีทั้งความรู้ กิจกรรม และตัวเลือกกินดีอยู่ดี ไม่ใช่แค่การเคลมค่ารักษายามป่วย

ผลิตภัณฑ์ประกันยุคใหม่ ผูกเงินออมกับการดูแลสุขภาพ
เมื่อมองลึกเข้าไปในผลิตภัณฑ์ จะเห็นทิศทางเดียวกันคือการรวมการออม การคุ้มครองชีวิต และสุขภาพไว้ในกรอบเดียว กรุงเทพประกันชีวิตออกแบบประกันสะสมทรัพย์ใหม่อย่าง บีแอลเอ เซฟวิ่ง 168 และ บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168 เพื่อเป็นทางเลือกให้คนที่ต้องการวางแผนการเงินอย่างมั่นคงพร้อมดูแลสุขภาพในกรมธรรม์เดียว ชำระเบี้ย 8 ปี คุ้มครอง 16 ปี รับเงินคืนปีละ 8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมเงินก้อนเมื่อครบสัญญารวมผลประโยชน์สูงถึง 928 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
จุดสำคัญคือไม่ใช่แค่ผลตอบแทนทางการเงิน แต่ยังใส่ความคุ้มครองเมื่อต้องเจอโรคร้ายแรงและช่วงเจ็บป่วยระยะสุดท้าย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาและดูแลคุณภาพชีวิต ในมุมผู้ใช้ นี่คือประกันสุขภาพเสริมที่ไม่ได้ให้เงินก้อนแยกจากชีวิตประจำวัน แต่ผูกกับการวางแผนชีวิตยาว ๆ ทั้งเรื่องการออม ภาษี และสุขภาพในแพ็กเดียว

ทำไมบริษัทประกันเริ่มหันมาให้รางวัลคนดูแลตัวเอง
หัวใจของการจับมือระหว่างบริษัทประกันกับแบรนด์อาหารสุขภาพคือการลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ถ้าลูกค้ากินดี มีวินัยเรื่องสุขภาพ ความเสี่ยงโรคหนักก็ลดลง ค่าเคลมระยะยาวของบริษัทประกันก็เบาลงเช่นกัน บริษัทหนึ่งถึงกับชี้ว่าแนวโน้มสังคมอายุยืนทำให้ต้องมองการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันความเสี่ยงในอนาคตเพิ่มมากขึ้น เมื่อคนมีอายุยืนขึ้น การรอจ่ายค่ารักษาอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องช่วยกันจัดการพฤติกรรมก่อนป่วย
ในภาพรวม เราเริ่มเห็นตั้งแต่ประกันสุขภาพเสริมรูปแบบใหม่ที่เพิ่มความคุ้มครองโรคมะเร็งวงเงินหลายล้านสำหรับผู้เอาประกันอายุ 40 ปี ไปจนถึงงานเสวนาที่ผูกเรื่องประกันกับการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้บอกชัดว่า บริษัทประกันกำลังสร้างระบบรางวัลให้คนที่ดูแลตัวเองดีกว่าเดิม เพราะสุขภาพดีคือดีลที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

มุมมองต่ออนาคต: ลูกค้าควรเลือกอย่างไรในยุคประกันคู่ไลฟ์สไตล์
เมื่อประกันสุขภาพเสริมเริ่มผูกกับไลฟ์สไตล์และแบรนด์อาหารสุขภาพ ผู้ซื้อไม่ควรดูแค่ของแถมหรือแคมเปญ แต่ต้องย้อนถามตัวเองว่า โปรแกรมไหนช่วยให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมได้จริง เช่น มีคอนเทนต์สุขภาพที่ปฏิบัติได้ มีเครือข่ายพันธมิตรที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และโครงสร้างความคุ้มครองตอบโจทย์โรคที่กังวล
โมเดลใหม่ที่เชื่อมประกัน การออม และพฤติกรรมสุขภาพมีศักยภาพจะกลายเป็นโปรแกรมสุขภาพป้องกันที่ทรงพลัง แต่จะเวิร์กก็ต่อเมื่อบริษัทประกันมองลูกค้าเป็นคนคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่กรมธรรม์ และลูกค้าเองใช้สิทธิและกิจกรรมสุขภาพเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ หากเลือกรายการความร่วมมือด้านสุขภาพที่เข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้ดี ประกันจะไม่ใช่แค่เกราะกันความเสี่ยง แต่กลายเป็นโค้ชส่วนตัวที่ช่วยให้เราแก่ไปอย่างมีคุณภาพมากขึ้น






