ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

ตลาดรถไฟฟ้า North America กำลังถูกคัดกรอง และ Tesla คือผู้ชนะรอบนี้

การกลับมายึดส่วนแบ่งตลาดของ Tesla ในตลาดรถไฟฟ้า North America คือปรากฏการณ์ที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเดิมแข่งขันกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ยอดขายจะชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้หลายค่ายต้องยกเลิกการผลิต EV หรือเลื่อนโครงการ ส่งผลให้ตลาดถูกคัดกรองเหลือผู้เล่นที่ทนแรงขาดทุนและความผันผวนได้เพียงไม่กี่ราย โดย Tesla กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่รักษาสเกลการผลิตและซอฟต์แวร์ได้ดีกว่าคู่แข่ง

Motor Intelligence ระบุว่า Tesla ขยับส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐขึ้นมาอยู่ที่ 52% ณ สิ้นเดือนสิงหาคม จาก 43% ในปีก่อนหน้า นั่นหมายความว่าในขณะที่ตลาดโดยรวมหดตัว Tesla กลับกินเค้กชิ้นใหญ่กว่าเดิม Tesla ไม่ได้ขายดีขึ้น แต่คู่แข่งหลายรายขายไม่ได้และถอนตัวจากรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ การฟื้นตัวของส่วนแบ่งตลาดครั้งนี้จึงสะท้อนการรวมศูนย์ ไม่ใช่การเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม

ในมุมมองเชิงความคิดเห็น การที่ผู้ชนะคือรายที่ขาดทุนช้ากว่าคนอื่น แปลว่าวัฏจักรแรกของรถไฟฟ้ากำลังปิดฉาก ผู้ผลิตที่คิดว่า EV คือทองคำทันทีโดยไม่รับภาระการลงทุนระยะยาว กำลังถูกตลาดลงโทษ

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ

ตัวเลขที่ไม่สวยของตลาด EV แต่สวยสำหรับส่วนแบ่งตลาด Tesla

หากดูแค่ส่วนแบ่งตลาด Tesla อาจเหมือนเป็นเรื่องราวความสำเร็จ แต่เมื่อเปิดตัวเลขยอดขายจริง ภาพที่เห็นคืออุตสาหกรรมทั้งระบบกำลังหายใจหอบ จากข้อมูลของ Cox Automotive ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในไตรมาสที่สองของปี 2026 ลดลง 20.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกันที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าลดลงมากกว่า 20% โดยไตรมาสแรกของปี 2026 ลดลง 27% และไตรมาสสี่ของปี 2025 ลดลงถึง 36% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ในฝั่ง Tesla เอง ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐอยู่ที่ 325,351 คันในปี 2026 ณ ตอนนี้ ลดลง 16% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ารวมลดลงถึง 30% ซึ่งหมายความว่า Tesla ก็ถดถอย แต่ตลาดทั้งก้อนตกแรงกว่า ทำให้ส่วนแบ่งตลาด Tesla เด้งกลับมามากกว่าครึ่ง

คำกล่าวที่ควรหยิบมาจำคือ "Tesla ฟื้นส่วนแบ่งตลาดไม่ใช่เพราะโตแรง แต่เพราะคู่แข่งหายไปเร็วกว่า" ตัวเลขเหล่านี้เตือนเราว่าบูมแรกของ EV จบแล้ว ช่วงต่อไปคือการคัดเหลือธุรกิจที่มีวินัยด้านต้นทุนและเทคโนโลยี

ระลอกการยกเลิกการผลิต EV: จาก Ioniq 6 ถึง Honda และ Volvo

ขณะที่ Tesla เพิ่มส่วนแบ่งตลาด ผู้เล่นรายอื่นกลับต้องรัดเข็มขัดและหันออกจากรถไฟฟ้าบางรุ่น รายงานหนึ่งรวบรวมรายชื่อโครงการรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปในสหรัฐ ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังตัดรุ่นที่ขายไม่ออกหรือไม่คุ้มทุน นี่ไม่ใช่การถอยจาก EV ทั้งหมด แต่เป็นการยอมรับว่าทรัพยากรจำกัดและต้องเลือกเดิมพันเฉพาะรุ่นที่มีโอกาสทำกำไร

ตัวอย่างชัดเจนคือ Hyundai ที่ยุติการผลิต Ioniq 6 รุ่นมาตรฐานในตลาดสหรัฐเพราะยอดขายไม่ถึงเป้า ในขณะที่ยังเดินหน้ากับ Ioniq 5 ที่ขายดีกว่า อีกด้านหนึ่ง KIA Niro EV ถูกยกเลิกการจำหน่ายในสหรัฐ แต่บริษัทยังเดินหน้าขายรุ่นไฮบริดต่อไป แสดงให้เห็นว่าค่ายรถกำลังขยับน้ำหนักกลับไปที่เทคโนโลยีผสมผสานซึ่งทำกำไรได้ง่ายกว่ารถไฟฟ้าล้วน

ในยุคที่ผู้ผลิตต้องเลือกระหว่างการรักษาฐานะทางการเงินกับการไล่ตามภาพลักษณ์อนาคต คนที่เสี่ยงเกินตัวด้วยไลน์ EV ยิบย่อยหลายรุ่นกำลังจ่ายค่าเรียนอย่างเจ็บปวด การยกเลิกการผลิต EV จึงเป็นสัญญาณว่าตลาดเข้าสู่โหมดความเป็นจริงมากกว่าความฝัน

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ

Tesla ก็หั่นรุ่นหรูของตัวเอง แล้วเอาไลน์ผลิตไปป้อนหุ่นยนต์

อย่าเข้าใจผิดว่า Tesla เป็นฝ่ายรุกอย่างเดียว แท้จริงแล้วบริษัทก็ถอยออกจากบางส่วนของตลาดรถหรูเช่นกัน Tesla ยืนยันว่าจะยุติการผลิต Model S หนึ่งในรุ่นสำคัญที่ปูทางให้แบรนด์เป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าในอเมริกา หลังจากยอดขายลดลงต่อเนื่อง และจะทยอยยุติการผลิต Model X รถ SUV ประตูปีกนกที่ผลิตยากมาก ตามแผน Tesla จะนำสายการผลิตที่เคยใช้สำหรับ Model S และ Model X ไปใช้ผลิตหุ่นยนต์ Optimus ซึ่งอยู่ในทิศทางใหม่ที่เน้นปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ

ในอีกด้านหนึ่ง Tesla ยังเน้นปรับปรุงรุ่นขายดีอย่าง Model 3 และ Model Y มากกว่าการสร้างรุ่นใหม่จากศูนย์ ในขณะที่โครงการใหม่อย่าง Cybercab และการคืนชีพของ Roadster ยังไม่พร้อมวางจำหน่ายให้ผู้บริโภค การตัดสินใจเหล่านี้คือการเลือกโฟกัสที่ซอฟต์แวร์ช่วยขับและแพลตฟอร์มที่มีสเกลอยู่แล้ว มากกว่าการวิ่งไล่ทุกเซกเมนต์เหมือนค่ายดั้งเดิม

ข้อสังเกตคือ Tesla ใช้จังหวะตลาดชะลอ เพื่อสับทรัพยากรไปยังธุรกิจที่อาจให้กำไรสูงกว่าในอนาคต เมื่อผู้เล่นรายอื่นยังยุ่งกับการปิดโครงการ EV ขาดทุน Tesla กลับวางหมากกับหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์ นี่คือความเสี่ยงขั้นใหม่ แต่ก็สะท้อนความมั่นใจว่าตัวเองจะไม่ถูกล็อกอยู่แค่คำว่า "ผู้ผลิตรถ"

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ

การรวมศูนย์ตลาด EV รอบใหม่ และสิ่งที่ผู้บริโภคควรอ่านระหว่างบรรทัด

การที่รถ EV หลายรุ่นถูกยกเลิก และอีกหลายโครงการเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด ไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตหันหลังให้พลังงานไฟฟ้า แต่มันแปลว่าตลาดเข้าช่วงคัดกรองรอบใหญ่ ผู้ผลิตอย่าง Volvo เลือกยุติการผลิตรุน EX30 ที่เคยถูกคาดหวังว่าราคาจับต้องง่าย และหันไปให้ความสำคัญกับ EX60 รถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่คาดว่าจะทำกำไรได้มากกว่า ผู้ผลิตคนอื่นก็ทำในแนวทางคล้ายกัน คือหดไลน์ EV ให้เหลือเซกเมนต์ที่สร้างรายได้จริง

อีกตัวอย่างของการมองการไกลคือการที่บางค่ายประกาศตารางจบรุ่นตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น BMW ที่ยืนยันว่ารถยนต์รุ่น i4 จะยุติการผลิตหลังปี 2026 ทำให้ผู้บริโภครู้ล่วงหน้าว่ารุ่นที่กำลังมองจะไม่อยู่ในตลาดระยะยาว การรู้ข้อมูลเช่นนี้สำคัญมาก เพราะผู้ใช้รถไฟฟ้าต้องคิดถึงบริการหลังการขายและเครือข่ายชาร์จในระยะยาว ไม่ใช่แค่โปรโมชันหน้าร้าน

ในภาพรวม ส่วนแบ่งตลาด Tesla ที่พุ่งขึ้นคือสัญญาณของการรวมศูนย์ ไม่ใช่กระแส EV บูมรอบใหม่ ผู้บริโภคที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้าควรอ่านระหว่างบรรทัดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดอาจเหลือผู้เล่นหลักไม่กี่ราย และชื่อ Tesla มีโอกาสจะยังอยู่กลางเวที ขณะที่หลายยี่ห้อที่เคยประกาศแผน EV อย่างสวยหรูอาจเงียบหายไป

Tesla กลับมายึดเกินครึ่ง ตลาดรถไฟฟ้า ขณะคู่แข่งถอยทัพ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!