ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

12 โชว์ธีม Freedom ดันดีไซเนอร์สู่เวทีแฟชั่นสากล

12 โชว์ธีม Freedom ดันดีไซเนอร์สู่เวทีแฟชั่นสากล
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

ELLE Fashion Week 2026 คืออะไร และทำไมธีม Freedom จึงสำคัญ

ELLE Fashion Week 2026 at ICONSIAM คือเทศกาลแฟชั่นขนาดใหญ่ที่รวบรวมงานออกแบบจากดีไซเนอร์แบรนด์ต่างๆ มานำเสนอผ่านรันเวย์และกิจกรรมสร้างประสบการณ์ เพื่อผลักดันวงการแฟชั่นให้เติบโตทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ การยอมรับตัวตนที่หลากหลาย และการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ โดยใช้พื้นที่ริมน้ำใจกลางเมืองเป็นเวทีเชื่อมผู้คน แบรนด์ และไอเดียเข้าด้วยกันในบรรยากาศแบบแฟชั่นโชว์ร่วมสมัย ปีนี้งานถูกออกแบบให้พูดเรื่องอิสระอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ธีมบนโปสเตอร์ แต่เป็นกรอบความคิดที่ชวนทุกคนตั้งคำถามกับขอบเขตเดิมๆ ของแฟชั่น ตั้งแต่เรื่องเพศ ฤดูกาล ไปจนถึงนิยามความงาม เหตุผลที่ธีม Freedom มีน้ำหนักมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าฟชั่นโชว์ไม่ได้เป็นเพียงการดูเสื้อผ้าใหม่ แต่เป็นการทบทวนว่าตัวเราอยากใช้แฟชั่นเล่าเรื่องอะไรบนร่างกายตัวเอง และพร้อมจะพาอุตสาหกรรมนี้ไปไกลแค่ไหนในเวทีสากล

12 โชว์ธีม Freedom ดันดีไซเนอร์สู่เวทีแฟชั่นสากล

ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค กลายเป็นเวทีแฟชั่นระดับตำนานอีกครั้ง

การกลับมาจัดงาน ELLE Fashion Week 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนว่าพื้นที่แห่งนี้ถูกวางบทบาทให้เป็น Global Experiential Destination ที่แฟชั่นคือหนึ่งในภาษาหลัก งานจริงจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคมนี้ และถูกมองว่าเป็นเวทีแฟชั่นระดับตำนานที่ทรงอิทธิพลที่สุดของไทยในยุคนี้ สิ่งที่น่าคิดคือ ความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มแฟชั่นกับปลายทางไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ ทำให้รันเวย์ไม่ถูกจำกัดอยู่ในห้องโชว์ปิดตายอีกต่อไป แต่เปิดให้คนเดินห้าง นักท่องเที่ยว และคนรักแฟชั่นได้สัมผัสอย่างเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การที่ผู้บริหารไอคอนสยามมองว่า Fashion Ecosystem จะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนเติบโตไปพร้อมกัน คือมุมมองที่ทำให้งานนี้มีน้ำหนักมากกว่าการจัดงานแฟชั่นหนึ่งครั้ง แล้วจบลงเมื่อไฟบนรันเวย์ดับ

เจาะแนวคิด Freedom ผ่าน 6 เสาหลักและโชว์ Free To Be

ธีม Freedom ในปีนี้ไม่ได้ใช้แบบกว้างๆ แต่ถูกแยกเป็น 6 เสาหลัก ได้แก่ Self-Expression, Fluidity, Unity, Diversity, Innovation และ Legacy ซึ่งแต่ละเสาเป็นคำถามให้ทั้งดีไซเนอร์และผู้ชมใช้ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตัวตนกับเสื้อผ้า วิสัยทัศน์ของผู้จัดงานชัดเจนว่าแพลตฟอร์มนี้ต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงานบนรันเวย์ หนึ่งในประโยคที่สะท้อนธีมได้ดีที่สุดคือคำกล่าวที่ว่า “แฟชั่นไม่มีรูปแบบเดียวที่ถูกต้อง และทุกคนควรมีอิสระที่จะนิยามตัวเองในแบบของตัวเอง” แก่นนี้ถูกแปลเป็นโชว์พิเศษ Free To Be by ELLE Presented by XPENG Thailand ซึ่งเล่าความหลากหลายของผู้คนในเมืองใหญ่ที่ต่างมีวิธีคิดและวิธีแสดงออกต่างกัน การเปิดโอกาสให้ผู้ชนะจากโครงการ Runway Model Search ได้เดินจริงบนเวที ยิ่งตอกย้ำว่า Freedom ในงานนี้หมายถึงการดึงคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอยู่บนรันเวย์ ให้ถูกมองเห็นในฐานะตัวแบบใหม่ของความงาม

12 โชว์ธีม Freedom ดันดีไซเนอร์สู่เวทีแฟชั่นสากล

12 โชว์จาก 17 แบรนด์ ดีไซเนอร์ไทยถูกผลักขึ้นเวทีสากล

บนรันเวย์ปีนี้จัดเต็ม 12 โชว์จาก 17 แบรนด์ดีไซเนอร์ ได้แก่ ANGELYS BALEK, ARCHIVE026, ASAVA, AURUM, BAAB, HEIDI’S SECRET Presented by Havaianas, HOOK’S Presented by O&B, ICONCRAFT, NICHP, TANDT Presented by Madame Fin และ WACAY พร้อมโชว์พิเศษจาก ELLE Thailand ที่รวม 6 แบรนด์อย่าง 37C Degrees Celsius, ANURUQ, ISSUE, Kloset, Painkiller Atelier และ Sretsis การที่ดีไซเนอร์ไทยถูกนำเสนอผ่าน ICONCRAFT ภายใต้แนวคิด Thai Craft Wisdom สู่บทใหม่ของแฟชั่นร่วมสมัย แสดงให้เห็นว่าความเป็นงานฝีมือพื้นถิ่นไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ถูกตีความใหม่ให้มีที่ยืนบนเวทีนานาชาติ ผู้บริหารไอคอนสยามย้ำชัดว่าอีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลผ่านการแสดงแฟชั่นโชว์ของ ICONCRAFT นี่คือจุดที่ ELLE Fashion Week เปลี่ยนจากอีเวนต์ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มเชื่อม Designers, Talents, Creatives, Brands, Media และผู้ชมเข้าด้วยกันเพื่อพาแฟชั่นไทยไปได้ไกลในระดับสากล

12 โชว์ธีม Freedom ดันดีไซเนอร์สู่เวทีแฟชั่นสากล

จากรันเวย์สู่ชีวิตจริง และข้อคิดส่งท้ายสำหรับคนรักแฟชั่น

สิ่งที่ทำให้ ELLE Fashion Week 2026 น่าสนใจเป็นพิเศษคือการเพิ่มประสบการณ์แบบ Shopping Experience ให้ผู้ชม เมื่อเห็นลุคหรือแบรนด์บนรันเวย์แล้วชอบ ผู้จัดงานตั้งใจให้ประสบการณ์นั้นไปต่อได้ทันทีผ่าน ELLE Fashion Week Pop-up บริเวณชั้น 1 ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2569 โดยรวบรวมไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบเพื่องานนี้เท่านั้น เพื่อเปลี่ยนไอเดียจากรันเวย์สู่ไลฟ์สไตล์ที่สวมใส่ได้จริงในแต่ละวัน ในภาพใหญ่ แฟชั่นวีคครั้งนี้กำลังบอกเราว่า Freedom ไม่ใช่การแต่งตัวหลุดกรอบไปเรื่อย แต่คือการรู้จักกรอบเดิมและเลือกว่าจะข้ามหรือจะเก็บอะไรไว้กับตัวอย่างมีสติ การเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่ โมเดลหน้าใหม่ และดีไซเนอร์ที่หลากหลายได้เล่าเรื่องบนร่างกายตัวเอง ชวนให้คนรักแฟชั่นตั้งคำถามว่า รันเวย์ครั้งต่อไป เราอยากเห็นวงการนี้กล้าขยายขอบเขตไหนอีกบ้าง และเราเองจะใช้เสื้อผ้าเป็นภาษาของอิสระในแบบของตัวเราอย่างไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!