Y Entertain Awards พื้นที่ที่ความภูมิใจกลายเป็นพลังสู่โลก
รางวัล Y Entertain Awards คือเวทีงานประกาศรางวัลที่ตั้งใจยกย่องผลงานบันเทิงสาย Boys’ Love และ Girls’ Love รวมถึงทีมเบื้องหลังในหลากหลายสาขา โดยใช้แนวคิดพลังแห่งความภูมิใจเชื่อมโยงตัวตนท้องถิ่นเข้ากับผู้ชมต่างชาติ ผ่านการออกแบบงานทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการแสดงที่สื่อสารรากเหง้าความเป็นไทยควบคู่ไปกับความร่วมสมัย เพื่อให้ผลงานเหล่านี้ไม่ใช่เพียงกระแสระยะสั้น แต่เป็นสื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ผู้ชมทั่วโลกเห็นคุณค่าของอุตสาหกรรมบันเทิงในภูมิภาคนี้ หัวใจของงานครั้งนี้คือธีม “พลังแห่งความภูมิใจ ไกลสู่สากล” ซึ่งถูกตีความอย่างชัดเจนตั้งแต่ชื่อออกแบบสถานที่ Thai Silk Curtains & The Golden Lotus บุษบงกช ม่านไหม ลายสยาม ณ ICONSIAM HALL ชั้น 7 ที่เน้นผ้าม่านไหมและลายดอกบัวทองเป็นองค์ประกอบหลัก แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เพียงการตกแต่งสวยงาม แต่เป็นการประกาศจุดยืนว่าความเป็นไทยสามารถยืนเคียงข้างเวทีโลกได้อย่างสง่างาม และทำให้รางวัล Y Entertain Awards กลายเป็นเครื่องหมายทางวัฒนธรรมมากกว่าชื่อของงานประกาศรางวัลธรรมดา

ดีไซน์ม่านไหมและ Y Carpet เมื่อความเป็นไทยเดินเคียงคู่ดารา
สิ่งที่ทำให้งานประกาศรางวัล Y Entertain Awards ครั้งนี้โดดเด่น ไม่ใช่แค่รายชื่อคนดังที่มาร่วมงาน แต่คือการเลือกใช้ผ้าไหมและลายบัวทองเป็นโครงหลักของงานออกแบบ Thai Silk Curtains & The Golden Lotus บุษบงกช ม่านไหม ลายสยาม ม่านไหมไม่เพียงบอกเล่าเรื่องหัตถศิลป์ดั้งเดิม แต่ยังบอกชัดว่าความเป็นไทยคือสิ่งที่ควรภาคภูมิใจและกล้าโชว์อย่างเต็มตัวในเวทีระดับอุตสาหกรรม บนช่วง Y Carpet นักแสดงกว่า 300 คนตบเท้าเข้าร่วมสร้างสีสัน พร้อมพิธีกรอย่างบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ ใบเตย พรพจี สไปร์ ศมน มาวิน แสงปราโมทย์ และเจิ้น วีระกฤษณ์ ช่วยเติมบรรยากาศคึกคักด้วยการพูดคุยและอัปเดตผลงาน ช่วงนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางเดินพรมแดง แต่เป็นพื้นที่ที่คนบันเทิงได้เดินบนฉากหลังที่สอดแทรกความเป็นไทยอย่างชัดเจน ทำให้ภาพซุปตาร์เดินพรมแดงผสมกับลายสยามกลายเป็นภาพจำใหม่ ที่สะท้อนพลังแห่งความภูมิใจต่อวัฒนธรรมในทุกช็อต

โชว์เปิดม่านลายสยาม เมื่อศิลปะการแสดงดั้งเดิมขึ้นเวทีร่วมสมัย
หากจะหาหลักฐานว่าธีม พลังแห่งความภูมิใจ ถูกทำให้เป็นรูปธรรมอย่างไร ต้องมองไปที่ OPENING SHOW “เปิดม่าน ลายสยาม” ที่ออกแบบโดยครูไก่ ดร สุรัตน์ จงดา ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ ละครนอกเรื่อง สังข์ทอง ตอน รจนาเลือกคู่ ที่เบ้บ ธนทัตนำแสดง ตามด้วยเสียงร้องของบาส หลงชาง บีเวอร์ ต้นหลิว ท็อปแท็ป มินลี และฟอร์ด พีท และต่อด้วยละครในเรื่อง อิเหนา ตอน บุษบาเสี่ยงเทียน โดยฝ้าย อะตอม แล้วปิดท้ายด้วยเสียงเพลงจากจินนี่ เจน่า มายยู ชัญญ่า ไข่มุก มู่หลาน และลูกหมี ซอนญ่า โชว์เหล่านี้คือคำตอบว่าความเป็นไทยจะเดินทางไปสู่สากลได้อย่างไร เพราะมันใช้ภาษาแห่งศิลปะชั้นสูงผสมกับการจัดเวทีสมัยใหม่ ทำให้ผู้ชมทั้งในฮอลล์และออนไลน์เห็นพร้อมกันว่า นักแสดงและศิลปินไทยสามารถรับบทในงานดั้งเดิมได้อย่างสง่างามไม่แพ้บทร่วมสมัย การเลือกเปิดงานด้วยศิลปะพื้นฐานเช่นนี้คือการส่งสัญญาณว่า การไปสู่โลกไม่จำเป็นต้องทิ้งรากเหง้า แต่ควรยกระดับให้รากเหล่านั้นโดดเด่นยิ่งขึ้น

รางวัลสำคัญสะท้อนพลังทีมสร้างสรรค์และดาวเปล่งประกาย
ความน่าสนใจของรางวัล Y Entertain Awards อยู่ที่การให้ความสำคัญกับทั้งหน้าม่านและหลังม่าน ไม่ใช่ยกย่องเฉพาะคนดังเบื้องหน้า รางวัลแรก Best Creative Team of the Year ทีมสร้างสรรค์แห่งปี มีทีมนักแสดงจาก NOUR The Series เต้ย พงศกร ภูมิ ชวัลวัฒน์ และตงตง กฤษกร มาเป็นผู้ประกาศ และตัดสินให้ CLAIREBELL คลั่ง รัก นักโทษคว้ารางวัล นี่คือการส่งสารชัดว่าเบื้องหลังที่แข็งแรงคือรากฐานของความสำเร็จบนเวทีโลก ในมุมผู้กำกับ รางวัล Best Y Series Director of the Year ตกเป็นของนพชัย ชัยนาม จากเรื่อง สิงสาลาตาย โดยมีทีม GMMTV ร่วมประกาศ ด้านงานเพลงรางวัล Best Series OST of the Year มอบให้เพลง ใจจงมั่น จากซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ขับร้องโดยปราง ปรางทิพย์ และเก่ง หฤษฎ์ ข้อเท็จจริงเหล่านี้คือคำพูดที่บอกได้ชัดว่า “รางวัล Y Entertain Awards เป็นเวทีที่ให้คุณค่ากับการสร้างสรรค์ในทุกมิติของซีรีส์ Y ตั้งแต่บท ผู้กำกับ ไปจนถึงเพลงประกอบ” การจัดโครงรางวัลเช่นนี้ทำให้เวทีดูครบด้าน ไม่กลายเป็นเพียงการประกาศชื่อคนดัง แต่เป็นการวัดคุณภาพอุตสาหกรรมโดยรวม

ดาว Y และ Girls’ Love กับบทพิสูจน์ว่าความเป็นไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด
อีกช่วงที่สะท้อนธีม พลังแห่งความภูมิใจ ได้ชัดคือการมอบรางวัลให้ดารานำ ที่ช่วยผลักดันกระแสซีรีส์ Y ให้เป็นที่จับตาในระดับภูมิภาคและสากล รางวัล Y Star on Spotlight of the Year ดาวเปล่งประกายแห่งปี มีอุ้ม อิษยา แบม สราลี ลีน่า ลลินา และหมิว ณัชชา นักแสดงจากช่อง 3 เป็นผู้ประกาศ และมอบให้เติ้ล มติมันท์ ศรีบุญเรือง และเฟิร์สวัน วรรณกร เรืองรัตน์ จาก เขมจิราต้องรอด การยกย่องคู่นักแสดงเช่นนี้สะท้อนว่าความสำเร็จของซีรีส์ Y มักเกิดจากเคมีของคู่หลักที่คนดูผูกพัน ในฝั่ง Girls’ Love รางวัล Leading Girls’ Love Star of The Year นักแสดงนำ Girls’ love แห่งปี ประกาศโดยลูกเกด เมทินี และสกาย กิ่งโพยม ชาร์พเพิลส์ โดยผู้ที่ได้รับคือ ลีน่า ลลินา ชูเอ็ทท์ จากเรื่อง รักสุดท้าย My Safe Zone The Series การมีหมวดรางวัลเฉพาะให้ Girls’ Love บอกชัดว่าวงการไม่ได้มองกระแสนี้เป็นเพียงสปินออฟจาก Boys’ Love แต่เป็นหมวดอุตสาหกรรมเต็มตัวที่มีศักยภาพด้านการเล่าเรื่องและการส่งออกวัฒนธรรมในแบบของตนเอง เมื่อรวมกับโชว์พิเศษ THAI SERIES MEDLEY จากอ๊อฟ สุรพล หญิง ธิติกานต์ และไอซ์ ศรัณยู จะเห็นว่าเวทีนี้กำลังค่อยๆ ประกอบภาพใหม่ให้ซีรีส์ Y และ Girls’ Love เป็นตัวแทนงานบันเทิงร่วมสมัยที่มีความเป็นไทยอยู่ในดีเอ็นเออย่างชัดเจน






