มิลานแฟชั่นวีค SS27 ฤดูกาลที่แฟชั่นหรูหันมาเฉลิมฉลองตัวตน
มิลานแฟชั่นวีค SS27 คือสัปดาห์แฟชั่นฤดูสปริงซัมเมอร์ซึ่งรวบรวมคอลเล็กชันจากแบรนด์หรูระดับโลกมานำเสนอทิศทางใหม่ของเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรี่ โดยในฤดูกาลนี้ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้สี โครงสร้าง และการแสดงบนรันเวย์เพื่อเล่าเรื่องความรื่นรมย์และตัวตนของผู้สวมใส่ การเปิดตัวคอลเล็กชันทั้งจากแบรนด์เดนิมสายปาร์ตี้และแบรนด์ลักชัวรีสายงานหนังถักสะท้อนว่าความหรูไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความเนี้ยบอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ความกล้าเล่น สนุก และเป็นตัวของตัวเองของผู้ชมและผู้สวมใส่
เมื่อแฟชั่นวีคในนิวยอร์กและลอนดอนปิดฉากลง สายตาของโลกแฟชั่นก็หันมาจับจ้องที่มิลาน โดยฤดูกาลสปริงซัมเมอร์ 2027 เปิดฉากในวันอังคารที่ 22 กันยายน ผ่านโชว์เปิดงานจากแบรนด์สายมูดกระโปรงในตำนาน บรรยากาศวันถัดมาบนรันเวย์ยิ่งร้อนแรงขึ้นด้วยการบอกลาที่ทั้งอาลัยและสนุกของ Diesel Spring Summer 2027 และการทยอยเปิดตัวโชว์จากแบรนด์ใหญ่หลากชื่อ ซึ่งรวมถึงการกลับมาที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูงของ Bottega Veneta collection บทสรุปที่เห็นชัดคือแฟชั่นหรูในมิลานเริ่มขยับประเด็นจากความสมบูรณ์แบบเชิงเทคนิค ไปสู่การเฉลิมฉลองความสุขและความเป็นปัจเจกอย่างชัดเจน

ฟินาเล่ของ Glenn Martens ที่ Diesel ปาร์ตี้ เซ็กซี่ และฉีกกรอบจนยากจะลืม
หัวใจของ Milan Fashion Week SS27 อยู่ที่ฟินาเล่ของ Glenn Martens กับ Diesel Spring Summer 2027 ที่กลายเป็นบทสดุดีแด่ความรื่นรมย์แบบสุดขีดและการฉีกกรอบแฟชั่นเดนิมให้กว้างออกไปอีกหลายขั้น เพียงไม่กี่วันก่อนโชว์เริ่มต้น ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Martens จะยุติบทบาทหลังทำงานกับแบรนด์เดนิมสัญชาติอิตาลีมานาน 6 ปี การจากลาแบบไม่เงียบงันนี้ถูกออกแบบให้เป็นงานปาร์ตี้ใหญ่ซึ่งรวมเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตชวนเย้ายวนเข้ากับคอลเล็กชันบนรันเวย์ราว 90 ลุคที่เปี่ยมไอเดียและรายละเอียด
โชว์ SS27 ครั้งสุดท้ายของเขาเริ่มด้วยนักแสดงจากกลุ่ม (LA)HORDE จำนวน 200 คนที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางผู้ชม ก่อนจะลุกขึ้นสื่ออ้อมกอดใกล้ชิดและท่าทางเย้ายวน เรียกพลังความร้อนแรงทั่วทั้งฮอลล์ Martens นิยามคอลเล็กชันนี้ว่า “ฉีกกรอบ เซ็กซี่ ลื่นไหล และสนุกสนาน” ซึ่งจับความเป็นแก่นแท้ของ Diesel ผ่านเดนิมแนวเซอร์เรียล เสื้อผ้าไฮบริด และคัตเอาต์รูปกล้วยไม้ที่ทั้งล้อเล่นและสะท้อนภาพความอุดมสมบูรณ์ บนรันเวย์เราเห็น pantasock ที่ผสมกางเกงกับถุงเท้า แจ็กเก็ตเดนิมเคลือบผิวที่หลอกตาให้ดูคล้ายหนัง และคุตเอาต์ดอกกล้วยไม้ที่ทั้งอ่อนหวานและขบขันเมื่อถูกวางตรงเป้ากางเกงหนังสีดำอย่างจงใจ ทำให้ฟินาเล่ Glenn Martens finale ไม่ใช่แค่โชว์สุดท้าย แต่เป็นคำประกาศว่าแฟชั่นหรูยุคนี้ต้องกล้าเซ็กซี่ กล้าเล่น และกล้าเปิดรับทุกคน

Bottega Veneta collection ยุค Louise Trotter ขยายโลกสีสัน แต่ยังยึดหัวใจงานหนังถัก
หาก Diesel เล่าเรื่องปาร์ตี้อย่างโจ่งแจ้ง Bottega Veneta collection ภายใต้การกำกับของ Louise Trotter เลือกเดินทางสู่ความรื่นรมย์แบบละเอียดอ่อน ผ่านสีสันและโครงสร้างที่เบาสบายแต่ยังคงระเบียบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ในปีที่สองของการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Bottega Veneta ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษคนนี้ทดลองกับสีที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งเหลือง แดง ม่วง และลวดลายดอกไม้บนชุดสูทและชุดกระโปรงที่โครงสร้างชัดเจนแต่ดูเบาสบาย การขยับพาเลตสีเช่นนี้คือสัญญาณว่าลักชัวรีไม่ได้ผูกขาดกับโทนเอิร์ธโทนหรือสีปลอดภัยอีกต่อไป
จุดแข็งของโชว์คือการขยายโลกกระเป๋าและรองเท้าโดยไม่ทำลายมรดกงานหนังถักที่เป็นหัวใจของแบรนด์ เธอเพิ่มขนาดกระเป๋าโทตจากหนังและราเฟียเป็นสองเท่า ทำให้กระเป๋ากลายเป็น statement ชิ้นใหญ่ที่บอกตัวตนของผู้ถือชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็สานต่อเทคนิคหนังถักบนเทรนช์โค้ตผู้ชายและบูตส์ยาวสำหรับผู้หญิงอย่างแนบเนียน โครงชุดสูทและเดรสยังคงมีโครงสร้างชัดแต่รู้สึกเบาและเคลื่อนไหวคล่อง ซึ่งทำให้ Bottega Veneta บนเวทีมิลานครั้งนี้มีความร่วมสมัยสูง เป็นลักชัวรีที่พร้อมให้คนใส่ใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์ งานนี้ยังสะท้อนทิศทางว่าแบรนด์กำลังผลักดันให้แอ็กเซสซอรี่เป็นตัวบอกบุคลิก ไม่ใช่แค่ของประกอบลุคเท่านั้น
Dolce Gabbana runway และเสียงสะท้อนจากซิซิลีที่ถูกตีความใหม่บนเวทีมิลาน
ในวันเดียวกันกับโชว์ของ Bottega Veneta Dolce Gabbana runway เลือกหันกลับไปหาต้นทางผ่านตู้เสื้อผ้าของครอบครัวซิซิลีผู้มีชื่อเสียง แล้วดึงความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาตีความใหม่สำหรับรุ่นปัจจุบัน โดเมนิโก ดอลเช่ และ สเตฟาโน กาบบาน่า ผสมผสานผ้าลูกไม้ ขนเสือดาวเทียม และกางเกงยีนส์เข้าด้วยกัน พร้อมตกแต่งแจ็กเก็ตเล็กๆ ด้วยสร้อยคอหลายเส้น เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างของล้ำค่าอย่างจิวเวลรีกับชีวิตประจำวันบนเดนิมและแจ็กเก็ต แนวคิดนี้ดึงแฟชั่นหรูลงมาใกล้ประสบการณ์จริง แทนที่จะยกสูงอยู่บนรันเวย์เท่านั้น
การเลือกใช้ผ้าลูกไม้กับขนเสือดาวเทียมเคียงคู่กางเกงยีนส์คือการตั้งคำถามว่ารสนิยมสูงต่ำยังมีความหมายอยู่ไหมในยุคที่คนผสมทุกสิ่งเข้าด้วยกันบนตัวเอง การประดับแจ็กเก็ตเล็กๆ ด้วยสร้อยคอหลายเส้นทำให้เสื้อผ้าดูเหมือนของสะสมส่วนตัวมากกว่าเป็นยูนิฟอร์มจากรันเวย์ และเมื่อมีคนดังอย่างเจนนิเฟอร์ โลเปซนั่งชมอยู่ริมรันเวย์ ภาพของคอลเล็กชันก็ยิ่งชัดว่า Dolce and Gabbana กำลังพูดกับคนที่มีชีวิตหรูและชีวิตธรรมดาในเวลาเดียวกัน ภายใต้แสงไฟของ Milan Fashion Week SS27 แบรนด์นี้จึงไม่ได้เพียงดึงความเป็นซิซิลีมาอวด แต่แปลงมันให้กลายเป็นไอเดียที่ผู้สวมใส่สามารถเอาไปประกอบเป็นตัวตนที่ซ้อนกันหลายชั้น
จากรันเวย์สู่ทิศทางใหม่ของแฟชั่นหรู การเฉลิมฉลองและบุคลิกภาพเป็นจุดนำ
เมื่อนำภาพรวมจาก Diesel Spring Summer 2027 Bottega Veneta collection และ Dolce Gabbana runway มาวางเคียงกัน จะเห็นชัดว่ามิลานแฟชั่นวีคครั้งนี้เป็นการประกาศเปลี่ยนทิศทางของแฟชั่นหรูจากการเน้นความเนี้ยบเชิงเทคนิค ไปสู่การเฉลิมฉลองความสุขและการออกเสียงตัวตนของผู้สวมใส่ Diesel ภายใต้ Glenn Martens ยืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า “สำหรับ Diesel ปาร์ตี้ต้องมาก่อนเสมอ มันคือเรื่องของการเปิดรับทุกคน การแสดงออกถึงตัวตน ความรื่นรมย์ และประสบการณ์ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ขณะที่ Bottega Veneta ใช้สีและกระเป๋าโทตขนาดใหม่เป็นภาษาเล่าโลกส่วนตัว และ Dolce and Gabbana ใช้ของล้ำค่ากับเดนิมให้เกิดบทสนทนาระหว่างชีวิตหรูและชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าสนใจคือการที่แบรนด์ลักชัวรีพร้อมยอมรับว่าความหรูไม่จำเป็นต้องนิ่งหรือห่างไกล แต่สามารถรื่นรมย์ เซ็กซี่ และเข้าถึงได้ โดยยังคงงานฝีมือและมรดกไว้แน่นแฟ้น Diesel แสดงให้เห็นผ่านโชว์ฟอร์มใหญ่ที่ใช้ร่างกายและเดนิมเป็นเครื่องมือสื่อความสุขและความกล้า Bottega Veneta ยืนยันว่าการขยายพาเลตสีไม่ทำลายอัตลักษณ์หนังถัก และ Dolce and Gabbana เชื่อมสายเลือดซิซิลีเข้ากับเดนิมยุคใหม่ ทั้งหมดนี้ทำให้ Milan Fashion Week SS27 กลายเป็นฤดูกาลที่เสื้อผ้าไม่ใช่แค่สิ่งที่เราใส่ แต่เป็นคำประกาศตัวตนที่พร้อมเฉลิมฉลองชีวิตในทุกมิติ







