ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ก้าวล้ำเส้น แฟนเคพอปจะปล่อยผ่านหรือเอาคืน

เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ก้าวล้ำเส้น แฟนเคพอปจะปล่อยผ่านหรือเอาคืน
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

ดราม่า K-pop influencer controversy คืออะไร และทำไมท่าดึงหางตาถึงกลายเป็นระเบิดเวลา

K-pop influencer controversy คือข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์เมื่อคอนเทนต์เกี่ยวกับเคพอปถูกมองว่าล้ำเส้นความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนรูปลักษณ์ การเหยียดเชื้อชาติ หรือการนำภาพไอดอลไปใช้ในบริบทที่ไม่ให้เกียรติ ความขัดแย้งนี้มักเกิดขึ้นเมื่ออินฟลูเอนเซอร์ใช้ความนิยมของไอดอลเกาหลีเพื่อสร้างยอดวิว แต่แฟนเคพอปกลับมองว่าการกระทำบางอย่างเป็นการดูหมิ่นไอดอลและชุมชนแฟนคลับ นำไปสู่กระแสโจมตี ต่อต้าน และเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้สร้างคอนเทนต์อย่างรุนแรง

กรณีของ Gamix อินฟลูเอนเซอร์ชาวญี่ปุ่นที่มีผู้ติดตามราว 2.16 ล้านคนได้กลายเป็นตัวจุดชนวนล่าสุด เมื่อเขาโพสต์วิดีโอเต้นคัฟเวอร์เพลงของสมาชิกวง ATEEZ ลงบนโซเชียลมีเดียวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมทำท่าดึงหางตาด้วยมือทั้งสองข้างและเลียนแบบสีหน้า ซึ่งถูกมองว่าเป็นการล้อเลียนดวงตาของชาวเอเชียตะวันออกอย่างชัดเจน การเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่วินาทีในคลิป กลับกลายเป็นระเบิดเวลาที่สะท้อนคำถามใหญ่เรื่องความเคารพวัฒนธรรมและเส้นแบ่งระหว่างการเป็นแฟนคลับกับการเหยียดรูปลักษณ์ ไอดอลเกาหลี ล้อเลียน จึงไม่ใช่เรื่องขำเมื่อมันเชื่อมตรงไปสู่ประสบการณ์การถูกเหยียดของผู้ชมจำนวนมาก

จากคัฟเวอร์เพลง BAD ถึงการดึงหางตา เมื่อคอนเทนต์แฟนกลายเป็นการล้อเลียน

ในคลิปที่กลายเป็นไวรัล Gamix เลือกใช้เพลงของ ATEEZ ในการเต้นคัฟเวอร์พร้อมท่าทางเลียนแบบสีหน้าและดึงหางตาออกด้านข้าง ซึ่งผูกโยงโดยตรงกับภาพจำเชิงเหยียดที่เคยถูกใช้กับชาวเอเชียตะวันออกมาตลอด ยิ่งในบริบทที่มีการเต้น BAD ของ ATEEZ โดยมีภาพของสมาชิกอย่างซานอยู่ในเฟรม การทำท่าดังกล่าวจึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงมุกตลก แต่เป็นการนำรูปลักษณ์ของชาวเอเชียไปใช้เป็นของเล่น สร้างคอนเทนต์เรียกยอดวิวแบบไม่สน ความเคารพวัฒนธรรม

หลายความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่าทำไมครีเอเตอร์ชาวเอเชียด้วยกันถึงเลือกใช้ท่าทางที่ถูกตีความว่าเป็นการเหยียดคนเอเชียเอง ความไม่พอใจไม่ได้อยู่ที่การเต้นคัฟเวอร์เคพอป แต่อยู่ที่การเลือกใส่องค์ประกอบล้อเลียนรูปลักษณ์ลงไปในคอนเทนต์เกี่ยวกับไอดอลเกาหลี เมื่อไอดอลถูกใช้เป็นฉากหลังให้การเหยียด แฟนเคพอปจำนวนมากจึงมองว่านี่ไม่ใช่คอนเทนต์แฟน แต่คือการทำคลิปบนความรู้สึกของคนอื่น ไอดอลเกาหลี ล้อเลียน จึงกลายเป็นคำที่เชื่อมติดกับชื่อของอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ในทันที

แฟนเคพอป ปฏิกิริยา เดือด: จากคอมเมนต์สู่การบังคับลบคลิป

หลังคลิปถูกเผยแพร่ กระแสตีกลับมาอย่างรุนแรง ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปแสดงความไม่พอใจ วิจารณ์ว่าการทำท่าดึงหางตานั้นเป็นพฤติกรรมเหยียดรูปลักษณ์ของชาวเอเชียด้วยกันเอง โดยเฉพาะการทำในคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปินเกาหลีใต้ แฟนเคพอป ปฏิกิริยา ที่เห็นได้ชัดคือการรวมตัวกันในคอมเมนต์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อชี้ให้เห็นว่าท่าดังกล่าวไม่เหมาะสม ไม่ตลก และเป็นการทำให้ประเด็นเหยียดเชื้อชาติกลายเป็นเรื่องขบขัน

แรงกดดันจากออนไลน์ทำให้ Gamix ต้องลบคลิปแรกออก ก่อนจะโพสต์คลิปใหม่ที่ชี้ไปยังดวงตาของตัวเองที่บวมและพูดว่าลืมตาไม่ขึ้น พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมดวงตาถึงเป็นแบบนี้ทุกเช้า ทว่าคลิปนี้กลับยิ่งจุดไฟให้ดราม่าร้อนแรงขึ้น เพราะถูกมองว่าเป็นการล้อเลียนลักษณะดวงตาของชาวเอเชียซ้ำเป็นครั้งที่สอง มากกว่าจะเป็นการทบทวนหรือขอโทษ ท้ายที่สุดคลิปที่สองก็ถูกลบเช่นกัน และจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม ยังไม่มีคำขอโทษหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก Gamix ต่อประเด็นที่เกิดขึ้น นี่คือชัยชนะกึ่งสำเร็จของชุมชนออนไลน์ ที่กดดันจนเกิดการลบคอนเทนต์ แต่ยังไม่ได้การรับผิดชอบในเชิงคำพูด

เส้นบางของความเคารพวัฒนธรรม เมื่ออินฟลูเอนเซอร์อยากเกาะกระแสแต่แฟนไม่ยอมถูกเหยียด

กรณีนี้สะท้อนเส้นบางของ ความเคารพวัฒนธรรม ในยุคที่เคพอปกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก อินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากใช้เพลงไอดอลเกาหลีทำคอนเทนต์ คัฟเวอร์ เต้นชาเลนจ์ หรือใส่ภาพไอดอลเพื่อดึงคนดู การจะเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมนั้นจึงมาพร้อมความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่สิทธิ์ในการหยิบไปเล่นโดยไม่คิดถึงความหมายแฝง แฟนเคพอป ปฏิกิริยา จึงไม่ใช่เพียงความหัวร้อน แต่คือการปกป้องพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของร่วม

เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ทำท่าทางที่มีความหมายเชิงลบต่อรูปลักษณ์หรือเชื้อชาติ แม้จะบอกว่าทำไปขำ ๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าล้อเลียนไอดอลและคนดูที่มีลักษณะคล้ายกัน K-pop influencer controversy ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนหนึ่งคน แต่เป็นบทเรียนว่าการจะเข้าใกล้วัฒนธรรมใดก็ตาม ต้องเริ่มจากการให้เกียรติ หากอินฟลูเอนเซอร์เลือกก้าวข้ามเส้น แฟนคลับก็พร้อมจะใช้พลังของโลกออนไลน์ดึงพวกเขากลับมารับผิดชอบเสมอ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!