ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เส้นทางสู่เวที ยูโรวิชั่น เอเชีย ของสองศิลปินจากเวียดนาม

เส้นทางสู่เวที ยูโรวิชั่น เอเชีย ของสองศิลปินจากเวียดนาม
ความสนใจ|ร้องเพลง

ยูโรวิชั่น เอเชีย 2026 และภาพใหญ่ของตัวแทนเวียดนาม

ยูโรวิชั่น เอเชีย 2026 คือการประกวดเพลงนานาชาติที่ขยายจากเวทียูโรวิชั่นสู่ภูมิภาคเอเชีย มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์และเปิดให้แต่ละประเทศส่งตัวแทนเพลงเพียงหนึ่งเพลงขึ้นแข่งขัน ภายใต้เงื่อนไขด้านเวลา จำนวนคนบนเวที และการโหวตที่ผสมผสานคะแนนจากกรรมการและผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ เป้าหมายของการแข่งขันไม่ใช่แค่หาผู้ชนะ แต่เพื่อสร้างเวทีที่สะท้อนเอกลักษณ์ดนตรีและวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศต่างๆ ผ่านการแสดงเพลงสั้นที่เข้มข้นและทรงพลัง

จุดที่น่าสนใจของปีนี้คือการที่โครงการยูโรวิชั่นครบรอบ 70 ปีและจัดการแข่งขันในทวีปเอเชียเป็นครั้งแรก โดยกำหนดวันชิงชัยไว้วันที่ 14 พฤศจิกายนที่กรุงเทพฯ มีตัวแทนจาก 9 ประเทศเข้าร่วม ซึ่งรวมถึงเวียดนามในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่บนเวทีนี้ การที่เวียดนามตัดสินใจส่งตัวแทนเข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงการตามกระแสโลก แต่เป็นคำประกาศว่าดนตรีสมัยใหม่ของประเทศพร้อมจะยืนเคียงข้างเพื่อนบ้านในภูมิภาคในฐานะผู้สร้างสรรค์เสียงเพลงระดับสากล การที่โครงการนี้ใช้ระบบคัดเลือกผ่านสถานีโทรทัศน์ของแต่ละประเทศ ยิ่งทำให้ตัวแทนมีน้ำหนักเชิงภาพลักษณ์และการเมืองวัฒนธรรมมากกว่าการประกวดทั่วไป

เส้นทางสู่เวที ยูโรวิชั่น เอเชีย ของสองศิลปินจากเวียดนาม

จากห้าเพลงสู่หนึ่งตัวตน การค้นหาเอ็ม เทียนบนเวทีคัดเลือก

หัวใจของเรื่องราวตัวแทนเวียดนามอยู่ที่ค่ำคืนออดิชั่นในรายการ The Sound of Vietnam เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ซึ่งถูกใช้เป็นสนามทดลองว่าภาพแทนของเวียดนามในยูโรวิชั่น เอเชีย 2026 ควรหน้าตาแบบไหน ต็อก เทียนต้องแบกรับโจทย์หนัก เธอขึ้นแสดงเพลงใหม่ถึง 5 เพลงบนเวทีเดียวกัน แต่ละเพลงมาจากทีมโปรดิวเซอร์ต่างกันและถูกออกแบบให้สะท้อนธีม “ผู้หญิงเวียดนาม” ในมุมที่ไม่ซ้ำกัน ทั้ง “Love Always Wins” “Follow Me” “What’s Difficult?” “A to A” และ “Em Tien” ล้วนเป็นความเป็นไปได้ของตัวตนเวียดนามร่วมสมัย

ระบบตัดสินในรอบนี้ไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องของรสนิยมฝ่ายเดียว คะแนนถูกแบ่งจากกรรมการ 40 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชมในประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์ และผู้ชมต่างประเทศ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าเพลงที่ชนะต้องผ่านทั้งสายตาอาชีพและความรู้สึกของผู้ฟังจริงพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ “Em Tien” จากทีม S HUBE ที่ประกอบด้วยโปรดิวเซอร์ DUONGK และนักแต่งเพลง HAROSÉ ได้คะแนนสูงสุดและถูกเลือกให้เป็นเพลงตัวแทนของเวียดนามอย่างเป็นทางการ หากมองในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการเลือกตัวตนที่ผสมผสานความเป็นสากลกับรากวัฒนธรรมอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่เลือกเพลงที่ฟังสนุกในระยะสั้น

เส้นทางสู่เวที ยูโรวิชั่น เอเชีย ของสองศิลปินจากเวียดนาม

เอ็ม เทียน การเล่านิยามหญิงสาวเวียดนามด้วยเสียงอิเล็กทรอนิกส์และความเป็นพื้นบ้าน

การที่ “Em Tien” ได้รับชัยชนะไม่ได้เกิดจากจังหวะหรือท่อนฮุคติดหูอย่างเดียว แต่เพราะมันเสนอคำตอบที่ชัดเจนว่าศิลปินเวียดนามจะสื่อสารความเป็นชาติบนเวทีการประกวดเพลงนานาชาติอย่างไร เพลงนี้ผสมผสานเสียงอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับองค์ประกอบดนตรีพื้นบ้าน ท่อนเนื้อร้อง “Em Tien เดินเล่นอยู่ที่นี่” ถูกหยิบแรงบันดาลใจมาจากทำนองพื้นบ้านคลาสสิกแล้วนำมาปรับให้ร่วมสมัย เพื่อเล่าเรื่องหญิงสาวยุคใหม่ที่กระตือรือร้น มั่นใจ และมองโลกในแง่ดีแต่ยังยืนอยู่บนรากวัฒนธรรมของตนเอง

บนเวทีรูปภาพดอกบัว เมฆ นก ดวงจันทร์ และหมวกทรงกรวยถูกนำมาใช้ร่วมกับภาพฉายและท่าเต้นแบบละครสมัยใหม่ ทำให้ “Em Tien” ไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นงานศิลปะการแสดงที่ตั้งใจสื่อความเป็นเวียดนามผ่านภาษาสากลของป็อปและอิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างโชว์ที่จำกัดเวลา 3 นาทีและจำนวนคนบนเวทีไม่เกิน 6 คนบังคับให้ทุกองค์ประกอบต้องคม กระชับ และมีความหมาย คำพูดที่จับใจคือ การยืนยันจากเวทียูโรวิชั่นว่า “Em Tien เป็นเพลงเวียดนามเพลงแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลนี้” ซึ่งเป็นประโยคที่บอกชัดว่าผลงานนี้ถูกมองว่าแทนประเทศได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายยืดยาว

สองสัปดาห์ห้าการแสดง การเตรียมร่างกายและตัวตนของต็อก เทียน

เบื้องหลังความงามบนเวทีคือความเข้มข้นของการเตรียมตัวที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ ต็อก เทียนมีเวลาเพียงประมาณครึ่งเดือนในการสร้างสรรค์และฝึกซ้อมการแสดงทั้งห้าชุด ตั้งแต่บรอดเวย์ป๊อปไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์และองค์ประกอบพื้นบ้าน เธอทำงานร่วมกับผู้กำกับดนตรี ฮุย ตวน ทีมโปรดิวเซอร์ และนักเต้น เพื่อออกแบบท่าเต้นสี่ชุดและการแสดงแบบมินิมัลที่ใช้พลังเสียงและภาษากายเพียงอย่างเดียวใน “A to A” ความท้าทายไม่ใช่แค่จำเนื้อร้องหรือท่าเต้น แต่คือการรักษาจิตวิญญาณของแต่ละเพลงให้ไม่ปะปนกันในคืนที่เวทีแทบจะเปลี่ยนตัวตนทุกสามนาที

แม้จะมีปัญหาเรื่องเสียงและการส่งสัญญาณระหว่างออดิชั่น ต็อก เทียนก็ยังคงควบคุมเวทีและเสียงร้องอย่างมั่นคงจนได้รับคำชมว่า “เพลง Em Tien ต้องการผู้ร้องที่มีเทคนิคการร้องที่ดีเยี่ยมเพื่อถ่ายทอดทำนองและเนื้อร้องได้อย่างลงตัว” ซึ่งตอกย้ำว่าบทบาทของเธอไม่ใช่แค่ตัวแทนร้องเพลง แต่เป็นผู้แปลวัฒนธรรมด้วยร่างกายและน้ำเสียง ทีมงานยืนยันว่าจะปรับปรุงคุณภาพดนตรี โครงสร้างโชว์ ภาพบนเวที และเทคนิคต่างๆ ต่อเนื่องก่อนถึงการแข่งขันในกรุงเทพฯ วันที่ 14 พฤศจิกายน นี่คือการเตรียมตัวที่มุ่งหวังไม่เพียงสร้างความประทับใจครั้งแรก แต่สร้างภาพจำระยะยาวให้ดนตรีเวียดนามบนเวทีโลก

เส้นทางสู่เวที ยูโรวิชั่น เอเชีย ของสองศิลปินจากเวียดนาม

ความหมายของตัวแทนเวียดนามบนเวทีการประกวดเพลงนานาชาติ

เมื่อมองย้อนกลับไปจากปลายทางที่กรุงเทพฯ การเดินทางของต็อก เทียนและเอ็ม เทียนสะท้อนสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือความตั้งใจของเวียดนามที่จะใช้ยูโรวิชั่น เอเชียเป็นพื้นที่นิยามตัวเองใหม่ในสายตาโลก ไม่ใช่แค่การส่งเพลงที่ “ฟังได้” แต่เป็นการสร้างสารว่าศิลปินหญิงเวียดนามรุ่นใหม่สามารถยืนอยู่ตรงกลางระหว่างความเป็นพื้นบ้านและความเป็นสากลได้อย่างมั่นใจ การคัดเลือกผ่านระบบคะแนนที่รวมกรรมการและผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ ชี้ว่าประเทศพร้อมเปิดให้ผู้ฟังภายนอกมีเสียงในกระบวนการนิยามตัวตนของตนเอง

ในระดับภูมิภาค การมีตัวแทนเวียดนามบนเวทียูโรวิชั่น เอเชีย 2026 ยังเพิ่มสีสันให้ภูมิทัศน์ดนตรีเอเชีย ที่แต่ละประเทศต้องแข่งขันกันผ่านทรัพยากรวัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างจำกัด ในเวลาเพียง 3 นาที หากโชว์ของต็อก เทียนสามารถรักษาสมดุลระหว่างความเข้าถึงง่ายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้จริง มันจะไม่ใช่แค่ชัยชนะของเพลงหนึ่งเพลง แต่จะเป็นกรณีศึกษาว่าเอเชียสามารถใช้เวทีการประกวดเพลงนานาชาติให้กลายเป็นพื้นที่สนทนาทางวัฒนธรรมได้อย่างมีชั้นเชิง บทสรุปจึงชัดเจนว่า เส้นทางเตรียมตัวเข้มข้นสองสัปดาห์นี้ไม่ได้มุ่งหวังแค่คะแนน แต่กำลังมุ่งหวังความทรงจำร่วมของผู้ชมทั่วโลก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!