ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

UGREEN NAS Ultra ดัน NAS Intel Raptor Lake เข้าสู่ยุค NAS ความเร็ว 10GbE

UGREEN NAS Ultra ดัน NAS Intel Raptor Lake เข้าสู่ยุค NAS ความเร็ว 10GbE
ความสนใจ|การจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย

NAS Ultra รุ่นใหม่คืออะไร และสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร

NAS Ultra ของ UGREEN คือกลุ่มที่เก็บข้อมูลเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่ใช้ซีพียู Intel Raptor Lake และพอร์ต NAS ความเร็ว 10GbE เพื่อตอบโจทย์การรับส่งไฟล์ขนาดใหญ่ การสำรองข้อมูล และการทำงานร่วมกันของทีมในธุรกิจขนาดเล็ก สตูดิโอครีเอทีฟ และผู้ใช้มืออาชีพ เสริมด้วยการรองรับสตอเรจหลายเบย์และฟีเจอร์ระดับองค์กรเพื่อให้ระบบเก็บข้อมูลสำนักงานมีทั้งความเร็ว ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือในเครื่องเดียว หัวใจของข่าวนี้คือ UGREEN ไม่ได้แค่เปิดตัว NAS ใหม่ แต่กำลังยกระดับมาตรฐาน NAS Intel Raptor Lake ให้กลายเป็นตัวเลือกหลักของคนทำงานที่เบื่อความอืดของ Gigabit LAN เดิม DXP6800 Ultra และ DXP8800 Ultra ถูกนำมาโชว์ในงาน IFA 2026 ในฐานะ NAS รุ่นอัปเกรดที่ได้พลังจากซีพียู Intel รุ่นล่าสุดและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าการเปลี่ยนดีไซน์ภายนอก

UGREEN NAS Ultra ดัน NAS Intel Raptor Lake เข้าสู่ยุค NAS ความเร็ว 10GbE

Intel Raptor Lake เปลี่ยนสมดุลพลังของ NAS อย่างไร

สิ่งที่ทำให้ DXP6800 Ultra และ DXP8800 Ultra น่าสนใจไม่ใช่กล่องเหล็กหรือจำนวนเบย์ แต่คือการตัดสินใจย้ายขึ้นมาใช้ซีพียู Intel Raptor Lake ทั้งคู่ DXP6800 Ultra ใช้ Intel Core 5 120U ซึ่งมี 10 คอร์แบ่งเป็นคอร์ประสิทธิภาพ 2 คอร์และคอร์ประหยัดพลังงาน 8 คอร์ พร้อม 12 เธรด และความถี่สูงสุดของคอร์หลักเพิ่มจาก 4.4 เป็น 5.0 GHz เมื่อเทียบกับรุ่น Alder Lake เดิมใน DXP6800 รุ่นก่อน นี่คือการอัปเดตที่มุ่งเน้นให้ NAS ไม่ใช่แค่กล่องเก็บไฟล์ แต่รองรับเวิร์กโหลดจริง เช่น VM Docker และงานสร้างสรรค์ที่ใช้ทรัพยากรซีพียูต่อเนื่อง ส่วน DXP8800 Ultra ก้าวไปอีกระดับด้วย Intel Core 7 150U ที่ยังคงโครงสร้าง 10 คอร์ 12 เธรด แต่เพิ่มความถี่ขึ้นเป็น 5.4 GHz สำหรับคอร์ประสิทธิภาพและ 4.0 GHz สำหรับคอร์ประหยัดพลังงาน เมื่อจับคู่กับแรม DDR5 8 GB ที่ขยายได้ถึง 96 GB ทั้งสองรุ่นจึงไม่ใช่ NAS บ้านๆ แต่ใกล้เคียงเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กที่พร้อมรองรับงานโปรดักชั่นต่อเนื่อง

DXP8800 Ultra: NAS 8 เบย์ที่ออกแบบเพื่อทีมมืออาชีพ

ถ้าต้องเลือกศูนย์กลางระบบเก็บข้อมูลสำนักงานสำหรับทีมโปรดักชั่นหลายคนหรือสตูดิโอที่ต้องการที่เก็บข้อมูลเครือข่ายระดับจริงจัง DXP8800 Ultra คือรุ่นที่ออกแบบมาให้รับบทนั้นโดยตรง รุ่นนี้รองรับไดรฟ์ SATA ได้ถึง 8 เบย์และสล็อต M.2 NVMe อีก 2 ช่อง ทำให้รองรับความจุรวมได้สูงสุดถึง 272 TB เมื่อใช้งานร่วมกัน พร้อมโหมด RAID ครบทั้ง JBOD Basic RAID 0 1 5 6 และ 10 เพื่อความยืดหยุ่นและความเชื่อมั่นระดับองค์กรในการป้องกันข้อมูลสูญหาย ในด้านการเชื่อมต่อ DXP8800 Ultra ตอบโจทย์การรวมเครือข่ายด้วยพอร์ต NAS ความเร็ว 10GbE สองช่องที่สามารถรวมกันให้แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นถึง 20 Gbps และมีความเร็วดาวน์โหลดที่เคลมไว้สูงสุด 2500 MB/s เสริมด้วย Thunderbolt 4 สองพอร์ต HDMI 8K สล็อต PCIe Gen4 x4 USB หลากหลายพอร์ต และเครื่องอ่านการ์ด SD 4.0 ทำให้มันกลายเป็นศูนย์กลางงานตัดต่อวิดีโอ แบ็กอัพโปรเจ็กต์ และสตรีมเนื้อหาที่ต่อกับเวิร์กสเตชันได้โดยตรง

DXP6800 Ultra: สมดุลระหว่างขนาด ความจุ และการเชื่อมต่อ

สำหรับสำนักงานขนาดเล็กหรือทีมสร้างสรรค์ที่ต้องการ NAS Intel Raptor Lake ที่ไม่ใหญ่เท่ารุ่น 8 เบย์ DXP6800 Ultra คือจุดลงตัว มันรองรับไดรฟ์ทั้งหมด 6 ลูกให้ความจุรวมได้ถึง 208 TB และมีสล็อต M.2 NVMe 2 ช่องเหมือนรุ่นใหญ่เพื่อใช้เป็นโวลุมความเร็วสูงหรือ SSD Cache จุดเด่นคือได้แพ็กเกจประสิทธิภาพเดียวกับ DXP8800 Ultra ทั้งซีพียู Raptor Lake แรม DDR5 ขยายได้ถึง 96 GB และชุดพอร์ตครบบนบอร์ด ทั้ง DXP6800 Ultra และ DXP8800 Ultra ใช้ชุดพอร์ตเหมือนกัน ได้แก่พอร์ต LAN 10GbE สองช่อง Thunderbolt 4 สองช่อง HDMI สูงสุด 8K เครื่องอ่าน SD การ์ด และพอร์ต USB ทั้งแบบ 2.0 3.2 และ USB-C ในมุมมองของคนทำงาน นี่คือ NAS ความเร็ว 10GbE ที่ไม่บังคับให้เลือกระหว่างการเชื่อมต่อสำหรับไฟล์งานมือโปรกับการต่ออุปกรณ์รอบตัว เพราะทุกอย่างถูกรวมไว้ให้ในเครื่องเดียว

ระบบปฏิบัติการ UGOS Pro และงานร่วมกันของทีมในชีวิตจริง

ฮาร์ดแวร์ที่แรงจะไม่มีค่าเลยถ้าการจัดการยุ่งยาก UGREEN จึงจับ DXP8800 Ultra มาทำงานคู่กับระบบปฏิบัติการ UGOS Pro ที่ออกแบบมาเพื่อจัดศูนย์กลางไฟล์ ผู้ใช้ สิทธิ์การเข้าถึง การสำรองข้อมูล การซิงค์ และการบริหารสตอเรจให้จัดการจากหน้าเดียว ฟีเจอร์สำคัญคือการเข้าถึงระยะไกลแบบเข้ารหัสและรองรับอุปกรณ์ทั้ง Windows macOS Linux iOS และ Android ซึ่งทำให้ทีมผสมแพลตฟอร์มยังทำงานบนที่เก็บข้อมูลเครือข่ายตัวเดียวกันได้ จุดที่ทำให้ NAS กลุ่มนี้เข้าใกล้เซิร์ฟเวอร์มืออาชีพคือการรองรับแอปเสริม เช่น Virtual Machines Docker SAN Manager Home Assistant Jellyfin และ Easy NVR รวมถึงเครื่องมือ AI ภายในสำหรับจัดการรูปและระบบกล้องวงจรปิด เช่น การระบุบุคคล สัตว์เลี้ยง วัตถุ และยานพาหนะ ซึ่งทำให้ NAS กลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลทั้งไฟล์งานและภาพจากระบบรักษาความปลอดภัยของสำนักงาน ในทางปฏิบัติ นี่คือการรวมหลายกล่องให้เหลือแค่กล่องเดียวที่เชื่อถือได้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!