มหกรรม Food & Hospitality Thailand ผนึกสี่สมาคมยกระดับท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

มหกรรม Food & Hospitality Thailand ผนึกสี่สมาคมยกระดับท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Food & Hospitality Thailand 2026 จุดเปลี่ยนจากปริมาณสู่คุณภาพ

Food & Hospitality Thailand 2026 คือมหกรรมท่องเที่ยวและบริการแบบบูรณาการที่เชื่อมธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ค้าปลีก และบริการ เข้ากับงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีอาหารและเกษตร เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจครบวงจรบนเวทีเดียว ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนของประเทศ ผู้จัดงานประกาศชัดว่าทิศทางธุรกิจท่องเที่ยวไทยกำลังก้าวจากการเน้นจำนวนสู่การให้ความสำคัญกับคุณค่าที่นักท่องเที่ยวได้รับและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง งานนี้จึงไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า หากเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวทั้งระบบของโรงแรมและภัตตาคาร รวมถึงธุรกิจค้าปลีกอาหาร ให้เข้ากับแนวคิด Value over Volume ที่กำลังกลายเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวไทย.

สี่สมาคมใหญ่รวมพลัง “All Sectors, One Destination”

สิ่งที่ทำให้ Food & Hospitality Thailand 2026 น่าสนใจไม่แพ้เนื้อหางาน คือการที่ 4 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการสายหลัก ได้แก่ สมาคมโรงแรม สมาคมภัตตาคาร สมาคมผู้ค้าปลีก และเครือข่ายบริการอื่น ๆ ตัดสินใจขึ้นเวทีเดียวกัน พร้อมกันเป็นครั้งแรก ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและองค์กรเอกชน เพื่อออกแบบงานในแนวคิด “All Sectors, One Destination” ให้ทุกภาคส่วนของธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร และบริการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ. การจับมือครั้งนี้สะท้อนการยอมรับว่า ยุคใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยวไทยไม่สามารถขับเคลื่อนโดยภาคส่วนใดส่วนหนึ่งได้อีกต่อไป หากต้องอาศัยการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำด้านเกษตรและนวัตกรรมอาหาร ไปจนถึงกลางน้ำอย่างโรงแรมและภัตตาคาร และปลายน้ำคือค้าปลีกและบริการ เพื่อให้ประสบการณ์นักท่องเที่ยวมีความพรีเมียมและสอดคล้องกับแนวทาง Healing is the New Luxury.

มหกรรม Food & Hospitality Thailand ผนึกสี่สมาคมยกระดับท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

เชื่อม 4 งานใหญ่ สร้างแพลตฟอร์มธุรกิจครบวงจร

งาน Food & Hospitality Thailand 2026 ไม่ได้จัดแบบเดี่ยว หากเชื่อม 3 งานสำคัญเข้าเป็นแพลตฟอร์มเดียว ได้แก่ Hotel & Shop Plus Thailand ที่เน้นโซลูชันโรงแรมอัจฉริยะ สิ่งอำนวยความสะดวก สปา สิ่งทอ ทำความสะอาด และการออกแบบตกแต่งอาคารเชิงพาณิชย์, HOTELEX Thailand ที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุปกรณ์ครัว บรรจุภัณฑ์ และการบริการ พร้อมโซนแฟรนไชส์ธุรกิจอาหาร และ Agri Plus Expo โดยกรมการค้าต่างประเทศที่เข้ามาเชื่อมสินค้าเกษตร นวัตกรรมอาหาร และผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับผู้ซื้อเป็นครั้งแรก. การรวมสี่งานใหญ่นี้เข้าด้วยกันในช่วงวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทำให้พื้นที่จัดงานกลายเป็นจุดตัดของซัพพลายเชนธุรกิจท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่ไร่นาไปจนถึงห้องพักและโต๊ะอาหาร.

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Value over Volume สู่รายได้ยั่งยืน

แก่นสำคัญของมหกรรมครั้งนี้คือการตอบรับยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ที่มุ่งเปลี่ยนธุรกิจท่องเที่ยวไทยจากการแข่งขันด้านจำนวนคน มาเป็นการแข่งขันด้วยคุณภาพและมูลค่าประสบการณ์ของนักเดินทาง. ผู้จัดงานเชื่อมแนวคิดนี้เข้ากับกระแส “Healing is the New Luxury” ผ่าน 4 แกนหลักของภาครัฐ ได้แก่ อีเวนต์ระดับโลก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Longevity) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู โดยตั้งเป้าปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.5–1.55 ล้านล้านบาทจากธุรกิจท่องเที่ยวไทย. นี่ไม่ใช่ตัวเลขเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่คือเป้าหมายที่บังคับให้โรงแรมและภัตตาคารต้องยกระดับมาตรฐาน เพิ่มองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความปลอดภัย ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกต้องหันมาใช้ AI, Data Analytics และ Smart Supply Chain เพื่อสร้างการเติบโตที่มีความยั่งยืนในระยะยาว.

สัมมนา ข้าวแกง ซอฟต์พาวเวอร์ และอนาคตธุรกิจท่องเที่ยวไทย

จุดที่สะท้อนมุมมองเชิงลึกของงานนี้อย่างชัดเจนคือชุดกิจกรรมสัมมนาและเวิร์กช็อป ที่ออกแบบมารองรับทั้งผู้ประกอบการรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ในธุรกิจท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่ AHRA Seminar 2026 ที่รวมผู้นำสมาคมโรงแรมจากไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพื่อพูดคุยทิศทางอุตสาหกรรมบริการของเอเชียในหัวข้อ “Hospitality Industry Direction: Where Asian Hospitality is Going and How We Get There” และ “NEXT GEN HOSPITALITY: How Hotels Can Prepare for Tomorrow’s Guests” ไปจนถึงเวที “Next-Gen Retail Masterclass 2026: ถอดสูตรลับ AI, Space Management และ Merchandising กลยุทธ์ที่จะพลิกโฉมค้าปลีกยุคใหม่เติบโตยั่งยืน” ที่ดึงผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจค้าปลีกชั้นนำมาร่วมแลกเปลี่ยน. ไฮไลต์อีกด้านคือกิจกรรม “เส้นทางข้าวแกงเพื่อการท่องเที่ยว” และ “อนาคตข้าวแกงไทยในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว” ซึ่งใช้เมนูพื้นบ้านอย่างข้าวแกงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ของประเทศ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านนโยบายท่องเที่ยวร่วมให้มุมมองแก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจ. งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้ประกอบการชาวไทยและภูมิภาคได้มากกว่า 30,000 คน ซึ่งสะท้อนแรงส่งของมหกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากยอดคนเดิน แต่จากคุณค่าที่ส่งต่อไปทั้งระบบธุรกิจ.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!