จากมรดกรสชาติสู่ยุทธศาสตร์ชาติ: ทำไมอาหารถิ่นจึงสำคัญ
โครงการยกระดับอาหารท้องถิ่นไทยคือความพยายามของภาครัฐในการฟื้นฟูมรดกอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการเลือนหาย ควบคู่กับการต่อยอดวัตถุดิบและเมนูพื้นบ้านให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านท่องเที่ยวอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชน ผ่านมาตรฐานรับรอง ร้านต้นแบบ และกิจกรรมแข่งขันทำอาหารในตลาดต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงวงจรตั้งแต่แหล่งผลิต วัตถุดิบ ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
จุดตั้งต้นของยุทธศาสตร์นี้คือภาพลักษณ์ด้านอาหารที่แข็งแรงในเวทีโลก เมื่อรายงาน Global Soft Power Index ระบุว่าอาหารของประเทศนี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 7 ของโลก นี่ไม่ใช่เพียงคะแนนเชิงสัญลักษณ์ แต่คือสัญญาณว่ารสชาติและวัฒนธรรมอาหารกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ หากบริหารดี อาหารท้องถิ่นไทยจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรม แต่กลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ทั้งในรูปแบบท่องเที่ยวอาหาร การส่งออกวัตถุดิบ และแบรนด์ร้านอาหารมาตรฐาน
The Lost Taste: ฟื้นมรดกอาหารถิ่น สร้างเรื่องเล่าการท่องเที่ยวอาหาร
โครงการ “รสชาติ...ที่หายไป” หรือ The Lost Taste ภายใต้แนวคิด “มรดกที่มีชีวิต” คือการประกาศชัดว่ามรดกอาหารถิ่นไม่ควรถูกแช่แข็งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ต้องกลับมามีชีวิตบนโต๊ะอาหารร่วมสมัย โครงการนี้มุ่งฟื้นและรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารท้องถิ่นที่กำลังจะสูญหายจำนวนมาก เพื่อรักษาสูตร เรื่องเล่า และภูมิปัญญาของชุมชนให้เดินต่อได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่
การกำหนดมาตรฐาน Thailand Best Local Food แยกหมวดคลาสสิกและหมวดสร้างสรรค์ คือสัญญาณว่ารัฐบาลรับรู้ว่าอัตลักษณ์และนวัตกรรมต้องเดินคู่กัน มาตรฐานนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวอาหาร (gastronomy tourist) ว่าเมนูที่เขาเดินทางไปชิมมีทั้งรากฐานดั้งเดิมและคุณภาพที่ตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน การเตรียมนำร่องถ่ายทอดมรดกรสชาติผ่านร้านต้นแบบ 5 แห่งในเดือนกันยายน 2569 ก็สะท้อนแนวคิดที่ถูกต้อง นั่นคือใช้ร้านอาหารเป็น “ห้องเรียนมีชีวิต” ให้คนเมือง นักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ได้ชิม เรียนรู้ และจ่ายเงินสนับสนุนชุมชนในจานเดียว
GI Journey และอาหารระดับ Fine Dining: เมื่อสินค้า GI ไทยขึ้นโต๊ะหรู
หาก The Lost Taste คือการปกป้องสูตรอาหาร กิจกรรม “GI Journey: Taste Map of Thailand” คือการพาวัตถุดิบพื้นถิ่นขึ้นไปสู่ตลาดระดับบน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดกิจกรรมนี้ที่ร้านอาหาร KHAAN ในกรุงเทพฯ เพื่อนำสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไทยเข้าสู่โลกอาหารระดับพรีเมียม ผ่านเมนู Fine Dining และการเล่าเรื่องราวของแหล่งกำเนิดและอัตลักษณ์วัตถุดิบ
หัวใจของแนวคิดนี้คือการพิสูจน์ว่า “สินค้า GI ไทยไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบคุณภาพ แต่สามารถกลายเป็นประสบการณ์ด้านอาหารที่มีมูลค่าสูง” เมื่อหอยนางรมสุราษฎร์ธานีถูกจับคู่กับมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วในเมนูต้มข่า หรือปลากุเลาเค็มตากใบถูกตีความใหม่ในจานคะน้าปลาเค็ม เม็ดเงินจากโต๊ะอาหารระดับ Fine Dining ก็มีโอกาสไหลย้อนกลับสู่ชุมชนผู้ผลิตโดยตรง กิจกรรมนี้ยังดึงสื่อ นักวิจารณ์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารมาร่วมชิมอย่างคึกคัก ซึ่งช่วยขยายการรับรู้สินค้า GI ให้กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในกระแสท่องเที่ยวอาหารและมรดกอาหารถิ่น
Thai SELECT และการแข่งขันทำอาหาร: ซอฟต์พาวเวอร์ที่ใช้ความสนุกเป็นสะพาน
ในขณะที่ฝั่งหนึ่งยกระดับวัตถุดิบ GI ไปสู่โต๊ะหรู อีกฝั่งหนึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำลังใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นอาวุธสำคัญในตลาดต่างประเทศ การจัดการแข่งขันทำอาหารไทยที่ 1906 Young Town Plaza เมืองกวางโจว เพื่อถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “Wo Ai Fan Xun Wei ตามหาความอร่อย” คือการผูกความบันเทิงเข้ากับการสร้างแบรนด์ Thai SELECT แบรนด์ ให้เข้าถึงผู้บริโภควงกว้างผ่านสื่อทีวีและสื่อสังคมออนไลน์
รูปแบบการแข่งขันที่เปิดให้เชฟจากร้าน Thai SELECT และเชฟท้องถิ่นที่มีประสบการณ์ด้านอาหารไทยลงสนามร่วมกัน ทำให้ผู้ชมเห็นตั้งแต่การเลือกเครื่องปรุง วิธีปรุง ไปจนถึงความพิถีพิถันของรสชาติแบบไทยอย่างใกล้ชิด ผลลัพธ์คือผู้บริโภครู้จักอาหารไทยและร้าน Thai SELECT มากขึ้น และถูกกระตุ้นให้เข้าร้านในชีวิตจริง “กิจกรรมครั้งนี้ช่วยสร้างการรับรู้ กระตุ้นให้มีการบริโภคอาหารไทย และรู้จักร้านอาหาร Thai SELECT เพิ่มมากขึ้น” สำคัญกว่านั้น ทูตพาณิชย์ยังมีแผนเดินหน้าขยายการรับรู้ผ่าน KOL และอินฟลูเอนเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ซอฟต์พาวเวอร์จากจานอาหารติดตลาดระยะยาว
Gastronomy Tourism: เมื่อรายได้ไหลกลับชุมชนได้หรือไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์นโยบาย
เมื่อจับภาพรวมจะเห็นว่ารัฐบาลกำลังต่อจิ๊กซอว์ตั้งแต่มรดกอาหารถิ่น Thai SELECT แบรนด์ ไปจนถึงสินค้า GI ไทย ให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ Gastronomy Tourism แบบครบวงจร การนำความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นมานำเสนอใหม่ไม่เพียงอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่ยังสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวลึกซึ้ง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน การผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อาหารผ่านสื่อโทรทัศน์และแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศก็ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ธุรกิจอาหารไทยในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้จะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเกิดสายโซ่มูลค่าที่เป็นธรรมระหว่างผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร และนักท่องเที่ยวอาหารท้องถิ่นไทย หากร้าน Fine Dining ใช้วัตถุดิบ GI แต่ราคาที่ชุมชนได้รับไม่เพิ่มขึ้น หรือร้าน Thai SELECT เติบโตแต่ไม่เชื่อมโยงกับผู้ผลิตต้นทาง แผนสวยอาจกลายเป็นเพียงคำนิยม การบ้านต่อไปคือการออกแบบมาตรการให้รายได้ไหลย้อนกลับสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ข้อตกลงซื้อขายระยะยาว การเล่าเรื่องที่ให้เครดิตชุมชนในทุกจาน และการใช้ข้อมูลมาตรฐานคุณภาพมารับรองความยั่งยืนของมรดกอาหารถิ่นอย่างแท้จริง
