ทำไมน้ำท่วมจึงเสี่ยงต่อเด็กมากกว่าที่คิด
การป้องกันจมน้ำเด็กในช่วงน้ำท่วมและกิจกรรมเล่นน้ำคือการเตรียมตัวและควบคุมความเสี่ยงรอบตัวเด็กอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการดูแลใกล้ชิด การหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง การรู้กติกาความปลอดภัยน้ำ และการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยไม่คาดคิด ผู้ปกครองต้องมองน้ำทุกแอ่งเป็นพื้นที่อันตราย ไม่ใช่สนามเด็กเล่นชั่วคราว ความจริงที่ต้องยอมรับคือ การจมน้ำมาพร้อมทุกครั้งที่มีน้ำท่วมและการเล่นน้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีการรวมตัวไปเล่นน้ำริมคลองหรือแม่น้ำ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงจมน้ำอย่างมาก และมีเหตุเด็กจมน้ำจากการเล่นน้ำท่วมให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งสถานการณ์น้ำเปลี่ยนเร็ว เด็กเล็กยิ่งไม่มีโอกาสเอาตัวรอด ผู้ปกครองที่คิดว่าน้ำตื้นหรือนิ่งจึงปล่อยให้เล่นได้ กำลังเสี่ยงเอาชีวิตลูกไปแลกกับความสนุกไม่กี่นาที

กฎทองของผู้ปกครอง: เฝ้าดูใกล้ชิด ห้ามปล่อยเล่นน้ำลำพัง
หัวใจของการป้องกันจมน้ำเด็กไม่ใช่อุปกรณ์ราคาแพง แต่คือ “สายตาและสติ” ของผู้ใหญ่ ถ้าน้ำอยู่ใกล้ เด็กต้องไม่อยู่คนเดียว ในช่วงน้ำท่วม หน่วยงานด้านสาธารณสุขย้ำชัดว่าผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ห้ามปล่อยให้เด็กออกไปเล่นน้ำตามลำพัง หรือเล่นน้ำบนถนนเด็ดขาด เพราะอันตรายถึงชีวิตอาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที แนวคิดว่าเห็นเด็กหัวโผล่ เสียงยังดังอยู่ แปลว่ายังไม่เป็นไร เป็นความเข้าใจผิด การจมน้ำของเด็กมักเงียบ ใช้เวลาไม่กี่นาที และเกิดได้แม้น้ำจะดูตื้นหรือไหลไม่แรง ระดับน้ำและกระแสน้ำสามารถเปลี่ยนเร็วโดยไม่มีสัญญาณล่วงหน้า ผู้ปกครองจึงต้องหลีกเลี่ยงการให้เด็กเดิน ลุยน้ำ หรือเล่นน้ำในช่วงน้ำหลากทุกกรณี แม้จะอยู่หน้าบ้านตัวเองก็ตาม

5 ขั้นตอนรับมือเหตุฉุกเฉินเมื่อน้ำเริ่มล้อมบ้าน
เมื่อระดับน้ำเริ่มสูง การรับมือน้ำท่วมต้องมีแผนชัด ไม่ใช่รอให้วิกฤตแล้วค่อยคิด องค์กรด้านเด็กเสนอ 5 ข้อสำคัญสำหรับผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กเพื่อใช้เป็นแนวทางรับมือภัยฉุกเฉิน หนึ่ง ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ให้เด็กอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการอพยพทันทีที่มีสัญญาณเตือน สอง ระวังการจมน้ำ อุบัติเหตุ และอันตรายจากไฟฟ้า ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วมตามลำพัง หากน้ำเข้าใกล้ปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามสัมผัสขณะยืนอยู่ในน้ำ และควรตัดกระแสไฟจากจุดที่แห้งหรือขอเจ้าหน้าที่ช่วย สาม ระวังสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษ ตรวจห้องน้ำ รองเท้า เสื้อผ้า และมุมอับก่อนให้เด็กใช้ สี่ เตรียมถุงฉุกเฉินสำหรับเด็กและครอบครัวให้หยิบได้ทันเวลา ห้า ติดตามข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และอธิบายสถานการณ์ให้เด็กรู้โดยไม่ทำให้หวาดกลัวเกินไป

มาตรการป้องกันก่อนเสี่ยงจมน้ำ: ทั้งตอนเล่นน้ำและเมื่อน้ำท่วม
การป้องกันจมน้ำเด็กและดูแลความปลอดภัยน้ำเริ่มตั้งแต่การตัดสินใจไม่ให้เด็กเข้าใกล้น้ำที่ไม่ปลอดภัย ก่อนอื่น เลิกมองน้ำท่วมเป็นฉากทำคอนเทนต์หรือที่เล่นแปลกใหม่ การลากเด็กนั่งอ่างไปตามถนนที่มีน้ำท่วมขัง เสี่ยงคว่ำ ชนสิ่งกีดขวาง หรือตกท่อและหลุมบ่อที่ถูกน้ำบดบังได้ง่าย ย้ำให้เด็กห้ามเล่นน้ำกลางถนนหรือใกล้แหล่งน้ำในช่วงน้ำหลากโดยเด็ดขาด ด้านสุขภาพ น้ำท่วมพาเอาโรคฉี่หนู โรคอุจจาระร่วง โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง เชื้อรา น้ำกัดเท้า การอักเสบติดเชื้อจากแบคทีเรีย และโรคตาแดงมาด้วย แนวทางที่ควรทำคือ หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ หากจำเป็นต้องลุยให้สวมรองเท้าบูทกันน้ำแบบสูง ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ผึ่งรองเท้าและถุงเท้าให้แห้ง อาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน และหลีกเลี่ยงการดื่มหรือใช้น้ำสกปรก เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ

ปรับกติกาความปลอดภัยให้เหมาะกับวัยของเด็ก
กฎเดียวใช้กับเด็กทุกวัยไม่ได้ ผู้ปกครองต้องปรับการป้องกันจมน้ำเด็กให้เหมาะกับพัฒนาการ เด็กเล็กต้องอยู่ในระยะเอื้อมมือถึงตลอดเวลา ไม่ปล่อยเดินลุยน้ำ หรืออยู่ใกล้น้ำท่วมแม้ชั่วครู่เดียว เพราะแม้แต่น้ำระดับตื้นก็ทำให้เด็กเสียหลักและสำลักได้ทันที เด็กโตอาจช่วยให้รับผิดชอบตัวเองมากขึ้นได้ แต่ยังต้องมีผู้ใหญ่คอยกำกับและตั้งขอบเขตชัดเจน เช่น ห้ามลงเล่นน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเข้าใกล้ปลั๊กไฟหรือเสาไฟที่เปียกน้ำ ที่สำคัญ ผู้ปกครองควรอธิบายสถานการณ์น้ำท่วมและกติกาความปลอดภัยด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจได้ และรับฟังความรู้สึกของเด็ก ไม่ปล่อยให้เด็กรับชมภาพหรือข่าวที่สร้างความหวาดกลัวซ้ำไปซ้ำมา เมื่อผู้ใหญ่ให้ความสำคัญทั้งความปลอดภัยทางร่างกายและสภาพใจของเด็ก เด็กจะร่วมมือ ปรับตัว และปฏิบัติตามกติกาความปลอดภัยน้ำได้ดีกว่า คำกล่าวที่ควรจำคือ การรับมือน้ำท่วมที่ดีต้องให้ความปลอดภัยและความต้องการของเด็กเป็นหัวใจสำคัญในทุกขั้นตอน





