รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว

รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว
ความสนใจ|การเลือกซื้อรถพลังงานใหม่

รถไฟฟ้าพาณิชย์กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยดีลฟลีท ไม่ใช่โชว์รูม

รถไฟฟ้าพาณิชย์ คือการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานในธุรกิจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ฟลีทรถรับส่งผู้โดยสาร แท็กซี่ ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าโลจิสติกส์ สำหรับขนส่งสินค้าในเมืองและระหว่างคลัง โดยมีเป้าหมายทั้งด้านต้นทุน การแข่งขัน และการลดมลพิษในระบบนิเวศการเดินทางของเมืองสมัยใหม่ในระยะยาว. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นชัดเจนคือ รถไฟฟ้าพาณิชย์ไม่ได้เดินหน้าเพราะผู้ขับหรือผู้ประกอบการรายย่อยไปซื้อรถเอง แต่โตเพราะพันธมิตร EV ธุรกิจ ทำดีลครั้งละหลายสิบคันเพื่อขยายเครือข่าย EV ให้พร้อมใช้งานบนแพลตฟอร์มเรียกรถและโครงข่ายโลจิสติกส์ การเคลื่อนตัวแบบนี้ทำให้เราเห็นภาพว่า “เกมใหญ่” อยู่ที่ใครจับมือกับใคร มากกว่ารถรุ่นไหนขายดีในโชว์รูม และนี่คือการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากผู้บริโภครายบุคคลมาสู่ผู้เล่นเชิงระบบ.

รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว

เมื่อผู้ผลิตจับมือแพลตฟอร์มไรด์ฮิลลิง: BYD–LINE MAN และ GAC Aion–Grab

ดีลระหว่างผู้ผลิตรถไฟฟ้าและแพลตฟอร์มเรียกรถกำลังกลายเป็นสูตรสำเร็จของการขยายเครือข่าย EV. BYD ประเทศไทยส่งมอบ BYD Dolphin ให้กับ LINE MAN เพื่อใช้ในบริการเช่ารถสำหรับคนขับ LINE MAN RIDE และประกาศชัดว่าต้องการสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ยั่งยืน พร้อมรองรับความต้องการรถไฟฟ้าที่โตเร็วทั้งฝั่งผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับ. โมเดลนี้ไม่ใช่เพียงส่งรถ แต่เปิดช่องทางให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้นผ่านการเช่าขับเต็มเวลาแทนการซื้อทันที. ขณะเดียวกัน GAC Aion Thailand จับมือ CLVG, Grab และ ICBC ส่งมอบรถไฟฟ้า 100 คันเข้าสู่ระบบ Ride-Hailing เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ผู้ขับและขยายระบบนิเวศการเดินทางพลังงานสะอาด. คำกล่าวที่น่าจับตาคือ “GAC Aion มียอดจดทะเบียนรถแท็กซี่ไฟฟ้า 1,416 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดกว่า 61%” ซึ่งแสดงว่าการบุกผ่านฟลีทแท็กซี่และไรด์ฮิลลิงไม่ได้เป็นแค่ภาพประชาสัมพันธ์ แต่เปลี่ยนโครงสร้างตลาดแท็กซี่อย่างเป็นรูปธรรม.

รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว

จากผู้โดยสารถึงคนขับ: ใครได้อะไรจากฟลีทรถไฟฟ้า

เมื่อรถไฟฟ้าเข้าไปอยู่ในระบบเรียกรถและแท็กซี่ สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่ชนิดพลังงาน แต่คือประสบการณ์เดินทางทั้งระบบ. ฝั่งผู้โดยสาร ได้ทางเลือกการเดินทางพลังงานสะอาดที่เงียบ ลดควันดำ และสอดคล้องกับเป้าหมายสิ่งแวดล้อมในเมือง โดย BYD และ LINE MAN ระบุว่า BYD Dolphin ถูกใช้เพื่อ “ยกระดับทางเลือกการเดินทางพลังงานสะอาด” และตอบรับความต้องการใช้รถไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในกลุ่มผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับบนแพลตฟอร์ม. ส่วนฝั่งคนขับ การที่ผู้ผลิตและพันธมิตรรถเช่าจัดแพ็กเกจเช่าขับและมีสถาบันการเงินอย่าง ICBC ร่วมสนับสนุนสินเชื่อในดีล GAC–CLVG–Grab ช่วยลดกำแพงเงินก้อนและความเสี่ยงจากการถือครองรถเอง. ฟลีท EV จึงทำให้คนขับรายย่อยเข้าระบบได้ด้วยต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า ในขณะที่ยังได้ใช้เทคโนโลยีใหม่และโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจนมากขึ้น.

รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว

รถไฟฟ้าโลจิสติกส์: เมื่อการขนส่งสินค้าเริ่มคิดแบบฟลีท EV

อีกด้านที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือยานยนต์ไฟฟ้าโลจิสติกส์ ซึ่งกำลังเริ่มขยับจากการทดลองไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์จริง. PrimeMobility ส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้าแบบ 4 ล้อจำนวน 3 คันให้แก่ B&J ซึ่งเป็นพันธมิตรโลจิสติกส์ของ SCGJWD เพื่อนำไปใช้งานขนส่งเชิงพาณิชย์และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม. พร้อมกันนั้นยังลงนาม MOU กับ SCGJWD เพื่อนำรถบรรทุกไฟฟ้าแบบ 6 ล้อจำนวน 26 คันมาใช้งาน และหารือการเพิ่มรถบรรทุกไฟฟ้า 4 ล้อเพิ่มเติมในอนาคต. จุดสำคัญคือ PrimeMobility ไม่ได้ขายแต่รถ แต่เสนอบริการครบวงจร ตั้งแต่ช่วยวิเคราะห์งานขนส่ง เลือกประเภทรถ วางแผนโครงข่ายชาร์จ ไปจนถึงบริหารจัดการฟลีทหลังส่งมอบ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่องค์กรส่วนใหญ่เจอเมื่อเริ่มใช้รถไฟฟ้าพาณิชย์ เช่น ความไม่มั่นใจเรื่องรอบวิ่ง การชาร์จ และต้นทุนปฏิบัติการระยะยาว.

ทำไมดีลพันธมิตรคือหัวใจของระบบนิเวศการเดินทางไฟฟ้า

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นชัดว่าการขยายเครือข่าย EV ขึ้นกับเครือข่ายพันธมิตรมากกว่ายอดขายรายคัน. BYD จับมือ LINE MAN เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและรองรับการขยายเครือข่าย EV บนแพลตฟอร์มเรียกรถของตน โดยเปิดทางให้คนขับเข้าถึงรถผ่านโมเดลเช่าและต่อยอดสู่บริการ Green Mobility รูปแบบใหม่. GAC Aion ผูกโยงผู้ผลิตรถ ผู้ให้บริการรถเช่า แพลตฟอร์ม Ride-Hailing และสถาบันการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อตั้งเป้าส่งมอบรถไฟฟ้ารวม 2,000 คันในโครงการกับ CLVG และเดินหน้าสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จและสถานีสลับแบตเตอรี่ภายใต้แนวคิด “ผลิตในประเทศ ให้บริการในประเทศ และเติบโตเคียงข้างประเทศนั้น”. ขณะที่ PrimeMobility แสดงให้เห็นว่าฟลีทรถไฟฟ้าโลจิสติกส์ต้องมาพร้อมบริการที่ช่วยลูกค้าข้ามความเสี่ยงและความไม่รู้ในช่วงเริ่มต้น. สรุปแล้ว ระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีพันธมิตร EV ธุรกิจจับมือกันตั้งแต่โรงงาน ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ไปจนถึงผู้ให้บริการขนส่งและการเงิน ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เล่นรายย่อยลองผิดลองถูกคนเดียว.

รถไฟฟ้าพาณิชย์โตด้วยพันธมิตร ไม่ใช่ผู้ซื้อรายเดี่ยว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!