ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

แบรนด์สกินแคร์พรีเมียมราคาเข้าถึงได้ พลิกนิยามลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่

แบรนด์สกินแคร์พรีเมียมราคาเข้าถึงได้ พลิกนิยามลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่
ความสนใจ|สกินแคร์

Accessible Luxury สกินแคร์ คืออะไร และทำไมถึงสำคัญตอนนี้

Accessible Luxury สกินแคร์ คือสินค้าดูแลผิวที่ให้ภาพลักษณ์และคุณภาพระดับลักชัวรี่ แต่ตั้งราคาให้คนทั่วไป โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องรอให้รวยก่อน สกินแคร์ประเภทนี้มักเน้นส่วนผสมที่มีงานวิจัยรองรับ การออกแบบแบรนด์ที่สะท้อนตัวตน และประสบการณ์การใช้ที่รู้สึกพรีเมียม ขณะเดียวกันยังยึดหลักความคุ้มค่าและความเข้าถึงได้ เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาสูงกับสินค้าดรักสโตร์ ทำให้กลายเป็นประตูสู่โลกบิวตี้ระดับลักชัวรี่ของคนรุ่นใหม่ยุคมองหาคุณภาพมากกว่าชื่อแบรนด์ หัวใจของปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนนิยามคำว่าลักชัวรี่ของผู้บริโภคกลุ่ม Young Consumers วัย 18-35 ปี ซึ่งถูกยืนยันว่าคิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของกำลังซื้อทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสินค้า Accessible Luxury ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดใช้จ่ายสูงกว่าสินค้า Luxury แบบดั้งเดิมถึง 3 เท่า การเติบโตนี้สะท้อนชัดว่า คนรุ่นใหม่ไม่อินกับความหรูหราที่มีแค่ราคาแพงอีกต่อไป แต่ต้องการลักชัวรี่ที่จับต้องได้และมีเหตุผลรองรับ

แบรนด์สกินแคร์พรีเมียมราคาเข้าถึงได้ พลิกนิยามลักชัวรี่สำหรับคนรุ่นใหม่

คนรุ่นใหม่บิวตี้ กับพฤติกรรม Smart Indulgence ที่เขย่าตลาดสกินแคร์

การเติบโตของสกินแคร์ราคาเข้าถึงได้ในกลุ่มลักชัวรี่เกิดจากทัศนคติใหม่ของคนรุ่นใหม่บิวตี้ต่อการใช้จ่าย พวกเขาไม่ได้มองลักชัวรี่ผ่านแค่ป้ายราคาและโลโก้ แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์ การสะท้อนตัวตน และความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น จนเกิดพฤติกรรมที่ถูกเรียกว่า Smart Indulgence หรือการตามใจตัวเองแบบมีเหตุผล เลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และผลลัพธ์ Young Consumers วัย 18-35 ปี รวมทั้ง Millennials และ Gen Z จึงกลายเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของตลาด Accessible Luxury ทั้งแฟชั่นและบิวตี้ และถูกมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ การค้าปลีก และเทรนด์การใช้จ่ายในปัจจุบัน ในฝั่งบิวตี้เอง สินค้า Accessible Luxury ถูกมองเป็น Luxury Entry Point หรือจุดเริ่มต้นเข้าสู่โลกลักชัวรี่ของคนรุ่นใหม่ เพราะให้ความรู้สึกพรีเมียมในราคาที่จับต้องง่ายกว่ากระเป๋า รองเท้า หรือเครื่องประดับ การเลือกซื้อจึงโยกไปอยู่ที่หมวดเครื่องสำอางและสกินแคร์มากขึ้น

Accessible Luxury ในสกินแคร์ โตแรงแต่แบรนด์ดังยังครองความเชื่อถือ

แม้คนรุ่นใหม่จะเปิดรับแบรนด์ใหม่ๆ แต่ในหมวดสกินแคร์ พลังของชื่อแบรนด์และความน่าเชื่อถือยังมีอิทธิพลสูงอย่างชัดเจน ผลคือแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกและแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานานยังครองตำแหน่ง Top-of-Mind และเป็นแบรนด์ขายดีอันดับต้นๆ ในกลุ่มสกินแคร์ Accessible Luxury นี่คือความย้อนแย้งที่น่าสนใจ คนรุ่นใหม่ต้องการราคาที่เข้าถึงได้ แต่ก็ยังยึดโยงกับตราประทับความน่าเชื่อถือจากชื่อแบรนด์เดิมอยู่ดี ข้อมูลสะท้อนว่า ยอดขายสินค้า Accessible Luxury ในกลุ่ม Beauty ของคนรุ่นใหม่เติบโตถึง 1.5 เท่า และในหมวดเครื่องสำอางเติบโตสูงถึง 2 เท่า แต่เมื่อแยกมาดูฝั่งสกินแคร์ การแข่งขันกลับอยู่ที่การผสมผสานชื่อแบรนด์ที่คุ้นเคยกับราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์รุ่นใหม่จากหลายประเทศเข้ามาเล่นเกมเดียวกัน ถ้าใครทำให้รู้สึกว่าจ่ายเท่าเดิมแต่ได้คุณภาพและอัตลักษณ์มากกว่า ก็มีโอกาสชนะใจผู้บริโภคกลุ่มนี้

กรณีศึกษา Dr.PONG เมื่อแบรนด์วิจัยจริงแต่ราคาคุ้มค่าคว้าใจ Gen Z

ภาพของ Accessible Luxury สกินแคร์ไม่ได้เกิดจากแบรนด์ต่างชาติเท่านั้น แต่ยังมีตัวอย่าง Local Brand ที่ใช้กลยุทธ์คล้ายกันอย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นคือแบรนด์ Dr.PONG ที่เริ่มต้นจากชื่อผู้ก่อตั้ง และค่อยๆ ขยายตัวจากประสบการณ์จริงในช่วงโควิด เมื่อคลินิกต้องปิดและคนใส่แมสก์เป็นสิวจำนวนมาก จึงเกิดไอเดียทำแมสก์จากเส้นใยป้องกันสิว เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง ผู้ก่อตั้งย้ำว่ากุญแจสำคัญคือการใช้ส่วนประกอบที่มีงานวิจัยรองรับ ใช้แล้วเห็นผล พร้อมลงทุนในสารที่ราคาสูงกว่าคู่แข่ง แต่ตั้งราคาที่จับต้องได้ ทำให้สินค้ากว่า 200 รายการเติบโตต่อเนื่อง และต่อยอดไปสู่การตั้งสกิน รีเสิร์ช แล็บ เพื่อวิจัยสารที่เหมาะกับผิวคนท้องถิ่นโดยเฉพาะ นี่คือรูปแบบ Accessible Luxury แบบเน้นวิทยาศาสตร์และดาต้า ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่บิวตี้ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าคำโฆษณา

อนาคตตลาดสกินแคร์ราคาเข้าถึงได้ ลักชัวรี่ที่ต้องมีเหตุผลรองรับ

เมื่อคนรุ่นใหม่ถือกำลังซื้อกว่า 60% ของโลก และใช้จ่ายใน Accessible Luxury สูงกว่าลักชัวรี่แบบเดิมถึง 3 เท่า การเมินกลยุทธ์สกินแคร์ราคาเข้าถึงได้เท่ากับยอมหลุดจากเรดาร์ผู้บริโภคยุคใหม่ แบรนด์ที่ยังยึดติดกับภาพจำว่าลักชัวรี่ต้องแพงและหาซื้อยากกำลังเสี่ยงถูกแทรกแซงโดยผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้าใจว่าลักชัวรี่ในยุคนี้คือการให้คุณค่าทางอารมณ์ คุณภาพจริง และความเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกัน สำหรับผู้บริโภค การเติบโตของ Accessible Luxury สกินแคร์คือข่าวดี เพราะหมายถึงทางเลือกที่มากขึ้นและราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น แต่ภายใต้ตัวเลือกที่หลากหลาย คนรุ่นใหม่ก็ต้องยึดหลัก Smart Indulgence ให้มั่นเช่นกัน คือถามตัวเองทุกครั้งว่า ผลิตภัณฑ์ที่สนใจสะท้อนตัวตนและตอบโจทย์ผิวของเราจริงหรือไม่ มีงานวิจัยรองรับหรือแค่เล่นกับกระแส ถ้าแบรนด์ไหนตอบคำถามเหล่านี้ได้พร้อมราคาเข้าถึงได้ แบรนด์นั้นแหละคือ Accessible Luxury ที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่แค่ลักชัวรี่ในนาม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!