ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว

Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว
ความสนใจ|Hi-Fi Audio

Sonos Ultra Ecosystem คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อคนรักเสียง

Sonos Ultra Ecosystem คือชุดผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ระบบเสียงที่รวม Sonos 27 ลำโพง Sonos Beam Ultra และหูฟัง Sonos Ace Ultra เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงแบบไร้รอยต่อทั่วทั้งบ้านและการฟังส่วนตัว โดยใช้ระบบเสียง AI การเชื่อมต่อผ่าน WiFi Bluetooth และการควบคุมผ่านแอปและผู้ช่วยอัจฉริยะ ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการเพลง ภาพยนตร์ และบรรยากาศเสียงได้อย่างยืดหยุ่นและฉลาดสอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคดิจิทัล วันนี้บริษัทได้เปิดตัว Sonos 27 ระบบปฏิบัติการเสียงเวอร์ชันล่าสุดที่พัฒนามานานกว่าสองทศวรรษ พร้อม Beam Ultra และ Sonos Ace Ultra ในฐานะสมาชิกใหม่ของระบบเสียงเดียวกัน จุดที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่คือแนวคิดว่าบ้านควรมีระบบปฏิบัติการเสียงเฉพาะตัวตามที่ Tom Conrad ระบุว่า “บ้านสมควรมีระบบปฏิบัติการเสียงที่สร้างขึ้นมาเพื่อบ้านนั้นโดยเฉพาะ” การมองเสียงเป็นโครงสร้างหลักของบ้านแบบนี้ทำให้ Sonos Ultra Ecosystem แตกต่างจากการซื้อซาวด์บาร์หรือหูฟังทีละชิ้นแบบเดิม

Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว

Sonos 27 และระบบเสียง AI ที่เริ่มคิดแทนผู้ใช้

หัวใจของ Sonos Ultra Ecosystem คือ Sonos 27 ระบบปฏิบัติการเสียงที่เน้นระบบเสียง AI เพื่อยกระดับการควบคุมและการกระจายเสียงในบ้าน Sonos 27 มาพร้อมระบบควบคุมด้วย AI แบบใหม่ วิธีการย้ายเสียงไปทั่วบ้านที่หลากหลายขึ้น และแอปที่ออกแบบใหม่ สำหรับคนใช้งานจริง ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือเราเริ่มไม่ต้องคิดเองทุกขั้น ลำโพงและหูฟังจะช่วยจัดการบรรยากาศให้สอดคล้องกับช่วงเวลา Sonos 27voice ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ออกแบบมาเพื่อการคัดสรรเพลงและบรรยากาศเสียงในบ้าน ขณะที่ Sonos 27mcp เปิดทางให้เชื่อมผู้ช่วยหรือเอเจนต์ AI จากภายนอก รวมถึง ChatGPT เข้ากับระบบเสียงได้ ผู้ใช้สามารถสั่งให้ ChatGPT เปิดเพลงในทุกพื้นที่ของบ้านจากโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องออกจากบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ตามคำอธิบายของ Atty Eleti นี่ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์เท่ๆ แต่สะท้อนทิศทางใหม่ที่ระบบเสียงเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน

Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว

Beam Ultra ซาวด์บาร์พรีเมียมและ Sonos Fabric สำหรับโฮมเธียเตอร์ยุคใหม่

สำหรับคนเล่นโฮมเธียเตอร์ Beam Ultra คือคำตอบที่ชัดเจนว่าซาวด์บาร์พรีเมียมสมัยนี้ควรทำได้มากกว่าการเพิ่มเสียงทีวี Sonos Beam Ultra ใช้ไดรเวอร์ที่ออกแบบเฉพาะถึง 9 ตัว รวมไดรเวอร์แบบ Up-firing 2 ตัว เพื่อสร้างระบบเสียง Dolby Atmos แบบ 7.1.2 พร้อมช่องสัญญาณกลางใหม่สำหรับเสียงบทสนทนา AI Speech Enhancement ปรับได้ 4 ระดับ และโหมด Night Sound สำหรับรับฟังในยามค่ำคืน ด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ Sonos Beam Ultra ราคา 32,900 บาทถือว่าตั้งตัวเองไว้อย่างชัดเจนในตลาดซาวด์บาร์พรีเมียม จุดแข็งอีกด้านคือการเป็นศูนย์กลางของระบบลำโพง Sonos โดยสามารถเชื่อมกับ Sub เพื่อเพิ่มเสียงเบส และจับคู่ลำโพงที่รองรับให้ทำหน้าที่เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ด้านหลังได้ พร้อมเทคโนโลยี Trueplay ที่ปรับแต่งเสียงตามลักษณะห้อง และการเชื่อมต่อผ่าน WiFi Bluetooth และ HDMI eARC เมื่อรวมกับ Sonos Fabric ที่ทำให้อุปกรณ์รับรู้กันและกัน ฟีเจอร์อย่าง Sonos Positioning Technology จึงช่วยให้ลำโพงแบบพกพากลายร่างเป็นลำโพงรอบทิศทางด้านหลังเมื่อวางในตำแหน่งที่เหมาะสม บ้านที่เคยต้องเดินสายลำโพงยุ่งยากเริ่มเปลี่ยนเป็นระบบเสียงแบบย้ายตำแหน่งได้ตามการใช้ชีวิต

SpecBeam Ultraภาพรวมโฮมเธียเตอร์
จำนวนไดรเวอร์9 ตัว (Up-firing 2 ตัว)รองรับเสียงรอบทิศทางหลายช่อง
รูปแบบเสียงDolby Atmos 7.1.2ประสบการณ์โฮมเธียเตอร์เต็มเฟรม
การเชื่อมต่อWiFi Bluetooth HDMI eARCยืดหยุ่นต่อทุกแหล่งสัญญาณ
Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว

Sonos Ace Ultra หูฟัง และประสบการณ์ฟังส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับบ้าน

ในฝั่งการฟังส่วนตัว Sonos Ace Ultra หูฟังครอบหูระดับพรีเมียมถูกออกแบบให้ไม่ใช่แค่หูฟังดีๆ แต่เป็นส่วนขยายของระบบลำโพง Sonos Ace Ultra ใช้ไดรเวอร์ขนาด 40 มม. ที่ออกแบบโดยบริษัทเอง ระบบ Adaptive ANC ที่ใช้ไมโครโฟน 10 ตัว และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 35 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC เมื่อดูควบคู่กับราคาระดับ 17,900 บาทและตัวเลือกสีดำ สีขาว สี Agave และสี Sand จะเห็นว่าตั้งใจจับกลุ่มผู้ใช้ที่พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพเสียงและดีไซน์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ จุดที่ทำให้ Ace Ultra แตกต่างคือการทำงานกับระบบ Sonos ผ่าน Headphone Linking ในรูปแบบ Early Access หูฟังสามารถเชื่อมเข้าระบบโดยตรงเพื่อสลับการฟังระหว่างลำโพงใกล้ตัวและหูฟังได้สะดวก และในเวอร์ชันเต็ม Headphone Linking ให้ผู้ใช้กดปุ่มหนึ่งครั้งเพื่อส่งเสียงจากระบบ Sonos ไปยัง Ace Ultra และกดอีกครั้งเพื่อส่งเสียงกลับ โดยไม่ต้องมีโทรศัพท์อยู่ใกล้ ฟีเจอร์ TrueCinema ยังช่วยปรับแต่งเสียงเมื่อรับจากซาวด์บาร์ Sonos ที่รองรับ พร้อมพอร์ต USB-C และช่องเสียบ 3.5 มม. ภาพรวมคือหูฟังที่ไม่ตัดขาดจากบ้าน แต่ดึงเสียงจากโฮมเธียเตอร์มาอยู่กับเราได้ทุกมุม

Sonos Ultra Ecosystem ยกระดับระบบเสียง AI สำหรับบ้านและการฟังส่วนตัว

ทิศทางข้างหน้า ราคาพรีออเดอร์ และความหมายต่อคนเล่นเสียง

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มลำโพง Sonos 27 หรือซาวด์บาร์ใหม่เข้าตลาด แต่คือการวางรากฐานให้บ้านกลายเป็นระบบเสียงที่มีระบบปฏิบัติการและระบบเสียง AI คอยดูแล Sonos Fabric เชื่อมอุปกรณ์ให้รับรู้กันเอง Headphone Linking ทำให้การย้ายเสียงจากห้องนั่งเล่นมาสู่หูฟังเป็นเรื่องของการกดปุ่มเดียว และการผสานกับ ChatGPT ทำให้ระบบเสียงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารและงานดิจิทัลในแต่ละวัน ในด้านการวางจำหน่าย Beam Ultra และ Sonos Ace Ultra เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ผ่านช่องทางออนไลน์ sonosthailand.com และสโตร์ของตัวแทนจำหน่าย Sonos Ace Ultra จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 กันยายน ส่วน Beam Ultra จะเริ่มในวันที่ 31 ตุลาคม ขณะที่ Sonos 27 จะทยอยเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน พร้อมฟีเจอร์ใหม่ทั้งการกระจายเสียงและการใช้งานลำโพงพกพาเป็นระบบเสียงรอบทิศทาง รวมถึงเมนูนำทางที่ออกแบบใหม่ สำหรับคนรักเพลงและภาพยนตร์ นี่คือช่วงเวลาที่ควรประเมินว่าถึงเวลาเปลี่ยนจากระบบเสียงแยกชิ้นมาเป็นระบบเสียงแบบมี “สมองกลาง” หรือยัง เพราะทิศทางของ Sonos Ultra Ecosystem บอกชัดว่าการฟังในอนาคตจะไม่แยกจากบ้านและระบบ AI อีกต่อไป

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!