คอนโด 35 ตร.ม. ที่แบ่งเป็นสองห้องนอนจนแน่น อาจแก้ด้วยการทำให้พื้นที่ใช้ร่วมกันต่อเนื่องขึ้น แต่เราไม่แนะนำให้เริ่มจากทุบผนังค่ะ ลองเช็กก่อนว่าห้องนอนเล็กกับครัวปิดยังจำเป็นไหม และจัดเฟอร์นิเจอร์แบบขยับได้ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนผังถาวร กรณีตัวอย่างห้อง 35 ตร.ม. ได้โถงใช้งานเกือบ 18 ตร.ม. หลังปรับผัง แต่ตัวเลขนี้เป็นผลจากแปลนเฉพาะห้อง ไม่ใช่สูตรสำเร็จของทุกยูนิต
เช็กก่อนว่าห้องนอนเล็กยังมีงานที่ต้องทำไหม
กรณีนี้เจ้าของอยู่คนเดียว แต่ผังเดิมแบ่งเป็นสองห้องนอนและครัวปิด พื้นที่ห้องนอนเล็กกับครัวรวมกันกินไปกว่า 7 ตร.ม. เราคิดว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ห้องมีผนังกี่ด้าน แต่คือแต่ละโซนถูกใช้จริงบ่อยแค่ไหนค่ะ
ก่อนคิดรื้อ ลองจดว่าห้องเล็กเป็นที่นอนประจำของใคร เป็นห้องทำงาน หรือเป็นห้องรับแขกที่ต้องใช้บ่อยไหม ถ้ามีคนใช้จริง การได้โถงใหญ่ขึ้นอาจแลกกับความเป็นส่วนตัวที่หายไป แต่ถ้าห้องนั้นกลายเป็นที่วางของ ลองย้ายของเข้าตู้และทดลองจัดโต๊ะหรือเตียงใหม่ก่อน เพื่อดูว่าชีวิตประจำวันดีขึ้นหรือไม่

ภาพพื้นที่เล็กที่มีโซฟา โต๊ะทำงาน และบานกั้นอยู่ใกล้กันเตือนเราว่า การใช้พื้นที่ร่วมกันไม่ได้แปลว่าต้องลบทุกขอบเขตออกไปเสมอไปค่ะ คนเช่าควรหยุดที่การจัดเฟอร์นิเจอร์แบบเคลื่อนย้ายได้ และถามเจ้าของห้องก่อนแตะสิ่งติดตั้งถาวร
ถ้าจะเปิดโถง จัดทางเดินกับครัวก่อนวางเกาะกลาง
ผังที่ปรับแล้ววางครัวเป็นแนวเดียวใกล้ทางเข้า เรียงตู้เย็น เตา และซิงก์ไว้ด้วยกัน ใช้เกาะกลางเป็นที่กินข้าว และย้ายโต๊ะทำงานไปใต้หน้าต่างตรงตำแหน่งห้องเล็กเดิม ส่วนตู้เก็บของบิลต์อินสูงถึงเพดานกระจายไว้สามจุด จุดที่เราชอบคือรวมของใช้งานไว้ตามแนวขอบ แล้วเหลือพื้นตรงกลางเป็นผืนเดียว ไม่ใช่แค่เอาผนังออกแล้วเติมเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่แทน

ก่อนทำเกาะกลางหรือโต๊ะติดผนัง ลองใช้โต๊ะเดิมวางตำแหน่งนั้นชั่วคราว แล้วเดินจากประตูไปห้องน้ำ ห้องนอน และระเบียงตามปกติ ดูด้วยว่าเปิดตู้เย็น ดึงเก้าอี้ และเดินสวนกันได้หรือไม่ ถ้าต้องเบี่ยงหลบทุกครั้ง ให้ลดขนาดหรือย้ายตำแหน่งก่อนสั่งทำค่ะ
ครัวเปิดมีข้อแลกเปลี่ยนชัดเจน กลิ่นและละอองจากการทำอาหารกระจายเข้าพื้นที่นั่งเล่นได้ง่ายขึ้น ถ้าทำอาหารทอดหรือผัดบ่อย เราจะให้ความสำคัญกับระบบดูดอากาศและการระบายกลิ่นก่อนความรู้สึกโล่ง หรือคงประตูกั้นครัวไว้ถ้าการใช้งานจริงเหมาะกว่า
อย่าตัดสินผนังจากสายตา ขอแบบและถามผู้รับผิดชอบก่อน
พระราชบัญญัติอาคารชุด มาตรา 15 (3) ระบุว่าโครงสร้างและสิ่งก่อสร้างเพื่อความมั่นคงหรือป้องกันความเสียหายต่อตัวอาคารเป็นทรัพย์ส่วนกลาง ไม่ได้แปลว่าผนังกั้นทุกแผงในทุกห้องเป็นผนังโครงสร้าง แต่เราจะไม่เดาจากความหนาหรือเสียงเคาะเองค่ะ อ่านตัวบทพระราชบัญญัติอาคารชุด และขอแบบอาคารจริงมาตรวจให้ตรงห้อง
ถ้างานเข้าข่ายดัดแปลงอาคาร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร มาตรา 21 กำหนดให้ขออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน หรือใช้ขั้นตอนแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนข้อยกเว้นในกฎกระทรวงฉบับที่ 11 มีเงื่อนไขสำหรับการเปลี่ยนแปลงส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น น้ำหนักที่เพิ่มแก่โครงสร้างเดิมต้องไม่เกินร้อยละ 10 จึงไม่ใช่ใบผ่านให้รื้อผนังอะไรก็ได้ กรมโยธาธิการและผังเมืองระบุด้วยว่าการรื้อผนังที่เป็นโครงสร้างหรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็กเข้าข่ายงานรื้อถอนอาคารตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวค่ะ อ่านพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และ เงื่อนไขการเปลี่ยนส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้าง กับ ข้อกำหนดเรื่องผนังโครงสร้าง

ก่อนรื้อ เราจะทำตามลำดับนี้ค่ะ
- ขอแบบห้องและข้อบังคับการปรับปรุงจากนิติบุคคลอาคารชุด พร้อมถามขั้นตอนอนุมัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร
- ให้วิศวกรตรวจตำแหน่งผนังและระบบที่พาดผ่าน อย่าสรุปเองว่าผนังที่ดูบางเป็นผนังกั้นธรรมดา
- สอบถามเจ้าพนักงานท้องถิ่นว่างานตามแบบจริงต้องขออนุญาตหรือแจ้งตามขั้นตอนใด แล้วค่อยกำหนดวันรื้อกับช่าง
ถ้าห้องเล็กแทบไม่ได้ใช้และการทำอาหารไม่จำเป็นต้องแยกกลิ่น การเปิดผังอาจคุ้มกับการเสียห้องนอนที่สอง แต่ถ้ามีคนใช้ห้องนั้นประจำหรือทำครัวหนัก การเก็บบางส่วนไว้ย่อมสบายกว่า เราจะเริ่มจากการทดลองย้ายเฟอร์นิเจอร์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจรื้อเมื่อแบบอาคาร วิศวกร และข้อกำหนดของโครงการตอบตรงกันค่ะ




