ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

The People v. Gorilla Grodd พลิกสูตรฮีโร่ DC ด้วยม็อกคิวเมนทารีคอมเมดี้

The People v. Gorilla Grodd พลิกสูตรฮีโร่ DC ด้วยม็อกคิวเมนทารีคอมเมดี้
ความสนใจ|ดูซีรีส์

The People v Gorilla Grodd คืออะไร และทำไมถึงน่าจับตา

The People v Gorilla Grodd คือซีรีส์ม็อกคิวเมนทารีคอมเมดี้ความยาวครึ่งชั่วโมงจำนวน 8 ตอนจาก DC Studios ที่เล่าเรื่องในจักรวาล DCU ผ่านรูปแบบสารคดีอาชญากรรมจริง โดยใช้ตัวละคร Jimmy Olsen และ Gorilla Grodd เป็นแกนกลางของการสืบสวนคดีฆาตกรรมในมหานครเมโทรโพลิส เน้นโทนเสียดสี สนุก และเล่นกับมุมมองสื่อภายในจักรวาล มากกว่าจะเน้นฉากแอ็กชันฮีโร่แบบดั้งเดิม สิ่งที่โดดเด่นคือ HBO Max สั่งผลิต The People v Gorilla Grodd แบบ straight-to-series 8 ตอนเต็มในฐานะ HBO Max DC series แนวคอมเมดี้จาก DC Studios และ Warner Bros Television ไม่ใช่แค่สปินออฟเล็ก ๆ แต่คือเดิมพันใหม่ของสตูดิโอในการทดลองแนว mockumentary comedy กับแฟนฮีโร่สายหลัก การตัดสินใจนี้บอกชัดว่าฝั่งผู้บริหารเชื่อว่าความแปลกของโปรเจกต์จะดึงผู้ชมได้มากกว่าการเล่นสูตรเดิม

Jimmy Olsen กลายเป็นนักสืบสารคดี และ Grodd ถูกมองใหม่ในฐานะจำเลย

หัวใจของซีรีส์คือการย้าย spotlight จากซูเปอร์ฮีโร่มาที่ Jimmy Olsen character นักข่าวหนุ่มจาก Daily Planet ที่ Skyler Gisondoรับบทต่อจากภาพยนตร์ Superman แทนที่เขาจะเป็นแค่ช่างภาพหรือเพื่อนพระเอก Jimmy ถูกดันขึ้นมาเป็นผู้นำสืบสวนคดีฆาตกรรมชื่อดังที่สุดคดีหนึ่งของเมโทรโพลิสในรูปแบบ true-crime docuseries คดีที่ว่าเกี่ยวกับ Gorilla Grodd วานรผู้มีสติปัญญาเหนือมนุษย์จาก Gorilla City ซึ่งถูกตัดสินว่าฆ่าบิดาของตนเองผู้เป็นกษัตริย์เมืองนั้น Jimmy Olsen จึงรื้อคดีขึ้นมาใหม่ตั้งคำถามว่ามีการพิพากษาผิดหรือไม่ และบันทึกทุกอย่างราวสารคดีที่ Daily Planet ผลิตออกฉายในจักรวาล DC โดย Jimmy Tatroรับบท Grodd ทำให้ตัวร้ายสายเทเลพาธิกที่เคยโผล่ในงานอื่นของ DC ถูกมองใหม่ในฐานะจำเลยที่อาจถูกระบบยุติธรรมกลั่นแกล้ง การพลิกรูปแบบเช่นนี้ช่วยให้ Grodd มีมิติและพื้นที่เล่นมุกคอมเมดี้มากขึ้นกว่าบทวายร้ายทั่ว ๆ ไป

ม็อกคิวเมนทารีคอมเมดี้ พลิกสูตรการเล่าเรื่องฮีโร่ของ DC

สิ่งที่ทำให้ The People v Gorilla Grodd น่าตื่นเต้นไม่ใช่แค่ตัวละคร แต่คือการเลือกแนว mockumentary comedy เป็นแกนหลัก ฤดูกาลแรกถูกนำเสนอในรูปแบบ true-crime mockumentary อย่างชัดเจน ทีมสร้าง Tony Yacenda และ Dan Perrault ซึ่งช่ำชองแนวสารคดีเสียดสีจาก American Vandal และ Players ตั้งใจให้ซีรีส์รู้สึกเหมือนเป็นสารคดีในจักรวาล DCU มากกว่างานฮีโร่มาตรฐาน นี่คือการหักเลี้ยวออกจากสูตรหนังฮีโร่ที่เน้นฉากต่อสู้และการกอบกู้โลกมาเป็นการวิจารณ์สื่อ กระบวนการยุติธรรม และความคลุมเครือของความจริงด้วยน้ำเสียงขันขื่น คำกล่าวหนึ่งที่สะท้อนแนวคิดคือที่ Yacenda และ Perrault ระบุว่าเป้าหมายคือการสร้างงานที่ “ให้ความรู้สึกไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของ DCU แต่เหมือนเป็นผลงานที่หลุดออกมาจากจักรวาลนั้น” โดยมองว่าเป็นสารคดีออริจินัลจาก Daily Planet ที่ชาวเมโทรโพลิสดูจริง นี่คือการเล่นกับเมตาเลเวล ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดูสื่อเดียวกับพลเมืองในเมืองเมโทรโพลิส ไม่ใช่คนดูจากโลกภายนอกเท่านั้น

คอมเมดี้แต่ต่อเนื่องจักรวาล DCU เดิม และดาวเด่นจาก Superman

แม้จะเป็น mockumentary comedy ซีรีส์นี้ไม่ตัดขาดจาก DCU หลัก แต่ใช้การกลับมาของทีมนักแสดงจาก Superman เพื่อรักษาความต่อเนื่องของโลกเรื่องเล่า Skyler Gisondo ในบท Jimmy Olsen นำทัพ ตามด้วย Beck Bennett เป็น Steve Lombard, Mikaela Hoover เป็น Cat Grant และ Wendell Pierce เป็น Perry White ซึ่งล้วนกลับมารับบทเดิม พร้อมเสริม Mary Holland, Eduardo Franco, Arian Moayed, Dan Perrault, Andrew Leeds และ Tim Baltz ที่ยังไม่เปิดเผยบทบาท ทำให้ The People v Gorilla Grodd เป็นพื้นที่ทดลองโทนคอมเมดี้ภายใต้หน้าเดิมของตัวละคร ผู้บริหาร DC Studios อย่าง James Gunn และ Peter Safran เล่าอย่างตรงไปตรงมาว่าแนวคิดซีรีส์นี้เกิดจากเคมีของนักแสดง Daily Planet ในกอง Superman พวกเขาเห็น “เคมีของกองข่าว Daily Planet คือโลกหนึ่งที่น่าสำรวจต่อ” และหยิบมันมาขยายเป็นงานคอมเมดี้เต็มตัว นี่คือการใช้จุดแข็งด้านตัวละครและการแสดงต่อยอดแทนการสร้างโปรเจกต์ใหม่ที่ขาดรากฐาน ทำให้แฟนหนังยังรู้สึกว่ากำลังอยู่ในจักรวาลเดียวกัน ไม่ใช่โลกคู่ขนานตัดขาด

ยุทธศาสตร์ใหม่ของ James Gunn: DC ไม่ได้มีแค่ฮีโร่ระเบิดภูเขาเผากระท่อม

ในมุมยุทธศาสตร์ The People v Gorilla Grodd สะท้อนชัดว่า DC Studios ภายใต้การคุมเกมของ James Gunn และ Peter Safran กำลังพยายามหลากหลายแนวของ HBO Max DC series ไม่ให้จักรวาลใหม่มีแค่แอ็กชันดราม่า แต่มีมุมคอมเมดี้ ทรูไครม์ และเสียดสีสังคมอยู่ข้าง ๆ ซีรีส์ดราม่าฮีโร่อย่าง Lanterns ที่ถูกวางไว้ในไลน์อัปเดียวกัน The People v Gorilla Grodd จึงเป็น “มุมคอมเมดี้เล็ก ๆ ภายในจักรวาลร่วม” ที่กำลังสร้างอยู่ ไม่ใช่โปรเจกต์โดดเดี่ยวไร้เป้าหมาย การสั่ง straight-to-series 8 ตอนโดยไม่ผ่านขั้นทดลองบอกว่าผู้บริหารมั่นใจในทิศทางนี้ในระดับหนึ่ง และหากซีรีส์ได้รับกระแสดี มันเปิดประตูให้คอมิกอื่นถูกตีความในรูปแบบ mockumentary comedy หรือแนวสารคดีเสียดสีได้อีกมาก เหมือนที่แฟนบางส่วนมองว่ามันเป็นเวทีเหมาะในการแนะนำตัวละครอย่าง The Flash เข้าสู่ DCU ในมุมที่ต่างไป ไม่ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร โปรเจกต์นี้คือคำประกาศว่า DC ยุค Gunn จะไม่ยอมให้จักรวาลฮีโร่ของตนตันอยู่กับสูตรเดิม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!