จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง
ความสนใจ|ทำอาหาร

วงการอาหารมืออาชีพวันนี้: ไม่ใช่แค่ทำกับข้าวให้อร่อย

วงการอาหารมืออาชีพคือระบบนิเวศของคนทำครัว ร้านอาหาร โรงแรม สื่อ และผู้ผลิตวัตถุดิบ ที่ร่วมกันผลักดันให้การทำอาหารพัฒนาเป็นอาชีพเต็มตัว ต้องอาศัยการฝึกอบรมการปรุงอาหารอย่างเป็นระบบ ประสบการณ์จริงในครัว และการปลูกฝังทัศนคติการทำงานเป็นทีม จึงจะเติบโตเป็นเชฟรุ่นเยาว์ที่พร้อมแข่งขันในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงคนที่ทำอาหารอร่อยในบ้านเท่านั้น

มุมมองที่ควรพูดให้ตรงคือ ใครที่ฝันอยากมีอาชีพเชฟ ต้องยอมรับตั้งแต่ต้นว่านี่คือสายงานที่แข่งขันสูง ใช้แรงกาย ใช้เวลา และใช้วินัยมากกว่าที่ภาพในรายการโทรทัศน์ทำให้เราเห็น การจะเข้าสู่วงการอาหารมืออาชีพวันนี้ จึงไม่ได้ชนะกันที่สูตรอาหาร แต่ชนะกันที่ Mindset การเรียนรู้ไม่หมด และความสามารถในการสร้างทีมที่เดินไปข้างหน้าด้วยกัน

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

เชฟตง วรเจตน์ กับ Junior Chef Camp: ห้องทดลองชีวิตของเชฟรุ่นเยาว์

เส้นทางของเชฟตง–วรเจตน์ เจริญวงศ์ใหญ่ เริ่มจากโลกสถาปัตยกรรมและงานออกแบบตกแต่งภายใน ก่อนที่ร่างกายจะบอกว่าเขาต้องเลือกทางเดินใหม่ เขาเลือกครัวแทนโต๊ะเขียนแบบ และใช้วิธี “เรียนลัด” ด้วยการลงไปทำงานในครัวจริง ทำตัวเป็นแก้วที่พร่องน้ำเสมอเพื่อให้เชฟรุ่นพี่อยากสอน จากคนทำ Food Stylist เขาค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในร้านดังและเวทีแข่งขัน จนมองเห็นช่องว่างสำคัญในวงการฝึกอบรมการปรุงอาหารสำหรับเด็ก ว่ามีสูตรมากแต่มี Mindset น้อย

จากประสบการณ์นั้น เขาจึงสร้าง Junior Chef Camp ขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่ทดลองชีวิตให้เชฟรุ่นเยาว์ อายุ 11–16 ปี ที่อยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพเชฟหรือไม่ แคมป์นี้ไม่ได้สอนให้ทำอาหารแค่ไทย จีน ยุโรป แต่สอนการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น การสื่อสาร การเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม ผ่านภารกิจจริง เช่น กาลาดินเนอร์ที่เด็กๆ ต้องร่วมกันทำเมนู Fine dining 5 เมนู รวม 800 จานเสิร์ฟแขกที่สำคัญที่สุดคือผู้ปกครองของตัวเอง ใครคิดว่าอาชีพเชฟเป็นเรื่องเล่นๆ ถ้าได้ลองผ่านภารกิจแบบนี้จะเปลี่ยนความคิดทันที

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

ฝึกหนักให้เหมือนสนามแข่ง: จากครัวแคมป์ถึงมิชลินสตาร์

การฝึกอบรมการปรุงอาหารที่แท้จริง ต้องทำให้เด็กสัมผัสแรงกดดันแบบเดียวกับในครัวมืออาชีพ แต่ยังอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้ลองผิดลองถูก Junior Chef Camp เลือกใช้โจทย์กาลาดินเนอร์ 800 จาน เพื่อสอนการวางแผน แบ่งสเตชั่น และเคารพเวลาจริงของแขก มากกว่าแค่ทำอาหารหม้อเดียวใส่จานสวยๆ นี่คือการฝึกแบบ “ซ้อมให้เหมือนแข่งจริง” ที่วงการอาหารบ้านเราขาดมานาน

ในอีกฟากหนึ่งของโลก เส้นทางของ Gordon Ramsay ก็ยืนยันข้อเท็จจริงเดียวกัน เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยความฝันอยากเป็นเชฟ แต่เคยตั้งใจจะเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ ก่อนต้องหยุดเพราะอาการเข่าบาดเจ็บเรื้อรังรุนแรง และหันมาเรียนด้านการบริหารจัดการโรงแรมในวัย 19 ปี เพื่อเริ่มเดินบนเส้นทางเชฟมืออาชีพอย่างจริงจัง จากนั้นจึงใช้เวลาทำงานกับเชฟระดับตำนานที่ฝึกเขาด้วยมาตรฐานโหดและเข้มมากพอจะผลักดันให้เขาเป็นหนึ่งในเชฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุคนี้

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

เมื่อเซเลบริตี้เชฟกลายเป็นโค้ช: มาตรฐานใหม่ของวงการอาหารมืออาชีพ

ชื่อของ Gordon Ramsay ถูกจดจำในฐานะเชฟปากจัดจากรายการ Hell’s Kitchen แต่ผลกระทบที่เขามีต่อวงการอาหารมืออาชีพลึกกว่านั้นมาก หลังจากเปิด Restaurant Gordon Ramsay ในปี 1998 เขากลายเป็นเชฟชาวสก็อตแลนด์คนแรกที่พาร้านของตัวเองคว้ามิชลินสตาร์ 3 ดวงได้ภายใน 3 ปี และยังรักษามาตรฐานไว้ต่อเนื่องยาวนาน การที่เขาออกทีวี เขียนหนังสือ และขยายสาขาร้านมากกว่า 30 แห่ง ทำให้คำว่า “มาตรฐาน” กลายเป็นเรื่องจับต้องได้สำหรับเชฟรุ่นใหม่ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ตำนานในตำรา

ในอีกด้าน เชฟตงใช้ชื่อเสียงและ Connection ที่ได้จากการทำงานและแข่งทำอาหารหลายเวที มาดึงเชฟมืออาชีพจากหลากหลายแขนงให้มาสอนใน Junior Chef Camp พร้อมทั้งดึงสปอนเซอร์รายใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหาร สนับสนุนเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ วัตถุดิบ ทำให้สามารถเปิดแคมป์ในราคาที่จับต้องได้ไม่ถึง 7 ใบเทา โดยไม่ได้เน้นกำไรทางธุรกิจ แต่เน้นปลูกฝังเชฟรุ่นใหม่ที่มี Mindset ดีและรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งยังนำรายได้ประมูลเสื้อเชฟพร้อมลายเซ็นในงาน Gala Night season 2 จำนวน 40,000 บาท พร้อมสมทบเพิ่มอีก 10,000 บาท ไปเลี้ยงอาหารผู้พิการซ้ำซ้อน

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

บทสรุป: เส้นทางอาชีพเชฟสำหรับคนรุ่นใหม่ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

สิ่งที่เชฟตงและ Gordon Ramsay มีเหมือนกัน คือพวกเขาใช้ความล้มเหลวและการเปลี่ยนเส้นทาง เป็นเชื้อเพลิงให้ตัวเองเติบโต และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็หันกลับมาช่วยสร้างทางเดินที่ชัดเจนกว่าที่ตัวเองเคยมีให้กับเชฟรุ่นเยาว์ ถ้าอยากให้วงการอาหารมืออาชีพแข็งแรง เราต้องเลิกขายฝันว่าอาชีพเชฟคือภาพสวยในอินสตาแกรม แล้วพูดความจริงว่ามันคืออาชีพหนัก แต่มีพื้นที่ให้คนตั้งใจและมีวินัยเติบโตได้แบบไร้เพดาน

สำหรับน้องๆ อายุ 11–16 ปี ที่เริ่มสนใจเส้นทางนี้ Junior Chef Camp เป็นหนึ่งในเวทีที่ออกแบบมาให้ใช้ลองผิดลองถูกและค้นหาตัวเอง ว่าชอบทำอาหารจนอยากทำเป็นอาชีพ หรือแค่เป็นงานอดิเรกที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ผู้ปกครองที่อยากให้ลูกเห็นโลกของอาชีพเชฟแบบใกล้ชิด สามารถรอติดตามการเปิดรับสมัครรอบใหม่ ซึ่งจะเปิดในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ผ่านช่องทาง Facebook: Junior Chef Camp ส่วนใครที่อยากสัมผัสมาตรฐานครัวระดับโลก ก็สามารถแวะไปชิมฝีมือเชฟ Gordon Ramsay ที่ร้านของเขาในโครงการ EMSPHERE เพื่อเรียนรู้ผ่านประสบการณ์กินของจริงได้เช่นกัน

จากความฝันสู่มืออาชีพ: เส้นทางเชฟรุ่นเยาว์ภายใต้ปีกเชฟดัง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!