วาโก้รีเซ็ตภาพแบรนด์ชุดชั้นในแฟชั่น ด้วยดีไซเนอร์รุ่นใหม่และการจับมือข้ามหมวดแฟชั่น

วาโก้รีเซ็ตภาพแบรนด์ชุดชั้นในแฟชั่น ด้วยดีไซเนอร์รุ่นใหม่และการจับมือข้ามหมวดแฟชั่น
ความสนใจ|วงการแฟชั่น

วาโก้จากแบรนด์ชุดชั้นในสู่ lifestyle fashion brand สำหรับทุกเจน

กลยุทธ์ใหม่ของวาโก้ในการจับมือกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่และแบรนด์แฟชั่นอื่น เพื่อสร้าง collaboration collection ที่เชื่อมชุดชั้นในแฟชั่นเข้ากับเสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา คือการขยับจากภาพ “แบรนด์แม่” ไปเป็น lifestyle fashion brand ที่เล่าเรื่องตัวตนได้ตั้งแต่ชั้นในถึงชั้นนอกอย่างชัดเจน และตอบสนองทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ด้วยภาษาดีไซน์ร่วมสมัย

แกนกลางของแนวคิดนี้คือการจับคู่ “คุณภาพแบบญี่ปุ่น” ที่คนจำนวนมากคุ้นเคย กับเสียงดีไซน์ของเจเนอเรชันใหม่ที่กล้าเล่น กล้าฝัน และกล้าบอกว่า ชุดชั้นในไม่ใช่แค่ของใช้จำเป็น แต่เป็นแฟชั่นชิ้นแรกที่แต่งตัวให้ความรู้สึกและตัวตนทุกวัน วาโก้จึงไม่ได้แข่งด้วยภาพลักเซอรีในความหมายเดิม แต่หันมาแข่งด้วยความรู้สึกสนุก สบาย และเข้าถึงง่ายของคนจริงในชีวิตจริง

Wacoal Styled by Whimsy Blurry: เมื่อเจ้าเหมียวขี้เล่นกลายเป็นชุดชั้นในแฟชั่น

คอลเลกชัน Wacoal Styled by Whimsy Blurry คือกรณีศึกษาชัดเจนว่าดีไซเนอร์รุ่นใหม่เปลี่ยนภาษาของชุดชั้นในแฟชั่นได้อย่างไร วาโก้เปิดตัวคอลเลกชันนี้ด้วยคาแรกเตอร์ “เจ้าเหมียวแสนซนที่มีความฝันว่าอยากแปลงร่างเป็นนางเงือก” ผลงานสร้างสรรค์ของเยลลี่ สุกฤตยา ศิลปินจากสถาบัน Bunka Fashion School การเล่าเรื่องแมวที่อยากเป็นนางเงือกทำให้ชุดชั้นใน ชุดนอน และเสื้อคลุมไม่ใช่แค่ไอเท็ม แต่เป็นโลกแฟนตาซีเล็กๆ ที่คนใส่พกติดตัวไปทุกวัน

จุดที่น่าสนใจคือการออกแบบให้บราใส่ได้ทั้งแบบ In To Out ชุดนอนมีนวัตกรรมกันโป๊ และมีเซ็ตเสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยวให้มิกซ์แอนด์แมตช์อย่างสนุก แนวคิด “งานศิลปะในชีวิตประจำวัน” ทำให้คน Gen Z เห็นว่าชุดชั้นในสามารถสะท้อนอารมณ์และตัวตนได้ทันทีที่หยิบมาใส่ ไม่ต้องรอ “โอกาสพิเศษ” แบบแฟชั่นหรูแบบเดิม อีกทั้งราคาช่วงประมาณ 320–1,790 บาท ช่วยลดช่องว่างระหว่างแฟชั่นดีไซน์เนอร์กับกระเป๋าสตางค์ของคนทั่วไป

TRANSIT COLLECTION x PONY STONE: ชีวิตคือการเดินทาง ไม่ใช่แค่การแต่งตัว

ด้านหนึ่ง วาโก้ใช้แมวขี้เล่นขยับภาพแบรนด์ อีกด้านหนึ่งก็เลือกจับมือกับแบรนด์เดนิมอย่าง PONY STONE เปิดตัว TRANSIT COLLECTION เพื่อเล่าประโยคเดียวที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ทันทีว่า “ชีวิตคือการเดินทาง” นี่ไม่ใช่แค่แคปซูลคอลเลกชัน แต่เป็นการวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นสะพานระหว่างชุดชั้นใน เลานจ์แวร์ และแฟชั่น Outerwear ที่คนใส่ได้ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงวันทำงานธรรมดา

TRANSIT ถูกนิยามว่าเป็นแนว Street Luxury ที่ผสม Signature Denim ของ PONY STONE เข้ากับความเบาสบายแบบวาโก้ทุกชิ้นออกแบบภายใต้แนวคิด “Comfort-first. Fashion-always.” เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบ on-the-go ไม่ว่าจะบนเครื่องบิน ในเลานจ์ หรือในวันเดินทางปกติ สิ่งที่บอกได้ชัดคือ วาโก้ไม่ยอมติดอยู่ในหมวดชุดชั้นในอีกต่อไป เพราะคอลเลกชันนี้ขยายไปถึงไอเท็มเดินทางอย่างผ้าปิดตา ซองพาสปอร์ต และกระเป๋าเดินทาง ที่ตั้งใจให้ฟังก์ชันและแฟชั่นเดินคู่กัน

วาโก้รีเซ็ตภาพแบรนด์ชุดชั้นในแฟชั่น ด้วยดีไซเนอร์รุ่นใหม่และการจับมือข้ามหมวดแฟชั่น

จากชั้นในสู่วงจรชีวิต: วาโก้กำลังเล่าเรื่องคนมากกว่าสินค้า

เมื่อดูทั้ง Whimsy Blurry และ TRANSIT ควบคู่กัน เราเห็นแพตเทิร์นเดียวคือ วาโก้ใช้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และแบรนด์พันธมิตรเป็น “เสียงเล่าเรื่อง” ของคนหลายเจเนอเรชัน แทนที่จะพูดถึงไซซ์ ทรง และเทคนิคเพียงอย่างเดียว Wacoal Styled by Whimsy Blurry ตั้งใจเชื่อมต่อคนทุกเจนเนเรชันด้วยแฟชั่นที่สะท้อนตัวตน ขณะที่ TRANSIT เจาะกลุ่มที่ใช้ชีวิตแบบเคลื่อนไหวตลอดเวลา ผลคือภาพแบรนด์ที่เคยถูกมองว่าเป็นของคนวัยแม่ ถูกรีเฟรชให้กลายเป็นตัวเลือกของทุกวัยที่มองหาความสบายและสไตล์ในแพ็กเดียวกัน

สิ่งสำคัญคือ การกระจายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน รวมถึงราคาที่ไม่หลุดจากระดับที่คนทั่วไปเอื้อมถึง Wacoal Styled by Whimsy Blurry เริ่มต้นที่ 320–1,790 บาท และมีจำหน่ายทั้งบนเว็บไซต์และวาโก้ช็อปหลายสาขา ส่วน TRANSIT มีวางขายทั้งที่วาโก้ช็อป เคาน์เตอร์ และช่องทางออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม รวมถึงร้านของ PONY STONE เอง การทำให้ collaboration collection เข้าถึงง่าย เป็นการย้ำว่าความเก๋ไม่ควรถูกจำกัดด้วยช่องทางหรือฐานะ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในแบบที่แต่ละคนเลือกเอง

บทสรุป: กลยุทธ์ที่เดิมพันบนตัวตน ไม่ใช่แค่โลโก้

หากมองในภาพรวม การที่วาโก้เลือกเดิมพันกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่างเยลลี่ สุกฤตยา และแบรนด์เดนิมอย่าง PONY STONE คือการยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่สินค้าที่ “ดี” ในเชิงฟังก์ชัน แต่ต้องการสิ่งที่เล่าเรื่องตัวเองได้ ทั้งความขี้เล่น ความทะเยอทะยาน และความรักการเดินทาง กลยุทธ์นี้ทำให้วาโก้เดินออกจากกรอบชุดชั้นในแบบเดิมโดยไม่ทิ้งจุดแข็งเรื่องคุณภาพ เพียงเพิ่มเสียงใหม่เข้าไปให้แบรนด์ดูมีชีวิตมากขึ้น

ในโลกที่แบรนด์ชุดชั้นในแฟชั่นเกิดใหม่มากมาย การเกาะอยู่กับภาพลักษณ์แบบเดิมคือความเสี่ยง วาโก้เลือกทางกลับกัน คือใช้มรดกแบรนด์เป็นฐาน แล้วปล่อยให้ collaboration collection เป็นสนามทดลองภาษาดีไซน์ใหม่ๆ ผลลัพธ์อาจไม่ใช่ยอดขายทันที แต่คือการได้ใจคนรุ่นใหม่ที่มองหาชุดชั้นในและเสื้อผ้าที่บอกว่า “นี่คือตัวฉัน” มากกว่าบอกว่า “นี่คือโลโก้ที่ใส่อยู่” และนั่นอาจเป็นเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!