วัน แบงค็อก รีเทลคืออะไร และตัวเลขสองปีแรกบอกอะไรเรา
วัน แบงค็อก รีเทล คือพื้นที่ค้าปลีกและศูนย์ไลฟ์สไตล์เมืองในโครงการมิกซ์ยูสวัน แบงค็อก ที่ผสานรีเทล ออฟฟิศ โรงแรม และเรสซิเดนซ์เข้าด้วยกัน โดยเปิดให้บริการด้วยสองโซนหลักคือ พาเหรด และเดอะ สตอรีส์ เน้นบทบาทเป็นจุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตของคนเมืองที่รวมการทำงาน ช้อปปิ้ง กินดื่ม พักผ่อน และกิจกรรมครอบครัวในที่เดียว
หลังเปิดครบสองปี ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก แสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่ห้างใหม่ในย่านสีลม–พระราม 4 แต่กำลังกลายเป็นแม่เหล็กหลักของธุรกิจรีเทลในกรุงเทพ ด้วยทราฟฟิกมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี เติบโตจากปีแรกถึง 30 เปอร์เซ็นต์ หรือเฉลี่ยราว 110,000 คนต่อวัน การเติบโตระดับนี้ในตลาดที่มีคู่แข่งหนาแน่น สะท้อนชัดว่าความต้องการของผู้บริโภคต่อศูนย์ไลฟ์สไตล์เมืองที่ออกแบบอย่างจริงจังยังมีช่องว่างให้เติบโต และวัน แบงค็อกกำลังใช้โอกาสนั้นได้อย่างเต็มที่

อัตราการเช่าพื้นที่ 96–98% ความเชื่อมั่นผู้เช่าที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
หนึ่งในตัวเลขที่น่าจับตาที่สุดคืออัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกที่สูงถึงประมาณ 96 เปอร์เซ็นต์ และตั้งเป้าขยับสู่ราว 98 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี 2569 สำหรับศูนย์รีเทลพรีเมียมที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน การเติมเต็มพื้นที่ได้เกือบหมดเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่มาจากการผสมผสานระหว่างโลเกชัน การออกแบบ และการคัดเลือกแบรนด์ที่ชัดเจน
คำอธิบายคือ วัน แบงค็อก ไม่รับทุกร้าน แต่เน้น Flagship และคอนเซ็ปต์สโตร์ที่สร้างจุดหมายปลายทาง เช่น บูทีคของแบรนด์นาฬิกา เครื่องแต่งกาย และคาเฟ่ระดับไอคอนิก ทำให้ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกไม่ได้ขายแค่พื้นที่ แต่ขายบริบทของประสบการณ์ เมื่อรวมกับฐานผู้ใช้งานภายในโครงการทั้งพนักงานออฟฟิศ ผู้อยู่อาศัย และแขกโรงแรมซึ่งเป็นทราฟฟิกออร์กานิก ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้เช่ามองเห็นความเสี่ยงต่ำแต่โอกาสสูงอย่างชัดเจน

ทราฟฟิก 110,000 คนต่อวันกับยอดขายรีเทลที่เติบโตมากกว่า 50%
การเติบโตของอัตราการเช่าจะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนเดินเข้าไปใช้บริการจริง ตัวเลขทราฟฟิกเฉลี่ย 110,000 คนต่อวัน และมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี จึงเป็นดัชนีชี้ว่าศูนย์นี้จับจังหวะคนเมืองได้แม่นยำ ลูกค้าครึ่งหนึ่งมาจากกลุ่มภายในโครงการ อีกครึ่งหนึ่งคือผู้ใช้บริการจากภายนอก รูปแบบนี้ทำให้ศูนย์ไม่ต้องพึ่งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป และมีความยืดหยุ่นต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ
การที่ยอดขายกลุ่มรีเทลเติบโตมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน บวกกับทราฟฟิกวันเสาร์อาทิตย์ที่หนาแน่นใกล้เคียงวันทำงาน แปลว่าศูนย์การค้าวัน แบงค็อก กำลังเปลี่ยนจาก “ห้างใกล้ที่ทำงาน” เป็น “จุดนัดพบประจำ” ของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน พื้นที่รีเทลไม่ได้รองรับแค่การช้อปปิ้ง แต่รวมกิจกรรมออกกำลังกาย พบปะสังสรรค์ และเวลาของ Pet Community ด้วย นี่คือสัญญาณว่าศูนย์ไลฟ์สไตล์เมืองรูปแบบผสมผสานตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนเมืองได้มากกว่าห้างแบบเดิม

กลยุทธ์เติมแบรนด์ใหม่และ Nightlife เพื่อสร้างเหตุผลให้คนกลับมา
คำสำคัญของศูนย์การค้าวัน แบงค็อก ในช่วง The Next Chapter คือ “เหตุผลในการกลับมา” ไม่ใช่แค่การมาครั้งแรก ผู้บริหารจึงวางกลยุทธ์สร้างกิจกรรมและไลน์อัพร้านค้าใหม่ตลอดทั้งปี โดยเน้นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นครั้งแรกในตลาด เช่น Tsutaya Bookstore ร้านหนังสือคอนเซ็ปต์สโตร์ระดับโลกสาขาแรกในประเทศ บนพื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตรและสต็อกหนังสือกว่า 50,000 เล่ม เพื่อดึงดูดทั้งนักอ่านและกลุ่ม Gen Z
ด้านไลฟ์สไตล์และบันเทิง โครงการเตรียมเปิด Nightlife Entertainment บนพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร โดยกลุ่ม Tic Tac Toe ประกอบด้วยแบรนด์ Yoru Checkmate และ Hotline เพื่อรองรับคนทำงานหลังเลิกงานและสายแฮงก์เอาต์ เสริมด้วยสวนน้ำในร่ม HarborLand Island ศูนย์เอนเตอร์เทนเมนต์สำหรับครอบครัว และร้านอาหารใหม่อย่างข้าวต้มรวยมิตร Yamashita Honki Udon และ Haku Sushi Bar ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่าศูนย์ไลฟ์สไตล์เมืองแห่งนี้กำลังขยายตัวจากรีเทลไปสู่การเป็นสนามเด็กเล่นของทุกเจเนอเรชัน

The Next Chapter ของศูนย์การค้าวัน แบงค็อก และสมรภูมิสีลม–พระราม 4
การประกาศเดินหน้าสู่เฟสใหม่ภายใต้แนวคิด The Next Chapter of One Bangkok Retail ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือการประกาศว่าสศูนย์นี้จะยกระดับจาก “ศูนย์การค้า” ไปเป็น “ศูนย์การใช้ชีวิตของเมือง” อย่างเต็มตัว โครงการยังตั้งเป้าเพิ่มทราฟฟิกจากเฉลี่ย 110,000 คนต่อวันในปัจจุบัน ไปสู่ราว 120,000 คนต่อวันภายในปี 2570 ท่ามกลางคู่แข่งรายใหญ่ในย่านสีลม–พระราม 4 ที่กำลังผุดขึ้นต่อเนื่อง
ท่าทีที่มองการแข่งขันเป็น “พลังบวก” สะท้อนความมั่นใจว่าศูนย์การค้าวัน แบงค็อก เชื่อในพลังของคลัสเตอร์รีเทลมากกว่าการยืนเดี่ยว การที่ทั้งย่านกลายเป็นเดสติเนชันร่วมกันย่อมดึงเม็ดทราฟฟิกได้มากกว่าศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง เมื่อผสานเข้ากับอีโคซิสเท็มภายในโครงการที่ยังขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานเพิ่ม ประชากรวัยทำงานใหม่ โรงแรมและเรสซิเดนซ์ที่ทยอยเปิดใช้ ภาพรวมคือศูนย์ไลฟ์สไตล์เมืองแห่งนี้กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลของการออกแบบระยะยาว และหากรักษาอัตราการเติบโตต่อเนื่องได้ ศูนย์การค้าวัน แบงค็อก มีโอกาสขึ้นเป็นต้นแบบรีเทลมิกซ์ยูสรุ่นใหม่ของเมือง







