ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาแซงวิกฤต สู่ยุคใหม่ของเมืองชายแดนทะเลใต้

ท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาแซงวิกฤต สู่ยุคใหม่ของเมืองชายแดนทะเลใต้
ความสนใจ|เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากเมืองหน้าด่านสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก

ท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลา คือภาพรวมการเดินทาง พักค้าง และใช้จ่ายของผู้เยี่ยมเยือนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ครอบคลุมทั้งตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย สิงคโปร์ และนักเดินทางจากภูมิภาคอื่น ที่เข้ามาใช้บริการโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิง ไปจนถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจยามค่ำคืนของเมืองชายแดนชายทะเลใต้ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองหน้าด่านสู่จุดหมายปลายทางเต็มรูปแบบ

สาระสำคัญของการฟื้นตัวรอบนี้คือ เมืองไม่ได้เพียงกลับไปเท่าก่อนน้ำท่วม แต่กำลังเขียนเกมใหม่เพื่อยกระดับตัวเอง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประกาศชัด ว่าจะพาเมืองจากภาพจำเมืองผ่านทาง ไปสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมปี 2570 ไม่น้อยกว่า 55,900 ล้านบาท การขยับเป้าหมายระดับนี้สะท้อนความมั่นใจว่าฐานเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้ไม่ได้เปราะบางเหมือนเดิมอีกต่อไป

ท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาแซงวิกฤต สู่ยุคใหม่ของเมืองชายแดนทะเลใต้

ตัวเลขที่พูดเองได้ ฟื้นตัวท่องเที่ยวไทยเริ่มจากชายแดนใต้

จุดพลิกเกมสำคัญของฟื้นตัวท่องเที่ยวไทย ในมิติภาคใต้ คือการกลับมาของผู้เยี่ยมเยือนหาดใหญ่สงขลาหลังอุทกภัย ช่วงมกราคมถึงกรกฎาคมมีผู้เยี่ยมเยือนกว่า 4.44 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 32,227 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าก่อนเกิดน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ ประโยคนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย แต่คือหลักฐานว่าระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวท้องถิ่นยังมีแรงดีดตัว

ททท.จึงกล้าปักเป้าผู้เยี่ยมเยือนตลอดปีไว้ที่ 7.5 ล้านคนครั้ง พร้อมตั้งเป้ารายได้รวม 55,000 ล้านบาท เมื่อมองเชิงโครงสร้าง เราเห็นการขยับจากการไล่ปริมาณไปสู่การเพิ่มมูลค่าต่อหัว ผ่านแนวคิด Grand Moment Experience และการยกระดับสงขลาเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก จุดนี้สำคัญเพราะหมายถึงการดึงรายได้ท่องเที่ยวภาคใต้ ให้กระจายสู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น ร้านอาหาร และผู้ผลิตชุมชนมากขึ้น ไม่ใช่ไหลรวมอยู่แค่โรงแรมรายใหญ่

ท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาแซงวิกฤต สู่ยุคใหม่ของเมืองชายแดนทะเลใต้

นักท่องเที่ยวมาเลเซียคือหัวใจ แต่ไม่ควรเป็นเสาเดียวของบ้าน

โครงสร้างนักท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาชัดเจนมานานว่าตลาดเพื่อนบ้านเป็นพระเอก แต่รอบนี้ตัวเลขชี้ชัดกว่าที่เคย ข้อมูลจากระบบสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติรายวัน TATIC ระบุว่า ช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้ามา 948,802 คนครั้ง และนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ 28,248 คนครั้ง นี่คือคำยืนยันว่าเมืองชายแดนแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางลำดับต้นของนักเดินทางจากฝั่งใต้ตามคำของผู้ว่าการ ททท.

ข้อดีคือรายได้ท่องเที่ยวภาคใต้ได้แรงหนุนอย่างมั่นคงจากตลาดที่มีความผูกพันกับพื้นที่อยู่แล้ว เทศกาลหาดใหญ่ มิดไนท์สงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและสิงคโปร์ทะลักเข้าด่านสะเดาวันละ 13,000 ถึง 15,000 คน เงินสะพัดกว่าร้อยล้านบาทในไม่กี่วัน แต่ในเชิงนโยบาย เมืองไม่ควรพึ่งเสาเดียว ททท.จึงเดินเกมคู่ขนาน ทั้งรักษาฐานตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์ และต่อยอดไปยังกลุ่ม CLMV ผ่านการผลักดันด่านสะเดาให้เป็นประตูท่องเที่ยวอาเซียนเต็มรูปแบบ

ฟื้นเศรษฐกิจย่านเมืองเก่าและไนต์อีโคโนมีด้วยของจริง ไม่ใช่งานแฟร์ชั่วคราว

สิ่งที่น่าสนใจคือการฟื้นตัวไม่ได้เกิดแค่ในตัวเลขห้องพัก แต่เกิดในโครงข่ายเศรษฐกิจเมือง ททท.ร่วมกับเอกชนเปิดโครงการ Amazing Hatyai Happy Bus ให้บริการรถโดยสารฟรีในเขตเมืองช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 นี่คือสัญญาณว่า การสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวถูกผูกเข้ากับการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง ไม่ใช่แค่โปรโมตแหล่งท่องเที่ยวแล้วปล่อยให้นักท่องเที่ยวหารถเอง

ย่านเมืองเก่าสงขลาและย่านการค้าหาดใหญ่ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการค้าและวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน เชื่อมสินค้า GI และผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้ากับเศรษฐกิจกลางคืนหรือ Night Economy แม้ผู้ว่าการ ททท.จะยอมรับตรงไปตรงมาว่าบรรยากาศยามค่ำคืนยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่สัญญาณจากเทศกาลมิดไนท์สงกรานต์ที่ร้านอาหาร ร้านค้า ธุรกิจกลางคืน และร้านนวดกลับมาเปิดจำนวนมาก บอกเราว่าเมืองกำลังเดินถูกทาง สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือการรักษาความสมดุลระหว่างความคึกคักทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น

ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงจะสำเร็จได้เมื่อทุกคนมีส่วนในรายได้

แนวคิด The Year of Transformation ที่ททท.ใช้วางแผนปี 2570 ไม่ใช่แค่สโลแกนสวยหรู แต่คือคำประกาศว่าจะพาเศรษฐกิจท่องเที่ยวหาดใหญ่สงขลาให้เติบโตบนฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม ตั้งเป้าผู้เยี่ยมเยือนรวม 8 ล้านคนครั้ง และรายได้รวม 55,900 ล้านบาท พร้อมคาดว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือนจะเติบโต 4.08 เปอร์เซ็นต์ และรายได้เติบโต 1.18 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน

แผนต่อยอดเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโกผ่านโครงการ Flagship และโครงการ Trusted Thailand ที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์ระดับโลกสื่อสารภาพลักษณ์ความปลอดภัยและความสวยงามของพื้นที่ คือยุทธศาสตร์ถูกทิศทาง แต่ความสำเร็จของปีแห่งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริง ก็ต่อเมื่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นไหลลงสู่ผู้ผลิตต้นน้ำ ร้านอาหารริมทาง ผู้ประกอบการรายเล็กและแรงงานบริการ ไม่ใช่หยุดอยู่แค่ตัวเลขรายได้รวม หากเมืองทำได้ การฟื้นตัวครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงฟื้นจากน้ำท่วม แต่คือการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้ทั้งระบบ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!