ท่องเที่ยวฤดูสูงสุดกลับมาร้อนแรง สายการบินแข่งเพิ่มที่นั่ง
ท่องเที่ยวฤดูสูงสุดหมายถึงช่วงเวลาที่การเดินทางเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยวมีความหนาแน่นสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีที่ตรงกับวันหยุดยาวปลายปี ทำให้สายการบิน โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยวต้องเตรียมความพร้อมด้านกำลังการให้บริการอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านจำนวนเที่ยวบิน เส้นทางบินใหม่เอเชีย และการบริหารต้นทุน เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดการเดินทาง
การขยับเกมของสายการบินภูมิภาคในรอบนี้สะท้อนภาพที่ชัดว่า การฟื้นตัวของการเดินทางไม่ได้อยู่แค่ในเมืองหลัก แต่กำลังขยายไปสู่เมืองรองและเส้นทางใหม่ที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น สายการบินตราสัญญาณในภูมิภาคกำลังใช้ช่วงท่องเที่ยวฤดูสูงสุดเป็นเวทีพิสูจน์ศักยภาพ ทั้งด้านการบริหารเครือข่ายและการจับโอกาสรายได้ โดยเลือกเพิ่มความถี่บนเส้นทางที่มีดีมานด์ชัดเจนและปล่อยเส้นทางใหม่เพื่อเปิดตลาดใหม่ไปพร้อมกัน
สกู๊ตเร่งขยายจีน เปิดกุ้ยหยางและอัดเที่ยวบินภูเก็ต-หาดใหญ่
สกู๊ตเลือกเดินเกมรุกหนักทั้งในจีนและในภูมิภาค โดยเปิดเส้นทางสิงคโปร์–กุ้ยหยาง เริ่มให้บริการวันที่ 26 ตุลาคม 2569 สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินด้วย Airbus A320neo พร้อมค่าโดยสารชั้นประหยัดเที่ยวเดียวเริ่มต้น 5,800 บาท รวมภาษีแล้ว เส้นทางนี้ทำให้เครือข่ายจีนของสกู๊ตขยายครอบคลุม 16 เมือง และมีเที่ยวบินเข้าสู่จีนรวม 81 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จุดหมายปลายทางรวมทั่วเครือข่ายเพิ่มเป็น 86 เมืองใน 18 ประเทศและดินแดน
ในตลาดภูมิภาค สกู๊ตเพิ่มความถี่เส้นทางสู่ภูเก็ตจาก 17 เป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และหาดใหญ่จาก 12 เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 เพื่อรองรับความต้องการเดินทางในช่วงปลายปี การเพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตเพิ่มเติมและหาดใหญ่ชี้ให้เห็นว่าเมืองท่องเที่ยวชายทะเลยังเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ช่วงไฮซีซัน แนวทางของสกู๊ตไม่ใช่แค่เกาะกระแสฟื้นตัว แต่เป็นการปักหมุดฐานรายได้จากจุดหมายปลายทางที่มีความต้องการเดินทางสูงอย่างต่อเนื่อง

ไทยแอร์เอเชียอัดเที่ยวบิน Q4 ใช้กลยุทธ์สองสนามบิน
ฝั่งไทยแอร์เอเชียเลือกใช้กลยุทธ์สองสนามบินในกรุงเทพเพื่อเร่งขยายตลาดในประเทศ กลับมาเดินหน้าบินเข้าออกดอนเมืองสู่ 22 เส้นทาง และสุวรรณภูมิ 3 เส้นทางคือ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศสูงสุดเป็น 135 เที่ยวบินต่อวันในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 เทียบกับไตรมาส 3 ที่เฉลี่ย 88 เที่ยวบินต่อวัน คำประกาศนี้สะท้อนความมั่นใจว่าตลาดในประเทศจะกลับมาคึกคักและเป็นเสาหลักของรายได้ช่วงปลายปี
การกลับไปใช้ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิไม่ใช่เรื่องเชิงเทคนิคของตารางบินเท่านั้น แต่เป็นการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เข้าถึงผู้โดยสารที่หลากหลายขึ้น การกระจายเที่ยวบินระหว่างสองฐานการบินช่วยให้เชื่อมต่อเส้นทางข้ามภาค 9 เส้นทางได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อประกอบกับภาพรวมท่องเที่ยวฤดูสูงสุด การตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบินในประเทศอย่างเข้มข้นจึงเป็นการเดิมพันว่าความต้องการเดินทางภายในประเทศจะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ผลักดันกำไรกลับมา

แข่งความถี่เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ภูเก็ต-กระบี่-เชียงใหม่ฉายภาพฟื้นตัว
เส้นทางท่องเที่ยวหลักอย่างภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญ ทั้งในระดับภูมิภาคและในประเทศ ไทยแอร์เอเชียเพิ่มความถี่จากสุวรรณภูมิบินตรงสู่เชียงใหม่ 6 เที่ยวบินต่อวัน ภูเก็ต 5 เที่ยวบินต่อวัน และกระบี่ 2 เที่ยวบินต่อวันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ขณะที่สกู๊ตเร่งเพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตเป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เพื่อรับดีมานด์ปลายปี การแห่เพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตเพิ่มเติมแบบพร้อมเพรียงบอกชัดว่าความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวด้านท่องเที่ยวในเส้นทางฮิตกลับมาแล้ว
เมื่อเส้นทางเหล่านี้ถูกยกระดับด้วยความถี่เที่ยวบินที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการในพื้นที่ก็ได้รับสัญญาณบวกเช่นกัน เพราะแต่ละไฟลต์คือโอกาสเพิ่มนักเดินทาง กลยุทธ์เส้นทางบินใหม่เอเชียจากสกู๊ตควบคู่กับการเสริมเที่ยวบินในประเทศของไทยแอร์เอเชีย ทำให้ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภูมิภาคมากขึ้น การแข่งเพิ่มความถี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนไฟลต์ แต่เป็นการแข่งขันสร้างความเชื่อมโยงทางการท่องเที่ยวที่ลึกขึ้นในช่วงท่องเที่ยวฤดูสูงสุด
บทสรุป: ฤดูท่องเที่ยวกลายเป็นสนามพิสูจน์ยุทธศาสตร์สายการบิน
เมื่อมองภาพรวมการขยับของทั้งสกู๊ตและไทยแอร์เอเชีย จะเห็นว่าช่วงท่องเที่ยวฤดูสูงสุดถูกใช้เป็นช่วงเวลาเร่งเครื่องทางธุรกิจอย่างชัดเจน การเปิดเส้นทางใหม่เอเชียสู่กุ้ยหยางพร้อมตอกย้ำเครือข่ายจีนครบ 16 เมืองของสกู๊ต และการอัดเที่ยวบินในประเทศเป็น 135 เที่ยวบินต่อวันควบสองสนามบินของไทยแอร์เอเชีย ล้วนสะท้อนว่าตลาดการเดินทางกำลังกลับมามีแรงส่งอีกครั้ง
การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ใช่การแย่งผู้โดยสารแบบสั้น ๆ แต่เป็นการวางฐานระยะยาว ใครจัดการความถี่เส้นทางยอดนิยมอย่างภูเก็ต กระบี่ เชียงใหม่ และหาดใหญ่ได้ลงตัว พร้อมเชื่อมเข้ากับเครือข่ายภูมิภาคที่แข็งแรง จะมีโอกาสครองใจนักเดินทางในรอบฟื้นตัวนี้มากกว่า หากดีมานด์ยังคงสูงต่อเนื่อง ท่องเที่ยวฤดูสูงสุดรอบต่อไปจะไม่ใช่แค่ช่วงเก็บเกี่ยว แต่จะเป็นช่วงวัดว่าใครออกแบบเครือข่ายและเส้นทางบินใหม่เอเชียได้เฉียบคมที่สุด

