ภาพใหญ่ของยุทธศาสตร์ AI ใหม่ รัฐทำงานไวยิ่งกว่าเดิม ธุรกิจโตได้บนฐานข้อมูลเดียวกัน
การผลักดัน AI governance ประเทศไทย คือการวางกติกาและโครงสร้างพื้นฐานให้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ดิจิทัล ID ระบบ และข้อมูลภาครัฐ–เอกชนเชื่อมต่อกันอย่างปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจโดยเฉพาะ SME ยกระดับ AI ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ลดขั้นตอนเอกสารซ้ำซ้อน เพิ่มความเร็วในการอนุมัติอนุญาต และเปิดโอกาสธุรกิจใหม่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ หัวใจของความเปลี่ยนแปลงรอบนี้คือการที่รัฐและเอกชนตัดสินใจเดินเกม AI ไปพร้อมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้แต่ละหน่วยงานลองผิดลองถูกแบบแยกส่วน ETDA ประกาศแผนขับเคลื่อน 4 ภารกิจหลัก Digital ID AI Governance การสนับสนุนการเติบโตของ SME และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้าง Digital Trust เป็นฐานเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายก็วางแนวทางใช้ AI และข้อมูล machine-readable ยกระดับประสิทธิภาพราชการ AI ให้เห็นผลในชีวิตจริงของประชาชน

ดิจิทัล ID ระบบ: จากตัวตนออนไลน์สู่กระดูกสันหลังบริการรัฐ–ธุรกิจ
ถ้าจะให้บริการรัฐและธุรกิจเดินด้วยความเร็วแบบดิจิทัล สิ่งแรกที่ต้องทำให้แน่นคือดิจิทัล ID ระบบ เพราะตัวตนออนไลน์คือกุญแจเปิดทุกบริการ ETDA วางโครงสร้างพื้นฐานตาม Digital ID Framework ระยะที่ 2 ครอบคลุมกฎหมาย มาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนสำหรับประชาชน นิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ปัจจุบันมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการ Digital ID แล้ว 28 ใบ และมี e-Service ภาครัฐเชื่อมต่อแล้ว 1,797 บริการ พร้อมบัญชีผู้ใช้งานสะสม 162.63 ล้านบัญชี ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความคืบหน้าทางเทคนิค แต่สะท้อนว่าระบบเริ่มพร้อมรองรับการเปลี่ยนงานเอกสารเป็นกระบวนการออนไลน์แบบครบวงจร จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการนำร่องเอกสารรับรองดิจิทัลแบบตรวจสอบได้หรือ VC เพื่อให้ภาคธุรกิจตรวจสอบสิทธิ อำนาจ และการลงนามสัญญาออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการผลักดันบัตรประชาชนในรูป VC และ Digital Document Wallet เพื่อลดการยื่นสำเนาซ้ำและเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น เมื่อดิจิทัล ID ระบบเดินเต็มรูปแบบ ภาระประชาชนและเจ้าหน้าที่จะลดลงมหาศาล เปิดทางให้ AI เข้ามาเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลได้ต่อเนื่อง
AI governance ประเทศไทย: จากหลักการสู่สนามจริงในโรงเรียน ศาล และหน่วยงานรัฐ
การมอง AI แค่เป็นเครื่องมือเพิ่มความเร็วโดยไม่ใส่ใจกติกาเสี่ยงพาประเทศหลงทาง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือความพยายามเปลี่ยนหลักการ AI governance ประเทศไทยให้กลายเป็นการปฏิบัติจริง ETDA พัฒนาร่างกฎหมาย AI แนวปฏิบัติ งานวิจัย และ Toolkit รวมกว่า 12 เรื่อง พร้อมอบรมและให้คำปรึกษาแก่ภาคการศึกษา กระบวนการยุติธรรม ภาครัฐ และภาคการเงิน ครอบคลุมกว่า 140 หน่วยงาน หนึ่งในประโยคที่สะท้อนทิศทางชัดเจนคือคำกล่าวว่า “การใช้ AI ในโรงเรียนไม่ได้มีแค่นักเรียน แต่มีครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และระบบบริหารจัดการ เพราะฉะนั้น Governance ในโรงเรียนต้องดูทั้งระบบ” ปีหน้า ETDA เตรียมเดินหน้า AI Governance Practice Center และ AI Governance Sandbox เน้นใช้ในภาคการศึกษา เด็กและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกระบวนการยุติธรรม เพื่อทดสอบความเสี่ยง ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมาย จากนั้นจึงสกัดเป็นแนวปฏิบัติและมาตรการกำกับดูแลที่ใช้ได้จริง ทิศทางนี้บอกชัดว่า AI ในประเทศกำลังถูกวางให้อยู่ภายใต้กติกาที่ใส่ใจคนตัวเล็ก ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์องค์กรใหญ่
SME ยกระดับ AI: จากพร้อมใช้สู่ใช้แล้วโตจริงบนโครงสร้างข้อมูลเดียวกัน
การผลักดัน AI ถ้าไม่ลงไปถึงฐาน SME ก็เท่ากับปล่อยให้ครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจเดินตามไม่ทัน วันนี้ทั้งรัฐและเอกชนเริ่มขยับตรงนี้อย่างเป็นระบบ ผลสำรวจ Digital Maturity Index ชี้ว่า SMEs มีความพร้อมด้านดิจิทัลเฉลี่ย 2.45 จาก 4 คะแนน เพิ่มขึ้น 3.81% แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ระดับ Digital Follower ETDA จึงวางเป้าหมายเร่งโมเดล SMEs Growth จาก “พร้อมใช้” ไปสู่ “ใช้แล้วโตจริง” โดยจะขยาย SMEs Profile และต่อยอดโมเดลร่วมกับพันธมิตรทั้งส่วนกลางและพื้นที่ เน้นธุรกิจการค้าและค้าปลีก การผลิต และการท่องเที่ยว พร้อมติดตามผลในด้านรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ฝั่งเอกชน สภาอุตสาหกรรมเดินเกมคู่ขนาน หารือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อพัฒนา SMEs ต่อเนื่อง และได้รับงบสนับสนุนผลักดันการนำ AI มาเพิ่มขีดความสามารถผ่านโครงการ AI Camp เมื่อโครงการเช่นนี้เดินพร้อมกับนโยบายรัฐที่เน้น Digital ID และแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบมาตรฐานเดียวกัน SME ยกระดับ AI ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่กลายเป็นโครงสร้างที่พาแบรนด์เล็กให้โตบนเวทีใหม่ได้จริง
ประสิทธิภาพราชการ AI และระบบอนุญาตแบบโปร่งใส: กำแพงใบอนุญาตกำลังถูกทุบ
จุดเปลี่ยนอีกด้านที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือแนวคิดใหม่เรื่องประสิทธิภาพราชการ AI รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายประกาศชัดว่าเป้าหมายไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปแบบเดิม แต่คือการลดงานซ้ำ ลดขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีช่วย และทำให้ประชาชนรับบริการรัฐเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น ไม่ต้องเดินเอกสารเหมือนเดิม หัวใจคือการเปลี่ยนข้อมูลราชการจากกระดาษหรือไฟล์สแกน ให้เป็นข้อมูล machine-readable เพื่อให้ระบบดิจิทัลและ AI วิเคราะห์และเชื่อมต่อกันได้จริง ในมิติการอนุมัติอนุญาต รัฐบาลเตรียมเดินหน้าระบบ Super License เช่น ธุรกิจโรงแรมที่เดิมต้องมีใบอนุญาตย่อยอย่างน้อย 18 ใบ ต่อไปควรมีใบอนุญาตหลักใบเดียว พร้อมระบบ Fast Track สำหรับบริการปกติ ให้ประชาชนและธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วเลือกใช้บริการตามคู่มืออย่างโปร่งใส ไม่ต้องใช้เส้น ไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ และทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ เมื่อแนวทางนี้เชื่อมกับ Digital ID และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ ETDAกำกับ จิ๊กซอว์ด้านความโปร่งใสและความเร็วในการทำธุรกิจเริ่มต่อภาพครบมากขึ้น






