ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล
ความสนใจ|การพูดคุยเกี่ยวกับสูตรอาหาร

จากธุรกิจสตรีทฟู้ดในฝัน สู่เป้าหมาย แบรนด์อาหารไทย IPO

ผู้ประกอบการอาหาร คือคนที่ใช้วัตถุดิบ สูตร และประสบการณ์บนโต๊ะกินข้าวของตัวเอง มาสร้างธุรกิจที่มีระบบ ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ธุรกิจสตรีทฟู้ด ไปจนถึงโรงงานผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมุ่งเปลี่ยนจานอาหารหนึ่งจานหรือแก้วเครื่องดื่มหนึ่งแก้วให้กลายเป็นแบรนด์ที่ขยายธุรกิจอาหารได้ซ้ำได้สเกล และสุดท้ายพัฒนาไปสู่การเป็นกิจการขนาดใหญ่ที่พร้อมระดมทุนในตลาดทุน

หัวใจของยุคนี้ไม่ใช่แค่ทำอาหารอร่อย แต่คือการคิดตั้งแต่วันแรกว่าแบรนด์อาหารไทย IPO จะหน้าตาอย่างไร ใครคือผู้ลงทุนสถาบันคนต่อไป และแบรนด์จะขยายจากร้านเดียวไปสู่หลายสิบสาขา หลายหมวดสินค้าได้อย่างไร เส้นทางของ LYO ที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่านบริษัท 88TH การเติบโตของชานม CHAGEE ที่ขยายกว่า 6,000 สาขา และโอ้กะจู๋ที่เริ่มจากสวนไม่ถึง 1 ไร่ไปสู่เครือร้านอาหารขนาดใหญ่ คือภาพเดียวกันของการเปลี่ยน “ครัวในฝัน” ให้กลายเป็นอาณาจักรมูลค่าหลายพันล้าน

LYO เมื่อแบรนด์ดูแลผมคิดแบบแบรนด์อาหารรายใหญ่

แม้ LYO จะไม่ใช่แบรนด์อาหาร แต่แนวคิดการสร้างแบรนด์ของ นพรัตน์ มาลัยวงค์ กลับเหมือนผู้ประกอบการอาหารที่คิดยาวไปถึงกระดานหุ้น นพรัตน์เริ่มจากบริษัท 88TH ที่ทำแบรนด์ ver.88 ก่อนจะเจอจังหวะโควิดและเลือกซื้อสูตรกับเครื่องหมายการค้า LYO มาต่อยอด นี่คือการอ่านเกมตลาดและใช้โอกาสในวิกฤตอย่างชัดเจน

เขารีแบรนด์ ปรับโลโก้ และขยายไลน์จากแชมพู ครีมนวด ไปสู่แฮร์โทนิกเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมร่วงให้ครบวงจร ก่อนจะต่อยอดด้วยแชมพูปิดผมขาว และกลุ่ม Hair Care สมุนไพรอย่างอัญชันและมะกรูด เพื่อล็อกทั้งตลาดปัญหาผมร่วงและตลาดดูแลผมทั่วไป ยอดรายได้รวมกว่า 369 ล้านบาทในปี 2566 และ 343 ล้านบาทภายใน 9 เดือนแรกของปี 2567 แสดงให้เห็นว่า “การแตกไลน์สินค้า” ไม่ใช่แค่เพิ่มชิ้นบนชั้นวาง แต่เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนที่ต้องการเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อีกหมัดสำคัญคือการดึง หนุ่ม กรรชัย มาเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่แค่พรีเซนเตอร์ ทำให้ LYO ได้ทั้งทุนทางภาพลักษณ์และการสื่อสารแบบยาวๆ พร้อมต่อยอดด้วยพาร์ตเนอร์ด้านสื่อ Out of Home จนแบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ นี่คือสูตรเดียวกับธุรกิจสตรีทฟู้ดที่ต้องแตกจากร้านเล็กสู่แบรนด์ใหญ่ ก่อนเดินเข้าตลาดทุน

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล

CHAGEE จากเด็กเร่ร่อนสู่การระดมทุนระดับโลก

เรื่องของจาง จุนเจี๋ย คือการพิสูจน์ว่าเครื่องดื่มหนึ่งแก้วจะพาเจ้าของไปไกลกว่าหน้าร้านได้มากแค่ไหน เขาเติบโตจากเด็กกำพร้า เร่ร่อนบนถนนนานหลายปี ก่อนเริ่มงานเป็นลูกมือร้านชานมไข่มุก ได้เรียนรู้การดูแลกิจการ และต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ชา CHAGEE ของตัวเอง

CHAGEE เลือกยืนในกลุ่มชาพรีเมียม ใช้ชาจีนแบบดั้งเดิม ผสมนม ออกแบบบรรยากาศร้านให้เหมือนเลานจ์ สร้างประสบการณ์ที่ต่างจากชานมไข่มุกทั่วไป ขณะเดียวกัน ตลาดเครื่องดื่มชาสดถูกคาดการณ์ว่ามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และสัดส่วนของชาพรีเมียมก็ขยายจาก 11% เป็น 26% ภายในไม่กี่ปี เขาจึงไม่เพียงวิ่งตามเทรนด์ แต่ยืนอยู่ในส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาด

ผลลัพธ์คือแบรนด์ขยายไปแล้วกว่า 6,000 สาขาทั่วทั้งในและต่างประเทศ ก่อนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq เมื่อวันที่ 17 เมษายน และสามารถระดมทุนได้ในระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในวัยเพียง 30 ปี เหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าถ้าแบรนด์แข็งแรง แค่ “ชาแก้วหนึ่ง” ก็สามารถดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันระดับโลก

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล

โอ้กะจู๋ จากสวนผัก 1 ไร่สู่โมเดลขยายธุรกิจอาหารระดับกระดานหุ้น

หากพูดถึง แบรนด์อาหารไทย IPO ที่ถูกจับตา โอ้กะจู๋ คือหนึ่งในนั้น เพราะโมเดลธุรกิจไม่ได้เริ่มจากห้องประชุม แต่มาจาก “สวนผักเพราะรักแม่” ที่เริ่มบนที่นาไม่ถึง 1 ไร่ในอำเภอสันทราย จากความฝันของเพื่อน ม.ปลาย อู๋กับโจ้ที่อยากทำธุรกิจเกษตรร่วมกัน

จากปีที่เริ่มปลูกผัก พวกเขาเปิดร้านเล็กๆ ขายกาแฟกับสลัดหน้าฟาร์ม ก่อนค่อยๆ ลองผิดลองถูกหลายปี ทั้งน้ำท่วมและปัญหาธรรมชาติ แต่ทีมก่อตั้งแบ่งหน้าที่ชัดเจน อู๋ดูภาพรวมและเมนู โจ้ดูต้นน้ำการปลูกผัก ต้องดูซัพพลายเชนและเครื่องมือ สุดท้ายโมเดลจากฟาร์มถึงหน้าร้านจึงลงตัว กลายเป็นการขยายธุรกิจอาหารที่เกาะห่วงโซ่คุณค่าไว้ครบ

วันนี้พื้นที่ปลูกผักขยายเป็น 380 ไร่ ร้านอาหารโตเป็น 18 สาขา ใช้ผักสาขาละราว 100 กิโลกรัมต่อวัน มีพนักงาน 1,700 คน และตั้งเป้ารายได้ปีหน้า 1,700 ล้านบาท จุดหักเหสำคัญคือการที่บริษัทพลังงานรายใหญ่เข้าลงทุน 20% เปิดประตูสู่การเติบโตในสถานีบริการและโลเกชันใหม่ๆ นี่คือการใช้ชื่อเสียงแบรนด์ ลายเซ็นจานสลัดจานยักษ์ และสตอรี่ฟาร์มอินทรีย์ แปลงเป็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันอย่างเป็นรูปธรรม

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล

บทเรียนร่วมของผู้ประกอบการอาหารที่อยากไปถึง IPO

สามเคสนี้สะท้อนภาพเดียวกันชัดเจน หนึ่ง คือผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพและมีจุดต่างชัด ไม่ว่าจะเป็นแชมพูแก้ผมร่วงที่แตกไลน์ครบวงจรของ LYO ชาพรีเมียมของ CHAGEE หรือสลัดผักออร์แกนิกจานยักษ์ของโอ้กะจู๋

สอง คือการแตกไลน์และขยายสเกลต้องถูกคิดตั้งแต่ต้น LYO ไม่หยุดที่สินค้าหลักแต่ต่อยอดด้วยแชมพูปิดผมขาวและผลิตภัณฑ์สมุนไพร CHAGEE ขยายสาขาเป็นหลักพันเพราะเลือกยืนบนเซกเมนต์ที่โตเร็ว ส่วนโอ้กะจู๋สร้างโครงสร้างฟาร์มถึงหน้าร้านรองรับการเติบโตหลายร้อยไร่และหลายสิบสาขา

สาม คือการใช้ชื่อเสียงแบรนด์แปรรูปเป็นโอกาสการลงทุน LYO ดึงพาร์ตเนอร์สื่อและคนดังสร้างการรับรู้จนพร้อมยื่นไฟลิ่ง โอ้กะจู๋ใช้จุดยืนฟาร์มอินทรีย์ดึงการลงทุนจากองค์กรขนาดใหญ่ ส่วน CHAGEE พิสูจน์ว่าแบรนด์เครื่องดื่มก็จดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศและระดมทุนระดับมหาศาลได้ สำหรับผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะเปิดร้านอะไรดี” แต่ต้องคิดไกลถึง “อยากเห็นแบรนด์ตัวเองยืนอยู่ตรงไหนบนกระดานหุ้นในอีกสิบปีข้างหน้า”

จากครัวสู่กระดานหุ้น เส้นทางผู้ประกอบการอาหารที่กล้าฝันไกล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!