ดีลยุทธศาสตร์ที่มากกว่าการถือหุ้น 25.1%
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Umios Corporation จากญี่ปุ่นที่เข้าถือหุ้น 25.1% ในกลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด หรือ PFG คือการจับมือกันระหว่างผู้เล่นรายใหญ่ด้านอาหารทะเลและอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาค เพื่อพัฒนา นวัตกรรมอาหารสัตว์ และอาหารเพื่อสุขภาพให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นสุขภาพและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง พร้อมตั้งเป้าบุกตลาดเอเชียด้วยการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ผ่านการขยายธุรกิจแบรนด์และเครือข่ายจำหน่ายในหลายประเทศ ดีลนี้ไม่ใช่แค่การเสริมทุน แต่เป็นการปักธงว่า PFG กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตอาหารทะเลไปสู่บริษัทอาหารครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต การจัดจำหน่าย และการสร้างแบรนด์ โดยมี Umios เข้ามาร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริหารเพื่อร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย การดึงยักษ์ใหญ่ที่มีประสบการณ์กว่า 145 ปีเข้ามาร่วมบอร์ดสะท้อนชัดว่าเป้าหมายคือการบุกเชิงลึก ไม่ใช่เพียงขยายยอดขายระยะสั้น
สองเมกะเทรนด์โลกที่ผลักดันดีลนี้ให้ต้องเกิดขึ้นตอนนี้
เบื้องหลังการขยับครั้งใหญ่ของ PFG คือการอ่านเกมเทรนด์โลกได้เฉียบคม ทั้งฝั่งโปรตีนและฝั่ง การลงทุนสัตว์เลี้ยง ที่พุ่งแรงพร้อมกัน เทรนด์แรกคือความต้องการบริโภคโปรตีน โดยเฉพาะตลาดทูน่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 6.07% ระหว่างปี 2568–2573 นี่คือฐานตั้งต้นที่ PFG เชี่ยวชาญอยู่แล้วจากแบรนด์อาหารทะเลในพอร์ตของตน อีกเทรนด์คือ pet humanization การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกครอบครัว ซึ่งทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่าสูงขยายตัวต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยแตะราว 4.8 หมื่นล้านบาทและโตเฉลี่ย 8–10% ต่อปี เมื่อผู้คนยอมจ่ายเพิ่มเพื่ออาหารสัตว์เลี้ยงญี่ปุ่นแบบพรีเมียมและสูตรเฉพาะ ดีลนี้จึงเป็นการวิ่งเข้าหาโอกาส ไม่ใช่รอให้เทรนด์ผ่านไป
แผนบุกตลาดเอเชีย: จากฐานรายได้เดิมสู่เป้าหมายโตเฉลี่ย 10%
PFG ประกาศชัดว่าหลังจากทำรายได้ทะลุ 7 พันล้านบาทในปี 2568 โดยกว่า 65% มาจากตลาดต่างประเทศ และประมาณ 40% มาจากธุรกิจแบรนด์ของตนเอง เป้าต่อไปคือการเร่งเครื่องให้โตเฉลี่ยปีละ 10% ในสามปีข้างหน้า การดึง Umios เข้ามาร่วมถือหุ้นและนั่งบอร์ดจึงเป็นทางลัดเพื่อยกระดับสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของตัวเองและผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง Umios ซึ่งมีผลการดำเนินงานระดับ 2 แสนล้านบาทในปี 2568 นำเครือข่ายธุรกิจกว่า 70 ประเทศมาช่วยผลักดันการบุกตลาดเอเชีย นี่คือจุดต่างจากการขยายตัวด้วยแรงของ PFG เพียงรายเดียว เพราะดีลนี้เปิดประตูให้ PFG เข้าไปเล่นเกม Own Brand Manufacturing ในหลายตลาดพร้อมกัน ทั้งอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารสัตว์เลี้ยงมาร์จิ้นสูง การบุกตลาดเอเชียจึงไม่ใช่การกระจายสินค้าแบบกว้าง แต่เป็นการเลือกฐานที่มีศักยภาพและสร้างแบรนด์ให้ยืนระยะ
อาหารสัตว์เลี้ยงญี่ปุ่นและนวัตกรรมโภชนาการ: สมรภูมิใหม่ที่ PFG เลือกสู้
จุดน่าสนใจของดีลนี้คือการประกาศชัดว่า PFG จะเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง ทั้งอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารเพื่อสุขภาพเชิงฟังก์ชัน เมื่อจับคู่กับภาพลักษณ์ อาหารสัตว์เลี้ยงญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความพิถีพิถันในการพัฒนาสูตร นี่คือการย้ายสนามแข่งขันจากตลาดแมสไปสู่ตลาดพรีเมียมและเฉพาะกลุ่มโดยตรง บอร์ดร่วมระหว่าง PFG และ Umios เปิดพื้นที่ให้พัฒนาสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เน้นสุขภาพทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสูตรโภชนาการเฉพาะสายพันธุ์ หรืออาหารสัตว์เลี้ยงที่ผูกกับแนวคิดคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน การมีเครือข่ายระดับโลกของ Umios ทำให้การทดลองสูตรใหม่และการบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นไปได้ในสเกลใหญ่ ตั้งแต่การรับจ้างผลิต ไปจนถึงการผลักดันแบรนด์ของตัวเองให้ขึ้นเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค
ข้อสรุป: ดีลที่กำหนดทิศทางธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในเอเชีย
เมื่อมองภาพรวม ดีลที่ Umios เข้าถือหุ้น 25.1% ใน PFG และร่วมเป็นกรรมการบริหาร คือหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในภูมิภาค เพราะมันบ่งชี้ชัดว่าอนาคตจะขับเคลื่อนด้วย นวัตกรรมอาหารสัตว์ โภชนาการสุขภาพ และแบรนด์ที่แข็งแรง ไม่ใช่เพียงกำลังการผลิตราคาถูก การเกาะสองเมกะเทรนด์โปรตีนและสัตว์เลี้ยง บวกกับเป้าหมายโตเฉลี่ย 10% ต่อปี ทำให้ดีลนี้เป็นการเดิมพันระยะยาวมากกว่าดีลเก็งกำไรในกระแสสั้น ผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์อาหารที่ใส่ใจสุขภาพทั้งคนและสัตว์เลี้ยงจะเห็นตัวเลือกที่หลากหลายและมีคุณภาพขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นในภูมิภาคยากจะเมินดีลนี้ เพราะมันส่งสัญญาณว่าการแข่งขันในสนามอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารเพื่อสุขภาพระดับเอเชียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ต้องคิดแบบพันธมิตรข้ามชาติ ไม่ใช่ต่างคนต่างแข่งเหมือนเดิม
