ทำไมกลุ่ม K-pop ถึงครองอันดับ 1 Billboard 200 ต่อเนื่อง

ทำไมกลุ่ม K-pop ถึงครองอันดับ 1 Billboard 200 ต่อเนื่อง
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

ยุคที่ Billboard 200 กลายเป็นสนามหลักของ K-pop

กระแส K-pop Billboard 200 คือปรากฏการณ์ที่กลุ่มไอดอลจากเกาหลีสามารถส่งอัลบั้มขึ้นเปิดตัวที่อันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การขายอัลบั้มแบบดั้งเดิมควบคู่กับยอดสตรีมและการดาวน์โหลดเพื่อสร้างจำนวนยูนิตอัลบั้มสูงสุดในสัปดาห์ จนกลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จระดับโลกของศิลปินที่ไม่ใช่ฝั่งตะวันตก และบังคับให้ทั้งวงการเพลงต้องยอมรับมาตรฐานใหม่ของ “ความสำเร็จสากล” ที่วัดจากแฟนทั่วโลกมากกว่าตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงตลาดเดียว.

หัวใจของเรื่องไม่ใช่แค่ว่า K-pop ขึ้นอันดับ 1 ได้ แต่เป็นการขึ้นอันดับ 1 “ครั้งแล้วครั้งเล่า” จนโครงสร้างอำนาจในชาร์ตสหรัฐต้องขยับที่นั่งให้ศิลปินต่างชาติ การที่อัลบั้มใหม่ THIS & THAT ของ Stray Kids ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard 200 ประจำสัปดาห์วันที่ 22 ของเดือนนี้ แสดงให้เห็นว่าการครองชาร์ตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากโมเดลธุรกิจเพลงแบบใหม่ที่แฟนทั่วโลกมีส่วนร่วมในทุกยูนิตอัลบั้มและทุกสตรีมอย่างชัดเจน.

Stray Kids กับสถิติที่ไล่ทัน The Rolling Stones และเงาที่ทอดมาจาก The Beatles

Stray Kids คือภาพชัดที่สุดของการครองชาร์ตในยุคนี้ เมื่อ THIS & THAT ขึ้นอันดับ 1 พวกเขามีเพลงฮิตอันดับหนึ่งบน Billboard 200 ติดต่อกันถึง 9 ครั้ง นับตั้งแต่อัลบั้ม ODDINARY ในปี 2022 นี่ไม่ใช่เพียง “ความสำเร็จของไอดอล” แต่เป็นตัวเลขในระดับที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับไอคอนของวงการร็อกคลาสสิก Billboard ระบุว่า Stray Kids เป็นกลุ่มที่มีเพลงฮิตอันดับหนึ่งบน Billboard 200 มากเป็นอันดับสอง รองจาก The Beatles ที่ทำไว้ 19 ครั้ง และระบุว่าพวกเขามีสถิติเทียบเท่ากับวงอังกฤษอย่าง The Rolling Stones ที่ทำได้ 9 ครั้งเช่นกัน.

เบื้องหลังสถิติคือระบบการจัดอันดับของ Billboard 200 ที่คิดจาก “จำนวนยูนิตอัลบั้ม” รวมยอดขายซีดีแบบดั้งเดิมเข้ากับยอดสตรีม SEA และดาวน์โหลดเพลง TEA การที่อัลบั้มของ Stray Kids ทำยอดได้ 369,000 ยูนิต โดยมียอดขายซีดีถึง 357,000 แผ่น เป็นหลักฐานว่ากลุ่มแฟนไม่เพียงสตรีม แต่ยอมซื้อรูปแบบกายภาพจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมการสะสมอัลบั้มของ K-pop ที่กำลังเปลี่ยนสมดุลในชาร์ตที่เคยเน้นสตรีมเป็นหลักให้กลับมานับแรงสนับสนุนแฟนอย่างเต็มมิติอีกครั้ง.

ทำไมกลุ่ม K-pop ถึงครองอันดับ 1 Billboard 200 ต่อเนื่อง

BABYMONSTER บน YouTube และ KATSEYE บน Billboard 200: แพลตฟอร์มที่กลายเป็นบันไดขึ้นชาร์ต

ในขณะที่ Stray Kids สร้าง Stray Kids chart records บน Billboard 200 วงอื่นก็พุ่งขึ้นพร้อมกัน ทำให้ภาพของ K-pop number one albums ดูเป็น “คลื่น” มากกว่าความสำเร็จของวงใดวงหนึ่ง KATSEYE สร้างประวัติศาสตร์ด้วยอัลบั้มแรกที่ขึ้นอันดับ 1 เมื่อ Billboard ประกาศว่า EP WILD เปิดตัวที่อันดับหนึ่งบน Billboard 200 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น รายงานจาก Luminate ระบุว่า WILD ทำได้ 170,000 ยูนิตอัลบั้มเทียบเท่าในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่าการผสมผสานระหว่างยอดขายอัลบั้มและสตรีมเป็นเส้นทางใหม่ของกลุ่มหญิงล้วนบนชาร์ตสหรัฐ.

ในอีกด้าน BABYMONSTER ยืนยันว่าการครองแพลตฟอร์มวิดีโอคือฐานพลังของชาร์ตยุคใหม่ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม YG Entertainment ประกาศว่าช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ BABYMONSTER มียอดผู้ติดตามทะลุ 13 ล้านคนแล้ว ทำให้พวกเขาเป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-pop วงที่สามที่ทำได้ ต่อจาก BLACKPINK และ TWICE. ยอดวิวรวมของช่องทะลุ 9.88 พันล้านวิว มิวสิกวิดีโอเพลง SHEESH มียอด 417 ล้านวิว และวิดีโอการแสดงเพลง LIKE THAT ทำได้ 248 ล้านวิว ตัวเลขเหล่านี้คือหลักฐานว่ากลยุทธ์คอนเทนต์ที่เน้น YouTube และการผลิตวิดีโอการแสดงสดที่ถูกวางรากฐานมาตั้งแต่ยุค BLACKPINK กำลังส่ง BABYMONSTER ขึ้นสู่ “ความสูงใหม่” ทั้งในแง่กระแสและพลังต่อรองกับตลาดสากล.

ทำไมกลุ่ม K-pop ถึงครองอันดับ 1 Billboard 200 ต่อเนื่อง

เมื่อชาร์ตเพลงต้องยอมรับมาตรฐานใหม่ของศิลปินต่างชาติ

การที่หลายวง K-pop ทำสถิติพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Stray Kids BABYMONSTER หรือ KATSEYE ทำให้ Billboard 200 ไม่ใช่พื้นที่ของศิลปินตะวันตกเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ความสำเร็จนี้ยังสร้างสถิติใหม่สำหรับจำนวนอัลบั้มที่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 โดยศิลปินเคป็อป ขณะเดียวกัน สถิติฝั่งเพลงเดี่ยวบน Hot 100 ยังเป็นของ BTS ที่มีเพลงอันดับหนึ่ง 7 เพลง และเคยขึ้นอันดับหนึ่งบน Billboard 200 รวม 7 อัลบั้มด้วย ภาพรวมเหล่านี้คือสัญญาณว่าชาร์ตสหรัฐกำลังถูกใช้เป็นเวทีพิสูจน์ศิลปินนานาชาติมากกว่าที่เคย.

จุดสำคัญคือวิธีวัด “ความสำเร็จ” เปลี่ยนไป เมื่อชาร์ตต้องรวมยอดขายแบบดั้งเดิมเข้ากับสตรีมและดาวน์โหลดในรูปแบบยูนิตอัลบั้ม ระบบนี้เปิดทางให้แฟนทั่วโลกมีเสียงในตัวเลขมากขึ้น ตัวอย่าง KATSEYE ที่ทำได้ 145,000 ยอดขายอัลบั้มแบบดั้งเดิม และ 24,500 ยูนิตจากสตรีม SEA แปลเป็น 26.95 ล้านสตรีมออนดีมานด์ในหนึ่งสัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไม่ได้มองยอดขายหรือสตรีมแยกส่วนอีกต่อไป แต่ใช้เป็นภาพเดียวของการยอมรับระดับโลก สุดท้าย การครองชาร์ตจึงกลายเป็นการเจรจาระหว่างศิลปิน แฟน และแพลตฟอร์มทั่วโลก มากกว่าการตัดสินจากตลาดเดียว.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!