ผำซูเปอร์ฟังก์ชันคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่ออนาคตอาหาร
ผำซูเปอร์ฟังก์ชันคือผำที่ผ่านการเพาะเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีการเพาะปลูกสมัยใหม่และไบโอเทคโนโลยีอาหาร เพื่อให้มีปริมาณโปรตีนจากพืชและวิตามิน B12 สูงอย่างคงที่ตลอดทั้งปี ผำชนิดนี้ถูกออกแบบให้มีคุณภาพมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาโปรตีนและวิตามินจากแหล่งพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
หัวใจของเรื่องนี้คือการที่งานวิจัยไม่หยุดอยู่ในรายงาน แต่ก้าวออกมาบนชั้นสินค้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติจัดกิจกรรม NSTDA x Press Interviews เพื่อเปิดตัวเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะและสูตรผลิตผำซูเปอร์ฟังก์ชันโปรตีนและวิตามิน B12 สูงตลอดปี การขยับครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือจัดการระบบอาหารใหม่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากจะพูดให้ชัด ผำซูเปอร์ฟังก์ชันคือหลักฐานว่าการลงทุนในนวัตกรรมเกษตรไม่ได้มีเป้าหมายแค่ผลผลิตเพิ่ม แต่คือการออกแบบสารอาหารในจานของเรา

จากบ่อผำสู่ห้องทดลอง เทคโนโลยีการเพาะปลูกที่คุมสารอาหารได้
ผำเคยเป็นพืชพื้นบ้านที่ปลูกตามธรรมชาติ คุณภาพแปรผันตามฤดูกาลและอากาศ แต่โครงการนี้พลิกผำให้กลายเป็นพืชอุตสาหกรรมที่คุมสารอาหารได้ ทีมวิจัยเนคเทคและไบโอเทคร่วมกับฟาร์มพันธมิตรพัฒนาสูตรการเพาะเลี้ยงผำในแต่ละฤดูกาล และใช้ระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ด้วยอุปกรณ์ IoT HandySense B-Farm เพื่อคุมสภาพน้ำและอากาศผ่านเว็บแอปพลิเคชัน นี่คือภาพของฟาร์มอัจฉริยะที่ไม่ได้พูดเรื่องเซนเซอร์ลอยๆ แต่ใช้ข้อมูลช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจ
ผลลัพธ์ไม่ใช่เพียงผำที่ขึ้นดี แต่เป็นตัวเลขที่ชัดเจน ปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่หน้าผิวน้ำขนาด 1 ตารางเมตร ต่อรอบการผลิต 7 วัน และผำอบแห้งที่ได้มีโปรตีนมากกว่า 40 กรัม และวิตามิน B12 มากกว่า 12 กรัม ต่อ 100 กรัม นี่คือประโยคที่ควรจดว่า “ผำซูเปอร์ฟังก์ชันหนึ่งร้อยกรัม ให้โปรตีนเกิน 40 กรัม และวิตามิน B12 เกิน 12 กรัมต่อหน่วยน้ำหนักแห้ง” เมื่อเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะทำให้ตัวเลขเหล่านี้คงที่ เทคโนโลยีการเพาะปลูกจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มผลผลิต แต่กลายเป็นวิธีผลิตสารอาหารแบบออกแบบได้

ไฟ LED นาโนโอโซน และเตาอบสเปกตรัมแสง ห้องทดลองที่ต่อขยายลงฟาร์ม
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโครงการนี้คือการเอาแนวคิดห้องทดลองมาวางกลางฟาร์ม ทีมวิจัยไม่ยอมปล่อยให้แสงแดดเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ จึงพัฒนาเทคนิคชดเชยแสงด้วยไฟ LED ตอนกลางคืน เลือกสเปกตรัมและความเข้มแสงที่เหมาะสมเพื่อรักษาปริมาณผลผลิตและเพิ่มโปรตีนกับวิตามิน B12 อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทดลองใช้ระบบ Agrivoltaic แบบ Color Solar Cell ที่เลือกช่วงคลื่นแสงให้ผ่านถึงผำได้ นี่คือการออกแบบแสงให้พืชกิน
เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว เทคโนโลยีก็ไม่จบ ทีมวิจัยขยายการใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงไปยังฟาร์มเครือข่ายอีก 10 แห่งใน 4 ภูมิภาคภายใต้โครงการ IDA Platform พร้อมสนับสนุนความรู้และอุปกรณ์ จากนั้นเพิ่มคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวด้วยระบบล้างผำแบบนาโนโอโซนที่ฆ่าเชื้อได้ตามมาตรฐาน ลดแรงงาน และทำให้ผำสะอาดสดและมีไนเตรตต่ำ เหมาะกับการเป็นอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ ปิดท้ายด้วยเตาอบอุตสาหกรรมที่ดัดแปลงให้ฉายแสงสเปกตรัมเหมาะสมระหว่างการอบ ช่วยรักษาสารสำคัญและเพิ่มโปรตีนกับวิตามิน B12 ประมาณร้อยละ 10 ของน้ำหนักแห้ง ผำอบแห้งที่ได้สีเขียวสด กลิ่นหอม และรสชาติดี เหมาะใช้ผลิตอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม

ผำซูเปอร์ฟังก์ชันกับภาพใหญ่ของโปรตีนจากพืชและไบโอเทคโนโลยีอาหาร
หากจะมองให้ลึก ผำซูเปอร์ฟังก์ชันไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นต้นแบบว่าระบบวิจัยควรเดินอย่างไรต่อไป ผำคือโปรตีนจากพืชที่ใช้กระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่แรก การใช้เทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบฟาร์มอัจฉริยะและไบโอเทคโนโลยีอาหารเข้ามาคุมทั้งโปรตีนและวิตามิน B12 ทำให้ผำก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีข้อมูลวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ใช่แค่คำโฆษณา จุดนี้ทำให้เห็นว่าหากเราต้องการระบบอาหารที่ยั่งยืน การออกแบบพืชให้ตอบโจทย์โภชนาการตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกคือคำตอบหนึ่ง
ในมุมอุตสาหกรรม การที่หน่วยงานรัฐทำหน้าที่เชื่อมเกษตรกรต้นน้ำกับผู้ประกอบการปลายน้ำ และเตรียมผลักดันผลิตภัณฑ์ผำสู่ช่องทางค้าสมัยใหม่ แปลว่าไบโอเทคโนโลยีอาหารกำลังเดินเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น ผำซูเปอร์ฟังก์ชันจึงเป็นสัญญาณเตือนว่าผู้เล่นในระบบอาหารที่ยังมองเทคโนโลยีเป็นเรื่องไกลตัวอาจกำลังพลาดโอกาส เมื่อวิทยาศาสตร์ทำให้เราคุมสารอาหารได้ละเอียดขึ้น การยืนอยู่กับรูปแบบเกษตรแบบเดิมโดยไม่เปิดรับนวัตกรรมเกษตรใหม่ๆ อาจหมายถึงการหลุดขบวนในตลาดอาหารทางเลือกที่กำลังโตเร็ว







