คำตัดสินแรกพบ Golden Axe รุ่นการ์ตูนคือคอมเมดี้แฟนตาซีสำหรับคนเปิดใจ
Golden Axe animated series คือซีรีส์แอนิเมชันคอมเมดี้ที่นำเกมแอ็กชันแฟนตาซี Golden Axe ของ SEGA จากปี 1989 มาดัดแปลงใหม่ให้เป็นเรื่องเล่าล้อเลียนแนวเกมและโลกแฟนตาซี โดยใช้มุกตลกจัดเต็ม ตัวละครพูดจาแบบรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในโลกเกม และเล่าเรื่องด้วยจังหวะรวดเร็วสไตล์ซิตคอม วัตถุประสงค์หลักคือให้คนดูหัวเราะกับการตีความเกมคลาสสิกในมุมใหม่ มากกว่าจะเน้นเนื้อเรื่องจริงจังหรือบู๊แบบดุเดือด จากมุมมองรีวิว Golden Axe รุ่นการ์ตูนไม่ใช่ซีรีส์ที่ทำให้แฟนเกมสายดราม่าซาบซึ้ง แต่มันเหมาะกับคนที่อยากดู video game adaptation comedy ที่กล้าเอา IP เก่าๆ มายำเล่นด้วยความเอ็นดู ซีรีส์เปิดตัวบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง Paramount+ ในวันที่ 16 กันยายน โดยหยิบคาแรกเตอร์และคอนเซ็ปต์จากเกมภาคแรกและภาคต่อมาปรุงใหม่ให้กลายเป็นการ์ตูนแฟนตาซีพลังงานสูง เต็มไปด้วยความโก๊ะและความไร้สาระตั้งใจ ข้อดีคือเสียงหัวเราะที่ค่อนข้างใช้ได้และทีมพากย์ที่แข็งแรง ทำให้ตัวละครที่ในเกมมีบทไม่มากกลายเป็นตัวตลกมีมิติ ส่วนข้อเสียคือจังหวะมุกติดกันเป็นชุด ทำให้หลายตอนออกจะเหนื่อยและรู้สึกว่าซีรีส์พยายามมากไปหน่อยในช่วงแรก ถ้าไม่ชอบสไตล์ Lower Decks หรือ Rick and Morty อาจรู้สึกว่ามันโวยวายเกินไป

จากเกมตู้ยุค 80 สู่ซิตคอมแฟนตาซีสไตล์ Lower Decks
หัวใจของ Golden Axe animated series คือการตัดสินใจชัดว่ามันจะไม่เล่าเรื่องแบบเกมแอ็กชันซีเรียส แต่จะเดินหน้าในฐานะวิดีโอเกมที่ถูกจับมาเป็นซิตคอมแฟนตาซีเต็มตัว ตัวซีรีส์ใช้โทนมุกแรง ตัดสลับเร็ว และโครงสร้างแบบกลุ่มตัวละครออกเดินทางผจญภัยพร้อมพูดจาประชดประชันกันไปตลอดทาง ทำให้บรรยากาศใกล้เคียง Lower Decks และ Rick and Morty มาก ทั้งในแง่จุดแข็งเรื่องมุกล้ำโลกเกม และจุดอ่อนอย่างความวุ่นวายที่อาจเกินขีดทนของบางคน ผู้สร้าง Mike McMahan ซึ่งเป็นคนสร้าง Lower Decks จับมือกับ Joe Chandler แล้วเอาความถนัดเรื่อง Lower Decks style humor มาใช้เต็มที่ ทั้งการหยิบทรอปเกมมาล้อ การตั้งคำถามกับตรรกะในโลกแฟนตาซี และการให้ตัวละครพูดแบบรู้ทันสูตรสำเร็จของซีรีส์แนวนี้ แนวทางคอมเมดี้นี้พา Golden Axe ไปคนละทิศกับหนังแฟนตาซีสายมุกแบบ The Princess Bride หรือ Dungeons & Dragons Honor Among Thieves เพราะเน้นพ่นมุกเร็วและดุเดือดกว่ามาก แม้จะทำให้เกิดมุกแป้กและมุกเดาง่ายอยู่พอสมควร แต่พอซีซันเดินถึงกลางๆ จังหวะการเล่าเรื่องเริ่มนิ่งขึ้น ทำให้ความตลกเข้าที่ขึ้นตามไปด้วย
จุดเด่น
- ดัดแปลงเกมยุค 80 ให้เป็น video game adaptation comedy ที่กล้าเปลี่ยนแนวโดยยังเคารพต้นฉบับ
- เสียงพากย์ดี ตัวละครมีบุคลิกชัด และมีช่วงมุกแรงที่หัวเราะดังได้หลายครั้ง
จุดที่ต้องรับให้ได้
- โทนรวมโวยวายและเฟรนติกมาก โดยเฉพาะตอนต้นซีซัน จนรู้สึกว่าซีรีส์เป็นเยอะไปหน่อย
- มีมุกแป้กและมุกที่ถูกปูจนเดาได้ ทำให้ความสดของบางตอนลดลง

การรักษากลิ่นอาย Golden Axe เดิม ท่ามกลางความโก๊ะและเละเทะตั้งใจ
แม้จะเปลี่ยนโทนเป็นคอมเมดี้เต็มตัว ซีรีส์ก็ยังคงองค์ประกอบคุ้นตาจากเกม Golden Axe ไว้ไม่น้อย ทั้งฮีโร่สามคนดั้งเดิม Ax Battler Tyris Flare และ Gilius Thunderhead ที่กลับมามีบทบาทหลัก รวมถึง Chronos จากภาค Golden Axe III ที่ถูกดึงมาเสริมทีม โครงเรื่องแยกทีมนักรบออกเป็นสองกลุ่ม หนึ่งคือ Gilius ที่งอนเพื่อนแล้วออกเดินทางคู่กับ Hampton Squib สายเห่อประสบการณ์ ส่วนอีกทีมคือ Ax Tyris และ Chronos ที่ตั้งใจไปโค่น Death Adder ผู้ครองขวานทองคำ สิ่งที่ซีรีส์ทำได้สนุกคือการเอารายละเอียดเล็กๆ จากเกมมาขยายให้กลายเป็นมุกใหญ่ เช่นระบบเวทมนตร์จากขวดยา และการเตะ Thieves ตัวเล็กๆ เพื่อเติมขวด ในซีรีส์ถึงขั้นเปิดให้เห็นชีวิตประจำวันและครอบครัวของหนึ่งใน Thieves แบบเต็มๆ ซึ่งกลายเป็นไฮไลต์ของซีซันแรก นอกจากนี้ยังมีฉากที่ใช้กลไกของเรื่องเพื่อสร้างภาพเหมือนในเกมต้นฉบับ ทำให้คนที่เคยเล่นเกมตู้ยุค 80 ได้ยิ้มกับการจงใจรีครเอตฉากเหล่านั้น แนวทางนี้ทำให้การล้อเลียนรู้สึกว่าเป็นไปด้วยความรัก ไม่ใช่การดูถูกตัวเกมดั้งเดิม และทำให้ตัวสัตว์แปลกๆ อย่าง Chicken Leg กลายเป็นทั้งตัวตลกและตัวละครที่น่าเอ็นดูไปพร้อมกัน
มุมมองคนดู ซีรีส์นี้เหมาะกับใคร และต้องรับมืออะไรบ้าง
ในฐานะซีรีส์ตลกจากเกมเก่า Golden Axe animated series ทำงานได้ดีในสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือคนที่เคยเล่นเกมบนตู้หรือเครื่องบ้านยุคก่อน อยู่ในจุดที่มีความทรงจำต่อ Golden Axe แต่ไม่ได้ยึดติดว่าต้องรักษาความขึงขังของโลกแฟนตาซีไว้ ซีรีส์มีมุกทิ่มแทงความจำยุคเกมตู้หลายอย่าง แต่ใช้โทนเป็นมิตร ไม่ได้เย้ยหยันต้นฉบับ ทำให้คนดูสายนี้หัวเราะไปพร้อมกับความคิดถึง อีกกลุ่มคือคนที่มองหาซีรีส์แอนิเมชันสายคอมเมดี้ดาร์กๆ นิดๆ มีเลือดและฉากบู๊บ้าพลัง บวกกับมุกล้อทรอปวิดีโอเกม หากเคยสนุกกับ Lower Decks หรือ Rick and Morty โอกาสสูงที่จะปรับตัวกับโทนของ Golden Axe ได้ เพราะมันใช้จังหวะมุกแบบเดียวกันทั้งข้อดีข้อเสีย ตั้งแต่การพ่นมุกถี่ๆ ไปจนถึงการใช้ตัวประกอบอย่างเหล่ากองทัพโครงกระดูกมาเป็นพื้นที่ทดลองบุคลิกแปลกๆ ตั้งแต่ตัวชอบบูลลี่เพื่อนร่วมงานไปจนถึงตัวที่บ่นว่าไม่ได้ยินสปีชของเจ้านาย อย่างไรก็ตาม คนดูที่ต้องการเรื่องเล่าแนวแฟนตาซีเข้มข้นหรือการดัดแปลง IP เกมอย่างจริงจังอาจหงุดหงิดกับโทนล้อเลียนต่อเนื่อง และความดราม่าที่แทบไม่ถูกขยาย ซีรีส์นี้คือการยืนยันว่าการดัดแปลงเกมให้สนุกในยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องรักษาฟอร์แมตเดิมตราบเท่าที่ยังเข้าใจและให้เกียรติจุดแข็งของต้นฉบับ
Buy if / Skip if
- Buy the Golden Axe animated series if คุณชอบแอนิเมชันคอมเมดี้สไตล์ Lower Decks หรือ Rick and Morty และโอเคกับมุกแรงจังหวะเร็ว
- Skip the Golden Axe animated series if คุณอยากดูการดัดแปลงเกมเป็นซีรีส์แฟนตาซีจริงจัง เน้นเนื้อเรื่องและดราม่ามากกว่ามุกล้อเลียน
- Buy the Golden Axe animated series if คุณมีความทรงจำกับเกม Golden Axe ยุคตู้และพร้อมหัวเราะกับการตีความรายละเอียดในเกมแบบใหม่
- Skip the Golden Axe animated series if คุณไม่ชอบซีรีส์ที่โปะมุกถี่จนรู้สึกโวยวาย และรำคาญมุกที่เดาง่ายหรือแป้กอยู่บ้าง
- Buy the Golden Axe animated series if คุณกำลังมองหา video game adaptation comedy ที่ใช้ IP เก่าอย่างสร้างสรรค์และไม่ตั้งหน้าขายความดราม่า






