คลื่นเพลงใหม่ศิลปินไทยที่หันกลับมาฟังเสียงในอกตัวเอง
กระแสเพลงใหม่ศิลปินไทยในช่วงนี้คือการกลับมาของศิลปินที่เลือกเล่าเรื่องหัวใจอย่างตรงไปตรงมา ผ่านซาวด์ป๊อปและ R&B ที่คุ้นหู แต่ใส่รายละเอียดทางอารมณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น เพลงไม่ได้เน้นแค่ท่อนฮุคติดหูหรือโปรดักชันอลังการ หากแต่ใช้เมโลดี้และคำร้องเป็นพื้นที่ให้คนฟังได้สำรวจบาดแผล ความคิดถึง และความสัมพันธ์ที่ยังค้างคาในใจ จึงเกิดเป็นคลื่นเพลงรักใจที่ฟังแล้วเหมือนกำลังนั่งคุยกับตัวเองมากกว่าฟังใครสักคนร้องให้ดู
ในคลื่นนี้ BUS because of you i shine กลับมาพร้อม CHEST VOICE ซิงเกิลใหม่ที่หยิบคำศัพท์เทคนิคการร้องเพลงมาเป็นคอนเซปต์เพื่อสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจออกไปยังผู้ฟัง ขณะที่ TeyaTaye จากค่าย What The Duck เลือกใช้กลิ่นอาย R&B ยุค 2000s ในเพลง เธอแกล้งไม่รู้รึเปล่า (Come Back To Me) เพื่อเล่าความไม่มูฟออนของคนรุ่นใหม่ เมื่อมองรวมกับเส้นทาง Pop Soul ของอาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ที่เคยเปิดตัวด้วยเพลง Thank You แนว Pop Soul สื่อความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ จะเห็นชัดว่าศิลปินต่างรุ่นกำลังหันมาให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องความสัมพันธ์อย่างจริงใจมากขึ้น
CHEST VOICE ของ BUS เมื่อเทคนิคการร้องกลายเป็นภาษาบาดแผล
การที่ BUS เลือกใช้คำว่า CHEST VOICE เป็นชื่อเพลงใหม่ไม่ใช่แค่ลูกเล่นเท่ๆ แต่คือการประกาศว่าพวกเขาจะร้องจากตำแหน่งที่ใกล้หัวใจที่สุด วงทีป๊อปสุดฮอตอย่าง BUS because of you i shine คัมแบ็กอีกครั้งพร้อมกับซิงเกิลใหม่ CHEST VOICE ที่หยิบยกเอาชื่อเทคนิคการร้องเพลงที่ใช้เสียงที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบริเวณหน้าอกมาเป็นคอนเซปต์เพลง เพื่อเป็นการสื่อสารสิ่งที่อยู่ในใจออกไปยังผู้ฟัง นี่คือคำอธิบายที่ชัดเจนว่าเพลงไม่ได้เกิดจากการคิดสูตรสำเร็จ แต่จากการยอมรับว่าทุกประโยคที่พูดออกมาผ่านไมค์มีบาดแผลรองรับอยู่เบื้องหลัง
ซาวด์ Rage Trap และ R&B มีกลิ่นอายซินธ์ทำให้ CHEST VOICE มีทั้งความดุดันและมิติทางอารมณ์ที่หลากหลาย เมมเบอร์อย่าง ALAN JUNGT และ JINWOOK ลงมือแต่งท่อนแรปเอง ยิ่งตอกย้ำว่าพวกเขาไม่ได้แค่ร้องตามโน้ตที่มีคนเขียนให้ แต่กำลังเล่าเรื่องของคนที่ไม่ใช่คนพูดเก่งหรือแสดงออกเป็นคำพูด แต่เมื่อไรที่พวกเขาพูด สิ่งที่พูดออกมานั้นจะเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่ออกมาจากใจ มิวสิกวิดีโอโทนขาวดำ โลก Gangster และโลกรถแข่งจึงไม่ใช่การแต่งภาพให้ดูดุ หากเป็นการเปรียบเทียบการใช้ชีวิตที่ต้องเลือกสู้ต่อและก้าวเดินไปข้างหน้าแม้จะเจ็บ
เส้นทาง Pop Soul ของอาร์ต วศิน เมื่อผู้บริหารหยิบไมค์มาปลอบใจคนล้มแล้วลุก
ในอีกฝั่งหนึ่งของวงการ อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์คือภาพตัวแทนของศิลปินรุ่นใหญ่ที่ไม่ยอมปล่อยให้ความรักและกำลังใจหลุดออกจากพื้นที่เพลง เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการทำเพลงเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่ใช้ Pop Soul เป็นภาษาหลักในการพูดกับคนที่กำลังล้มแล้วอยากลุกขึ้นมาใหม่ หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ศิลปินรุ่นใหญ่ ผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง อาร์ต วศิน วรรณพฤกษ์ ฝากผลงานเพลงคุณภาพมาแล้วถึงสองสไตล์ ตั้งแต่ซิงเกิลเปิดตัวด้วยเพลงแนว Pop Soul สื่อความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างเพลง Thank You ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและส่งต่อกำลังใจให้คนที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาได้อย่างเข้มแข็ง
การที่คนซึ่งมีบทบาทผู้บริหารเลือกใช้เวลาและเสียงของตัวเองมาทำเพลงรักใจ ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมเสริม แต่สะท้อนว่าความอ่อนโยนยังจำเป็นในโลกที่เต็มไปด้วยตัวเลขและระบบ เพลง Rock Soul กลิ่นอาย Disco เบาๆ อย่าง Sorry ที่ตามมาต่อจาก Thank You ฟังทีไรก็อดโยกตัวตามไม่ได้ ทำให้เห็นว่า Pop Soul ศิลปิน อย่างอาร์ต วศินไม่ได้มองเพลงปลอบใจว่าเป็นของช้าๆ เศร้าๆ เท่านั้น แต่สามารถเป็นจังหวะที่พาคนฟังขยับตัวและขยับใจไปพร้อมกัน เมื่อมองคู่กับคลื่นซิงเกิลใหม่ศิลปินไทยชุดล่าสุด เขาจึงเป็นเสาหลักที่พิสูจน์ว่าความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจยังขายได้เสมอ

TeyaTaye และภาษาคนไม่มูฟออนใน R&B ยุค 2000s
ฝั่งคนรุ่นใหม่ TeyaTaye คือคำตอบของคนที่อยากฟังเพลงรักใจที่พูดแบบ Gen Z แต่ยังโหยหากลิ่นอายยุค 2000s TeyaTaye ศิลปินสุดคูลจากค่ายเพลง What The Duck สาวมากความสามารถที่มาพร้อมพรสวรรค์รอบด้านทั้งการเล่นดนตรี ร้องเพลง ตลอดจนโปรดิวเซอร์ ผลงานก่อนหน้าอย่าง ข่าวลือ กอดกันนะ และ รักไม่ยาก วางฐานให้เธอเป็นคนเล่าเรื่องความสัมพันธ์ด้วยมุมมองขี้เล่นแต่ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การออกซิงเกิลใหม่ แต่เป็นการต่อบทสนทนาเรื่องความรักที่ยังไม่เคยปิดจบ
หลังจากห่างหายไปนาน ครั้งนี้ TeyaTaye ขอกลับมารันวงการอีกครั้ง พร้อมส่งซิงเกิลใหม่ เธอแกล้งไม่รู้รึเปล่า (Come Back To Me) เพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ยังไม่สามารถตัดใจจากใครคนนึงได้สักที ถึงแม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์อาจเดินทางมาถึงจุดที่ต้องปล่อยมือแล้วก็ตาม เธอเลือกใช้ภาษาของ Gen Z ที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา ผสมกับซาวด์ดนตรีสไตล์ R&B ยุค 2000s ที่เน้นความสมูทของเมโลดี้และกรูฟ บวกเข้ากับความป็อปในช่วงฮุค ทำให้เพลงนี้กลายเป็นซิงเกิล R&B ไทย ที่ฟังง่าย ติดหู และพร้อมจะกลายเป็นเพลงประจำตัวของคนที่ยังไม่มูฟออนจากความสัมพันธ์เดิม

ทำไมเพลงรักที่เปราะบางถึงกำลังกลับมาเป็นศูนย์กลางของป๊อป
เมื่อมองภาพรวม BUS อาร์ต วศิน และ TeyaTaye แม้จะยืนอยู่คนละช่วงวัยและเส้นทางอาชีพ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการยอมรับว่าคนฟังต้องการเพลงที่พูดแทนความรู้สึกมากกว่าพิสูจน์ความสามารถทางเทคนิค CHEST VOICE เลือกใช้เทคนิคการร้องเป็นสัญลักษณ์ของเสียงจากบาดแผล Pop Soul ของอาร์ต วศินใช้เมโลดี้ปลอบใจคนล้มแล้วลุก ขณะที่ R&B ยุค 2000s ของ TeyaTaye กลายเป็นพื้นที่ให้คนไม่มูฟออนยอมรับความคิดถึงของตัวเอง ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไมเพลงรักใจจึงยังมีที่ยืนมั่นคงในยุคที่ทุกอย่างดูเร่งรีบและผิวเผิน
ในเชิงความคิดเห็น คลื่นเพลงใหม่ศิลปินไทยชุดนี้กำลังบอกเราว่า การกลับไปฟังเสียงในอกไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการตั้งหลักให้ชีวิตเดินต่ออย่างมีสติ เพลงที่กล้าเล่าความเจ็บปวดอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ทำให้คนฟังอ่อนแอ ตรงกันข้าม มันเปิดพื้นที่ให้เรายอมรับว่าความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์คือส่วนหนึ่งของการเติบโต เมื่อศิลปินต่างรุ่นพร้อมจะเปล่งเสียงจากหัวใจออกมาแบบนี้ วงการป๊อปและซิงเกิล R&B ไทยจึงมีโอกาสเติบโตไปในทิศทางที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกมากขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่คลื่นเพลงรักเปราะบางครั้งนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ






