ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์
ความสนใจ|แฟชั่นโชว์

ผ้าไทยแฟชั่นโชว์จากมรดกสู่ยุทธศาสตร์วัฒนธรรม

ผ้าไทยแฟชั่นโชว์คือการนำผ้าพื้นถิ่นและชุดไทย มาตีความใหม่ในรูปแบบการแสดงแฟชั่นร่วมสมัยบนรันเวย์และพื้นที่สาธารณะ เพื่อเชื่อมโยงงานหัตถกรรม มรดกผ้าไหมไทย และชุดไทยสมัยใหม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ สร้างภาพจำใหม่ให้ผืนผ้าเป็นทั้งงานศิลปะ สินค้าสร้างรายได้ และสัญลักษณ์ตัวตนในโลกแฟชั่นปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน ถักทอกาลเวลา Woven Through Time พร้อมนิทรรศการ เสวนา และแฟชั่นโชว์ชุดไทยที่สามย่านมิตรทาวน์ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมชมฟรีในวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 12.00 ถึง 19.00 น. ณ ลานกิจกรรมชั้น G โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การเลือกจัดในศูนย์การค้าใจกลางเมืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการผลักดันให้ชุดไทยและผ้าไหมไทยเดินออกจากพิพิธภัณฑ์เข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนเมือง

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์

กรุงเทพฯ ปั้นชุดไทยสมัยใหม่ก่อนก้าวสู่สายตาโลก

แก่นสำคัญของงาน ถักทอกาลเวลา คือการประกาศว่าชุดไทยไม่ใช่เพียงชุดของอดีต แต่คือมรดกที่ยังมีชีวิตและพร้อมเดินเข้าสู่แฟชั่นสากล งานนิทรรศการพาเจาะลึกชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และเสื้อพระราชทาน 3 แบบ ผ่านเรื่องเล่าเส้นทางผ้านุ่งห่มที่ยาวนานหลายร้อยปี นี่คือการจัดวางประวัติศาสตร์บนเวทีแฟชั่นอย่างตั้งใจ ไฮไลต์ของผ้าไทยแฟชั่นโชว์ในงานคือ 4 ลุคหลัก ตั้งแต่ นิยามแห่งสง่า ไปจนถึง คนรุ่นใหม่ ใส่ชุดไทยในแบบเรา ซึ่งชี้ชัดว่าชุดไทยสมัยใหม่จะไม่ถูกจำกัดแค่ชุดพิธีการ แต่สามารถมิกซ์กับกางเกงยีนส์หรือสตรีตแวร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ Free Walk ช่วง Finale ที่เปิดให้ทุกคนเดินรันเวย์ด้วยชุดไทยในแบบของตัวเอง สะท้อนทัศนคติใหม่ที่ผลักดันให้คนทั่วไปเป็นเจ้าของมรดกผ้าไหมไทย ไม่ใช่แค่ผู้ชม หนึ่งในประโยคที่น่าจดจำจากงานนี้คือคำย้ำว่า ชุดไทยคือมรดกที่มีชีวิตซึ่งทุกคนสามารถร่วมกันสืบสานและสวมใส่ได้อย่างภาคภูมิใจในทุกยุคสมัย คำพูดนี้คือกรอบคิดใหม่ของแฟชั่นสัปดาห์ไทยที่ต้องการให้ประเพณีเดินคู่กับความร่วมสมัย

ขอนแก่นใช้รันเวย์เป็นเวทีมิตรภาพกับคณะทูต

ขอนแก่นกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหัวเมืองแฟชั่นผ้าไหมอย่างมีแผน งาน ม่วนคัก ฮักผ้าไทย ที่โรงแรมเฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่นถูกจัดขึ้นภายใต้กิจกรรม Siam International Fashion Week Visit Khon Kaen เพื่อต้อนรับคณะทูตนานาชาติและแขกผู้มีเกียรติ การจับคู่พิธีบายศรีสู่ขวัญ การแสดงโปงลางสินไซ มวยไทย และเสียงแคนกับผ้าไทยแฟชั่นโชว์ บอกชัดว่ารันเวย์ถูกใช้เป็นภาษาวัฒนธรรมครบชุด ไม่ใช่แค่โชว์เสื้อผ้า ไฮไลต์คือแฟชั่นโชว์จากห้องเสื้อไทยหลายแบรนด์ที่นำเสนอความหลากหลายของผ้าไทยทั้งลวดลาย งานทอ และเทคนิคร่วมสมัย สมาคมส่งเสริมผ้าไทยและแฟชั่นชี้ชัดว่าการจัดงานไม่ได้ต้องการให้ผ้าไทยอยู่บนรันเวย์อย่างเดียว แต่ตั้งใจเชื่อมโยงผ้าไทยกับผู้คน ชุมชน งานฝีมือ และวิถีชีวิต เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประเทศผ่านประสบการณ์จริง นี่คือการทูตทางวัฒนธรรมที่ใช้แฟชั่นเป็นตัวกลาง ภายใต้แนวคิด พาโลกมาพบประเทศ ผ่านผ้าไทย ศิลปวัฒนธรรม และมิตรไมตรีของคนไทย รันเวย์จึงกลายเป็นสนามสนทนาระหว่างชุมชนผู้ทอผ้ากับคณะทูตอย่างเท่าเทียม

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์

มรดกผ้าไหมอีสานกับบันไดสู่ Siam International Fashion Week 2027

การลงพื้นที่ศึกษามรดกผ้าไหมและวัฒนธรรมอีสานที่ขอนแก่นคือฟันเฟืองสำคัญของการยกระดับแฟชั่นสัปดาห์ไทย สมาคมส่งเสริมผ้าไทยและแฟชั่นพาคณะเอกอัครราชทูตจากเบลเยียมและตุรกีลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 เพื่อสัมผัสกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการทอผ้าอย่างประณีต การไปเยือนอำเภอชนบทซึ่งได้รับการยกย่องเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ และศาลาไหมไทยที่จัดแสดงวิวัฒนาการการทอผ้าไหมมัดหมี่อีสาน แสดงให้เห็นว่ามรดกผ้าไหมไทยกำลังถูกจัดเก็บเป็นต้นทุนความรู้ของดีไซเนอร์ เป้าหมายชัดเจน งานนี้ถูกวางให้เป็นฐานข้อมูลและแรงบันดาลใจสำหรับการต่อยอดผ้าไหมพื้นถิ่นให้กลายเป็นแฟชั่นผ้าไทยระดับโลกที่ใส่ง่าย ทันสมัย และเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ก่อนส่งขึ้นเวที Siam International Fashion Week 2027 ในเดือนมกราคม 2027 คณะทูตเองยังกล่าวถึงความประทับใจในความละเอียดของทุกขั้นตอนการผลิตและความงามของประเพณีที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ สำหรับ The Next Thai Designer Award 2027 การให้รางวัลชนะเลิศเป็นทุนการศึกษาในหลักสูตรดีไซเนอร์ที่มีมูลค่ากว่า 500,000 บาท และเปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ส่งสัญญาณว่าความฝันแฟชั่นผ้าไทยระดับโลกไม่ได้เป็นของแบรนด์ใหญ่เท่านั้น แต่เปิดให้คนอายุ 15 ถึง 35 ปีได้ก้าวขึ้นสู่เวทีโลก

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์

จาก UNESCO สู่ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ผ้าไทยกำลังเขียนอนาคตตัวเอง

หากมองภาพรวม กระแสผลักดันผ้าไทยในช่วงนี้ไม่ใช่การจัดงานแยกส่วน แต่คือยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง ตั้งแต่การเตรียมให้ชุดไทยเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO ปลายปีนี้ ไปจนถึงการวางแฟชั่นสัปดาห์ไทยให้เป็นเวทีมาตรฐานสากล สิ่งที่น่าสนใจคือภาครัฐ สถาบันการศึกษา และสมาคมผ้าไทยเลือกทำงานร่วมกัน ทั้งในกรุงเทพฯ และขอนแก่น เพื่อเชื่อมมรดกผ้าไหมไทยกับแฟชั่นระดับโลกแบบไม่ทิ้งราก ในมุมคนทั่วไป ผลกระทบเริ่มชัดเจนขึ้น งานแฟชั่นโชว์ที่เปิดให้เข้าชมฟรี รันเวย์ที่เปิดให้ทุกคนเดิน และโครงการประกวดที่ไม่จำกัดแค่ดีไซเนอร์มืออาชีพ ทำให้ผ้าไทยหลุดจากภาพจำว่าเป็นของผู้ใหญ่หรือคนฐานะดีเท่านั้น ผ้าไทยกำลังเปลี่ยนสถานะจากของสะสมพิธีการ เป็นสื่อสื่อสารตัวตนและอาชีพใหม่ของคนรุ่นใหม่ คำถามสำคัญต่อไปคือ เราจะปล่อยให้กระแสนี้จำกัดอยู่บนรันเวย์หรือไม่ ผ้าไทยแฟชั่นโชว์ แฟชั่นสัปดาห์ไทย และชุดไทยสมัยใหม่จะทรงพลังก็ต่อเมื่อคนเริ่มหยิบผืนผ้าจากงานเหล่านี้กลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เสื้อเชิ้ตผ้าพื้นบ้านในออฟฟิศ ผ้าซิ่นมัดหมี่ในวันทำงาน ไปจนถึงชุดลำลองที่หยิบสีสันและลายเส้นอีสานมาใส่ การที่มรดกผ้าไหมไทยจะยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างมั่นคง จึงต้องเริ่มจากการที่มันได้รับพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าของเราเองด้วย

เมื่อผืนผ้ากลายเป็นภาษาวัฒนธรรมใหม่บนรันเวย์

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!