ZestBuyZestBuy

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม
ความสนใจ|แต่งหน้า

คลื่นใหม่ของความงาม: จากงานหรูสู่ไวรัลและชุมชน

คลื่นใหม่ของตลาดความงามคือการเติบโตของแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่ที่ไม่ยึดติดกับภาพหรูหราหรือเคาน์เตอร์ในห้าง แต่ใช้การกระจายสินค้าราคาย่อมเยา แพลตฟอร์มออนไลน์ และชุมชนคนรักความงามในการสร้างตัวตน ผลิตภัณฑ์ความงามไวรัลและการตลาดแบรนด์อินดี้กำลังเปลี่ยนวิธีที่คนมองเครื่องสำอาง จากสิ่งที่เคยเป็นสัญลักษณ์สถานะ กลายเป็นพื้นที่ทดลอง แสดงตัวตน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้ความงามเอเชียและผู้บริโภคทั่วโลกทั้งหมดนี้กำลังเขียนกติกาใหม่ให้กับธุรกิจความงามยุคโซเชียลมีเดีย

ประเด็นสำคัญคือ แบรนด์หน้าใหม่ไม่ได้พยายามปีนขึ้นไปบนลำดับชั้นเดิมของความหรู แต่ฉีกเกมโดยเริ่มจากจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นร้านราคาย่อมเยาอย่าง Daiso หรือฟีดบน TikTok และ Instagram การเติบโตของกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องยอดขาย แต่คือการท้าทายอำนาจเก่าของแบรนด์ลักชัวรี พร้อมเปิดทางให้ผู้เล่นรายเล็กและความงามเอเชียเข้าไปมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น

ZOOM: เมื่อเคาน์เตอร์แบรนด์ยอมลงจากห้างไปอยู่บนชั้น Daiso

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการตีความใหม่เรื่องการกระจายสินค้า คือการที่ JUNG SAEM MOOL แบรนด์เมกอัพงานผิวระดับพรีเมียม เปิดตัวแบรนด์ลูก ZOOM แล้วเลือกขายเฉพาะใน Daiso เกาหลีเท่านั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การตัดสินใจลงมาอยู่ในร้านทุกอย่างราคาย่อมเยา ไม่ใช่การลดเกียรติแบรนด์แม่ แต่คือการยอมรับความจริงว่าคนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มเส้นทางความงามจากโซนของถูก ไม่ใช่เคาน์เตอร์หรูในห้าง

ยอดซื้อหมวดสินค้าความงามใน Daiso เกาหลีที่พุ่งขึ้นเป็น 361,960 ล้านวอน (ประมาณ 8,700 ล้านบาท) ในรอบ 12 เดือนถึงมีนาคม โดยเติบโตถึง 39.6% จากปีที่แล้ว คือสัญญาณชัดว่า "มวลชน" กลายเป็นพลังใหม่ของตลาดความงาม การสร้างแบรนด์ลูกที่ราคาต่ำกว่าหลักพัน เข้าถึงได้ใกล้เคียงสินค้าไม่ถึง 100 บาท จึงเป็นกลยุทธ์ Diffusion Brand ที่ฉลาด เพราะแม้ลูกค้าบางส่วนจะซื้อ ZOOM แทนไลน์หลัก แต่ในระยะยาวพวกเขากำลังถูกเลี้ยงให้คุ้นชื่อ JUNG SAEM MOOL และพร้อมขยับขึ้นสู่สินค้าพรีเมียมเมื่อกำลังซื้อเพิ่มขึ้น นี่คือการใช้แมสรีเทลเป็นบันไดเลื่อน ไม่ใช่หลุมพรางของแบรนด์หรู

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม

SHEGLAM: แบรนด์ที่ขายคอนเทนต์มากกว่าเครื่องสำอาง

ในอีกฟากหนึ่ง SHEGLAM แบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่ภายใต้ SHEIN เลือกเส้นทางที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แบรนด์นี้แทบไม่ได้เติบโตจากตลาดจีนเลย แต่สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์และขายให้ผู้บริโภคต่างประเทศตั้งแต่วันแรก ผลลัพธ์คือภายในไม่กี่ปี SHEGLAM ขยายไปกว่า 150 ประเทศ มียอดขายกว่า 100 ล้านชิ้นในปี 2024 และรายได้ราว USD 400 ล้าน (ประมาณ ฿13,000 ล้านบาท) โดยไม่มีภาพจำแบบแบรนด์ความงามหรู แต่ถูกมองเป็นไอเทมสนุกของ Gen Z ทั่วโลก

หัวใจของ SHEGLAM คือการยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ขาย "ลิปสติก" หรือ "บลัช" แต่ขายคอนเทนต์ที่ดูแล้วอยากกดสั่ง ทุกผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบภายใต้คำถามเดียวว่า "สินค้านี้จะดูดีพอสำหรับ TikTok หรือไม่" รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างหัวฟองน้ำของ Color Bloom Liquid Blush ถูกคิดเพื่อให้การทาแก้มกลายเป็นโมเมนต์สนุกบนคลิปสั้น เมื่อรีวิวเริ่มออกสู่สายตา สินค้าก็กลายเป็นผลิตภัณฑ์ความงามไวรัลทันที แบรนด์ยังใช้คอมเมนต์และรีวิวจากโซเชียลแทนโฟกัสกรุ๊ปแบบดั้งเดิม อัปเดตสินค้าแทบทุกสัปดาห์จากเสียงผู้ใช้จริง การตลาดแบรนด์อินดี้จึงไม่ใช่เรื่องงบโฆษณา แต่คือความเร็วในการฟังและตอบสนองชุมชน

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม

Starface: เปลี่ยนสิวให้เป็นแฟชั่นและรายได้พันล้าน

หาก ZOOM และ SHEGLAM แสดงให้เห็นด้านการกระจายและการคอนเทนต์ Starface คือกรณีศึกษาของการพลิกปัญหาให้เป็นแฟชั่น แบรนด์แผ่นแปะสิวจากฝั่งตะวันตกนี้ก่อตั้งโดย Julie Schott และ Brian Bordainick เพียงห้าปีที่แล้ว จากคำถามง่าย ๆ ว่าทำไมการรักษาสิวต้องดูเหมือนการรักษาโรค ขณะที่ทุกคนอยากปกปิดสิว พวกเขากลับเลือกทำให้จุดเล็กบนใบหน้านั้นกลายเป็นดาวเหลืองสดใสที่คนอยากโชว์ ผลก็คือ Hydro-Stars แผ่นแปะสิวรูปดาวทำรายได้กว่า USD 90 ล้าน (ประมาณ ฿3,000 ล้านบาท) ในปี 2024

พลังของ Starfaceไม่ได้มาจากแพทย์ผิวหนังหรือโฆษณาหรู แต่จากคอมมูนิตี้ออนไลน์ โดยเฉพาะบน TikTok ที่มีการพูดถึงแบรนด์มากกว่า 60 ล้านครั้งภายใต้แฮชแท็ก #starface และมีวิดีโอกว่า 500 ล้านรายการเกี่ยวกับ "แผ่นแปะสิวที่ดีที่สุด" เมื่อคนดังอย่าง Kim Kardashian หรือ Justin Bieber ปรากฏตัวพร้อมดาวบนหน้าโดยไม่ถูกว่าจ้าง แบรนด์ก็ถูกผลักขึ้นสู่สถานะไอเทม Gen Z ทันที Starface เลือกใช้ภาพลักษณ์สนุก สดใส เข้าถึงง่าย จนลูกค้ากว่า 60% เป็นวัย 13–24 ปี นี่คือการตลาดแบรนด์อินดี้ที่พิสูจน์ว่าคำว่า "ตำหนิบนผิว" สามารถเปลี่ยนเป็น "ตราสัญลักษณ์ของตัวตน" ได้ หากแบรนด์กล้าวางจุดยืนให้ชัด

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม

บทสรุป: ความงามยุคใหม่คือสนามของราคาเข้าถึงได้และเสียงชุมชน

เมื่อมองภาพรวมของ ZOOM, SHEGLAM และ Starface จะเห็นชัดว่ากติกาของตลาดความงามกำลังเปลี่ยนจากบนลงล่างเป็นล่างขึ้นบน ไม่ใช่แบรนด์ลักชัวรีคอยสั่งเทรนด์ แต่เป็นชุมชนผู้ใช้ที่สร้างกระแสและบังคับให้แบรนด์ต้องฟัง การเติบโตแรงของหมวดสินค้าความงามใน Daiso ที่เพิ่มขึ้นกว่า 39% ในปีเดียว การขยายจุดขายออฟไลน์ของ SHEGLAM ไปมากกว่า 4,000 แห่งใน 16 ประเทศภายในสิ้นปี 2024 และรายได้พันล้านจากแผ่นแปะสิวของ Starface ล้วนเป็นหลักฐานว่าคนรุ่นใหม่กำลังกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมนี้

สำหรับแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่ บทเรียนคือการยึดพื้นที่ที่คนอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้าราคาไม่สูงหรือหน้าจอมือถือ มากกว่าการฝันถึงเคาน์เตอร์หรูเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ความงามไวรัลและการตลาดแบรนด์อินดี้ไม่ได้เกิดจากสูตรลับ แต่จากการยอมรับเสียงของชุมชน สร้างดีไซน์ที่เล่าเรื่องได้ในไม่กี่วินาที และกล้าลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้ ใครที่ยังยึดติดกับภาพหรูแต่ไม่ฟังคนดู คงต้องเตรียมรับมือกับยุคที่ความงามเอเชียและแบรนด์หน้าใหม่จากทุกมุมโลกกำลังตั้งคำถามกับอำนาจเดิมอย่างถึงแก่น

จากชั้น Daiso สู่ไวรัลทั่วโลก: เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางเกิดใหม่เขย่ากติกาความงาม

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!